www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี

ช่วยตัดสินหน่อยค่ะ ในการคำนวณ ภงด51 ขาดหรือไม่ มีวิธีคำนวญแบบใด

(1/1)

เอบ/ช:
จากการแสดงประมาณการกำไรสุทธิขาดเกินร้อยละ 25 ของกำไรสิทธิในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น  จากข้อความดั่งกล่าว มีวิธีคำนวญ แบบที่ 1 หรือ แบบที่ 2 หรือไม่ถูกต้องทั้ง 2 แบบ



แบบที่ 1

สมมติว่า ตอนยื่น ภงด.51 ไปประมาณกำไรไว้ 100,000 บาท ทั้งปี ตอนยื่น 1/2 ปี ก็แค่ 50,000 บาท แต่พอมาสิ้นปีกำไร 130,000 บาท ซึ่ง ความจริง กำไรตอนสิ้นปี ต้องไม่เกิน 125,000 บาทมาจาก 25% ของ 100,000 บาทนั่นเอง แต่ปรากฎว่า สิ้นปีมีกำไรจริง 130,000 บาท เมื่อเทียบ % แล้ว เกิน 25% ค่ะ



แบบที่ 2

สมมติ ประมาณกำไรยื่น ภงด.51 = 150,000 (เสียภาษีครึ่งปี 150,000/2 = 75,000) กำไรสุทธิที่เกิดขึ้นจริงจะต้องไม่เกิน 200,000 บาทค่ะ

ได้มาจาก : 150,000 x 25/75 = 50,000.-

150,000 + 50,000 = 200,000.-

เมื่อเทียบกลับ : 200,000 -150,000 = 50,000 x 100/200,000 = 25%



แบบไหนถูกต้องค่ะ

007:
โดยคุณ อ้วน  (61.47.103.*) [21 Oct 2005 11:31] #1651 (5/11)  

1. ถ้าบริษัทประมาณกำไรไว้ 400,000 แต่ปลายปี มีกำไรจริง 850,000 เข้าข่ายประมาณกำไรสุทธิขาดไม่เกินร้อยละ 25 ครับ และต้องเสียเงินเพิ่มครับ ตามมาตรา 67 ตรี

http://www.rd.go.th/publish/5939.0.html#mata67_3



แต่ต้องดูเหตุอันสมควรประกอบด้วยนะครับ เพราะแม้จะประมาณกำไรขาดเกินร้อยละ 25 แต่มีเหตุอันสมควรก็จะไม่เสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 20 ของภาษีที่ชำระขาด ศึกษาเพิ่มเติมได้ตาม คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 50/2537 เรื่อง แนวทางการพิจารณา"เหตุอันสมควร" กรณีแสดงประมาณการกำไรสุทธิขาดไป

http://www.rd.go.th/publish/3597.0.html



2. การฟังจากรายการวิทยุ หรือ ได้รับข้อมูลจากแหล่งใดก็ตาม ก็ควรจะมีหลักกฏหมายอ้างอิงครับ เพราะบางข้อมูลหรือบางคำตอบที่ได้รับมา มักจะเป็นเรื่องของการแสดงความคิดเห็นครับ ( แม้แต่การตอบคำถาม หรือการแสดงความคิดเห็นของผมเองก็ตาม ) ดังนั้นให้ศึกษาและพิจารณาประกอบกับหลักกฏหมายครับ



3. การที่กฏหมายกำหนดให้นิติบุคคลต้องจ่ายภาษีปีละ 2 ครั้งด้วยเหตุผลใหญ่ ๆ คือ

3.1 เป็นการนำเงินภาษีมาใช้ในการบริหารบ้านเมือง โดยมีเงินมาหมุนเวียน ไม่ต้องรอครบ 1 ปี ถึงมีเงินมาหมุนเวียนครับ

3.2 เป็นการลดภาระภาษีของผู้ประกอบการ มิให้ต้องจ่ายภาษีใน 1 ครั้งเป็นเงินจำนวนที่มาก



ดังนั้นในทางกฏหมายภาษีอากร จึงให้มีการประมาณการกลางปี เพื่อยื่นภาษี ซึ่งก็เป็นการประมาณครับ เพียงแต่ในสังคม ก็มีคนบางคนที่เอารัดเอาเปรียบผู้อื่น ผู้ออกกฏหมายจึงพยายามร่างกฏเกณฑ์ในการยื่นภาษีไว้ เพราะหากผู้ยื่นมีเจตนาที่จะไม่ยอมเสียภาษีกลางปี อย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม ย่อมทำให้การจัดเก็บภาษีไม่เป็นไปตามเป้า ซึ่งจะส่งผลต่อการบริหารบ้านเมือง



4. มาดูตัวอย่างเพื่อทำความเข้าใจกันครับ สมมติปี 48 บริษัทมีกำไรสุทธิทางภาษีทั้งปี จำนวน 850,000 บาท แต่ได้มีการยื่นแบบ ภงด.51 ตามมาตรา 67 ทวิ ( 1 ) โดยประมาณกำไรสุทธิทางภาษีทั้งปีเป็นจำนวน 400,000 บาท



4.1 อย่างไรจึงจะเรียกว่า " ( แสดงประมาณกำไรสุทธิ ) ( ขาดไป ) ( เกินร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิ ) " ตามมาตรา 67 ตรี จะเห็นได้ว่า ผมพยายามใส่วงเล็บ เพื่อให้เวลาอ่านแล้วเกิดความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกันครับ

จากการใส่วงเล็บดังกล่าว จะตีความได้ว่า การแสดงประมาณกำไรสุทธินั้น ห้ามแสดงขาดไป เกินร้อยละ 25

เช่น

ก) กำไรจริงทั้งปี 850,000 บาท ดังนั้นหากแสดงประมาณกำไรสุทธิขาดไปไม่เกินร้อยละ 25 ก็หมายถึงว่า ตอนยื่นแบบ ภงด.51 นั้นจะต้องยื่นประมาณกำไรทั้งปีไว้ไม่น้อยกว่า 680,000 บาท

680,000 * 25% = 170,000 บาท

680,000 + 170,000 = 850,000 บาท



ข) แต่หากยื่นแบบ ภงด.51 ต่ำกว่า 680,000 บาท เช่น 400,000 บาท ก็จะเห็นได้ว่าเป็นการยื่นประมาณกำไรสุทธิขาดไปเกินร้อยละ 25

400,000 * 25% = 100,000

400,000 + 100,000 = 500,000



ค) แต่หากปลายปี บริษัทแทนที่จะมีกำไร 400,000 บาท กลับเหลือผลกำไรทั้งปีเพียง 500 บาท แต่บริษัทได้ยื่นแบบ ภงด. 51 กลางปีไว้ว่ามีกำไรทั้งปี 400,000 บาท ในกรณีเช่นนี้ไม่ถือว่า แสดงประมาณกำไรสุทธิขาดไปเกินร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิ ครับ แต่เป็นการแสดงกำไรสุทธิ ( เกินไป ) ครับ ดังนั้นทางสรรพากรจึงได้เปรียบที่เรายื่นกำไรไว้มาก เพราะหากกำไรมาก ก็มีแนวโน้มที่จะเสียภาษีมากครับ ซึ่งเมื่อสรรพากรได้เปรียบจึงไม่มีภาระของเงินเพิ่มร้อยละ 20 ครับ



ง) และหากผลประกอบการปลายปี บริษัทเกิดขาดทุน แต่บริษัทได้ยื่นแบบ ภงด. 51 กลางปีไว้ว่ามีกำไรทั้งปี 400,000 บาท ในกรณีเช่นนี้ไม่ถือว่า แสดงประมาณกำไรสุทธิขาดไปเกินร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิเช่นกันครับ จะเหมือนกับข้อ ค) ซึ่งจะไม่มีภาระเงินเพิ่มเช่นกันครับ



สรุป ห้ามประมาณกำไรสุทธิ ขาดไปเกินร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิ โดยไม่มีเหตุอันสมควรครับ



4.2 ทีนี้เราก็มาดูในกรณีตามข้อ 4.1 ( ข ) ซึ่งได้ยื่นประมาณการกำไรสุทธิขาดไปเกินร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิ ดังนั้นก็จะต้องเสียเงินเพิ่ม ร้อยละ 20 ของภาษีที่ชำระขาด แล้วจะคำนวณอย่างไร มาติดตามกันต่อเลยครับ สมมติบริษัทมีทุนจดทะเบียน ไม่เกิน 5 ล้านบาท



กำไรสุทธิจริงทั้งปี = 850,000

กำไรสุทธิทั้งปีที่ยื่นตามแบบ ภงด.51 = 400,000

กำไรสุทธิที่ประมาณขาดไป = 450,000



คำนวณภาษีจากกำไรสุทธิไม่เกิน 1 ล้านบาทแรกเสียในอัตรา 15% = 850,000 ต้องหารด้วย 2 เพื่อให้เท่ากับกึ่งหนี่งของประมาณการกำไรสุทธิ = 425,000 * 15% = 63,750 บาท

ภาษีที่ได้ชำระภายในกำหนดเวลาแล้ว ตามแบบ ภงด.51 = 400,000 / 2 = 200,000 * 15% = 30,000 บาท

ฉะนั้น บริษัทชำระภาษีขาดไป = 63,750 - 30,000 = 33,750 บาท



จึงต้องเสียเงินเพิ่ม 20% ของภาษีที่ชำระขาดเป็นเงิน = 33,750 * 20% = 6,750 บาท  

007:
http://www.avaccount.com/wb/account_update1013.htm

ชาชา:
บริษัท ก่อตั้ง 1 พย. 50 ถ้าขาดทุนประมาณการครึ่งปี ปี52 เท่ากับ 98000 ปีทีแล้วยื่น ภงด.50 ขาดทุนตามงบจริงไป ประมาณ 64000  แล้วจะยื่นปีนี้ภงด.51 ขาดทุนอีก 98000  ต่อกรมสรรพากรจะเป็นไรมั้ยคะ เพราะ บ.มีรอบระยะเวลาบัญชี 1 พย.51-31 ตค 52  มีเทคนิคอะไรมั้ยช่วยตอบด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

ตอบ

ไปที่เวอร์ชันเต็ม