www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี

ภาษีหักณ.ที่จ่าย ถูกหัก 2 ครั้ง

(1/2) > >>

สงสัยจัง:
ขอเล่ารายละเอียดก่อนนะคะ คือกิจการเป็นหจก.รับเหมาก่อสร้าง ซึ่งยังไม่ได้จด vat  แต่เจ้าของกิจการไม่ค่อยทราบเรื่องภาษีและบัญชี จึงไปพิมพ์ใบกำกับภาษีเพื่อออกให้กับลูกค้า 2 ใบ โดยใบแรกมูลค่าประมาณ 2 แสนบาทและใบที่สองมูลค่าประมาณ 6 แสนบาท ทั้งสองใบถูกหักณงที่ จ่าย 3 % ในวันที่ 19/3/48 และ24/4/48  ต่อมาภายหลังประมาณ เดือน 8/48ทราบว่าไม่ถูกต้อง จึงขอเปลี่ยนใบกำกับภาษีเป็นใบเสร็จรับเงินแทนโดยได้ทำลายใบกำกับภาษีดังกล่าวแล้ว แต่ทางลูกค้าขอหักภาษีณ.ที่จ่ายเต็มจำนวนอีกครั้ง โดยอ้างว่ากลัวสรรพากรเรียกตรวจสอบ ดังนั้น หจก.จึงต้องจ่ายภาษีหักณที่จ่ายพร้อมเบี้ยปรับให้กับทางลูกค้าอีกครั้งหนึ่ง โดยทางลูกค้าจะออกหนังสือรับรองให้ใหม่แต่เป็นวันที่เก่า

คำถามคือ 1. ภาษีหักณ.ที่จ่ายในครั้งแรกจะบันทึกบัญชีอย่างไรดีคะ รู้สึกงงค่ะ เพราะจ่ายภาษีถูกหักณ.ที่จ่าย เบิ้ล

สงสัยจัง:
เศร้าจังไม่มีใครตอบให้เลย คิดไม่ออกอ่ะ

007:
ผมไม่เข้าใจว่าทำไมลูกค้าถึงขอให้หักภาษีอีกครั้ง

เอาเป็นว่า ห้างฯต้องเตรียมเอกสารไว้ชี้แจงสรรพกรก็แล้วกันว่าทำไมภาษีถูกหัก ณ ที่จ่ายจึงสูงกว่าปกติ เมื่อเทียบเป็นเปอร์เซนต์ต่อรายได้ค่ารับเหมา กล่าวคือสรรพกรจะประเมินว่าเป็นรายได้ของเรา แล้วเราไม่ได้ออกใบกำกับภาษีในเดือน 8/48 ครับ



วิธีการบัญชีมีดังนี้ครับ

1. ตอนรับเงินในเดือน 3 และเดือน 4/48 ให้บันทึกรับเงินตามปกติ คือ

dr เงินสด/เงินฝากธนาคาร

dr ภาษีถูกหัก ณ ที่จ่าย

cr ลูกหนี้การค้า/รายได้

2. ตอนจ่ายภาษีเงินได้ถูกหัก ณ ที่จ่ายให้ลูกค้าพร้อมค่าปรับ

dr ค่าใช้จ่ายอื่นๆ

cr เงินสด/เงินฝากธนาคาร

อ้วน:
เป็นกรณีศึกษาที่น่าคิดครับ  เรามาลองวิเคราะห์กันดูครับ



1)  ภาษีมูลค่าเพิ่ม

1.1  ผู้ออกใบกำกับ  ไม่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม  แต่ออกใบกำกับและเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม  ใบกำกับดังกล่าวถือว่าเป็น " ใบกำกับภาษีที่ไม่ถูกต้อง "

1.1.1  ผู้ซื้อ  ไม่มีสิทธิ์นำภาษีซื้อมาขอเครดิตได้  ตามมาตรา 82/ 5 ( 5 )  

http://www.rd.go.th/publish/5206.0.html#mata82_5



1.1.2  ผู้ขาย  หากมีเจตนาหลีกเลี่ยง หรือพยายามหลีกเลี่ยงภาษีมูลค่าเพิ่ม ออกใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ หรือใบลดหนี้โดยไม่มีสิทธิที่จะออกเอกสารดังกล่าว  ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองแสนบาท   ตามมาตรา 90/4  ( 1 )

http://www.rd.go.th/publish/5209.0.html#mata90_4



ข้อสังเกตุ

ก)  ด้านผู้ซื้อ  ในวันที่ 19/3/48 และ  24/4/48  ได้มีการนำใบกำกับภาษีซื้อไปขอเครดิตหรือยัง  เพราะถ้าขอเครดิตแล้ว  ย่อมทำให้ภาษีซื้อในเดือนนั้นๆ ของผู้ซื้อแจ้งไว้เกิน  ต้องยื่นปรับปรุง  แต่หากผู้ซื้อไม่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม  ก็จะไม่ได้นำใบกำกับภาษีดังกล่าวไปเครดิตภาษีซื้อ   ก็พอจะมีทางแก้ไขในเรื่องของใบกำกับภาษีได้



ข)  ด้านผู้ขาย  ออกใบกำกับภาษี  โดยไม่มีสิทธิออกนั้น  ก็ต้องมาดูว่าทางด้านผู้ขาย  ได้มีการนำส่งภาษีขายหรือไม่  และมีการเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากทางผู้ซื้อหรือไม่  เพราะหากมีการเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ซื้อ  แต่ผู้ขายยังไม่นำส่ง  ก็ยังพอมีทางแก้ไข



2)  ภาษีหัก ณ ที่จ่าย

โดยปกติ  การหักภาษี ณ ที่จ่ายจะคำนวณจากฐานภาษีซึ่งจะเป็นยอดจำนวนเงินก่อนรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม  ดังนั้นไม่ว่าจะมีภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่  จำนวนภาษีหัก ณ ที่จ่าย  ก็จะไม่เปลี่ยนแปลงครับ  และเมื่อมีการแก้ไขเอกสารแล้วโดยที่ผู้ซื้อไม่ได้ไปขอเครดิตภาษีซื้อ และผู้ขายก็ไม่ได้นำส่งภาษีขาย  ก็ไม่ควรจะมีการหักภาษี ณ ที่จ่ายกันซ้ำอีกรอบ  เพราะจะยิ่งเพิ่มความน่าสงสัยให้กับเจ้าพนักงานหากมีการตรวจสอบเกิดขึ้น



แต่เมื่อผู้ขายยินยอมให้มีการหักภาษี ณ ที่จ่ายซ้ำไปแล้ว พร้อมนำส่งเงินเพิ่มให้อีก  ในกรณีนี้  ผมก็จะมองว่า  หากมีคนสามารถชี้แจงให้เจ้าพนักงานเชื่อได้ว่า  เกิดเนื่องจากพนักงานของผู้ซื้อเข้าใจผิดคิดว่ายังไม่มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย  จึงได้หักนำส่งซ้ำอีกรอบ  และทางพนักงานของผู้ขายก็ไม่ได้ตรวจสอบให้ดี  จึงยอมให้มีการหักภาษี ณ ที่จ่ายกันอีกครั้ง  และควรพิจารณาถึงสัญญารับเหมาด้วยครับ  ก็น่าจะบันทึกการหักภาษี ณ ที่จ่ายทั้ง 2 ครั้งเป็นภาษีถูกหัก ณ ที่จ่าย ( สินทรัพย์ )  ครับ



และควรตรวจสอบด้วยว่า  ทางด้านผู้ซื้อเมื่อมีการหักภาษี ณ  ที่จ่ายทั้ง  2  ครั้ง  ผู้ซื้อได้มีการนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่ายไว้แล้ว  อันนี้ก็ต้องระวังครับ  เพราะทางสรรพากรมักจะนำยอดจำนวนเงินที่เป็นฐานตามแบบ  ภงด.53  มารวมแล้วเปรียบเทียบกับรายได้ของกิจการผู้ขาย  เพื่อตรวจสอบดูว่า  มีการยื่นรายได้ไว้ครบถ้วนหรือไม่

สงสัยจัง:
ตามคำแนะนำของคุณอ้วน ถ้าบันทึกการหักณ.ที่จ่ายทั้ง 2 ครั้งแล้ว สามารถนำมาเครดิตภาษีปลายปีได้ทั้งสองครั้งหรือเปล่าค่ะ งงค่ะ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

ตอบ

ไปที่เวอร์ชันเต็ม