www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี

ได้รับทองจากการส่งเสริมการขาย

(1/2) > >>

เอ:
ซื้อสินค้าครบตามเป้าจึงได้ทองคำมาพร้อมใบหักภาษี ณ ที่จ่าย



อยากทราบว่า

1.ควรบันทึกทองคำเป็นสินทรัพย์อื่น ๆ หรือ หมุนเวียน

2.หากนำทองไปขายแล้วค่อยบันทึกบัญชี

เดบิต เงินสด            4500.00

เดบิต ภาษีหักณที่จ่าย 139.18

             เครดิต รายได้อื่น 4639.18

แต่ขายได้ 4800 บาท อีก 200 บาทบันทึกเป็นอะไรดี

007:
ตามความเห็นผมการบันทึกบัญชีน่าจะคล้ายกันหลักทรัพย์ในความต้องการของตลาด



กล่าวคือ ถ้าบริษัทมีวัตถุประสงค์ในการถือสินทรัพย์นั้นไว้ในระยะสั้น ก็ให้บันทึกในหมวดของสินทรัพย์หมุนเวียน

แต่ถ้าบริษัทมีวัตถุประสงค์ในการถือสินทรัพย์นั้นไว้ในระยะยาว ก็ให้บันทึกในหมวดของสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน



วิธีการบันทึกบัญชีก็เช่นเดียวกัน

- เมื่อได้รับทองควรบันทึกสินทรัพย์ในราคาตลาด

- เมื่อมีการขายทองให้รับรู้ผลกำไรขาดทุนจากการขายสินทรัพย์

- เมื่อสิ้นงวด (กรณีมีวัตถุประสงค์ถือในระยะยาว) ให้ทำการปรับราคาสินทรัพย์ให้เป็นราคาตลาด ณ วันสิ้นงวด โดยปรับเข้าบัญชีกำไรขาดทุน



คุณอ้วนช่วยแสดงความเห็นด้วยครับ





อ้วน:
1.  ผมก็มีมุมมองไม่ต่างจากคุณ 007 ครับว่า  ทองคำที่ได้รับนั้น  ถือเป็นทรัพย์สินของกิจการ  ส่วนจะจัดเป็นระยะสั้นหรือระยะยาวนั้น  ก็ต้องดูที่วัตถุประสงค์ในการถือครองของกิจการเป็นหลัก  หากกิจการไม่มีวัตถุประสงค์ที่จะขาย และสินทรัพย์ดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการหลัก  ก็น่าจะจัดเป็นสินทรัพย์อื่นครับ   แต่หากคิดจะขายในระยะเวลาอันสั้น  ก็น่าจะบันทึกเป็นสินทรัพย์หมุนเวียนอื่นครับ



2.  และเมื่อถือเป็นสินทรัพย์  ก็จะต้องบันทึกสินทรัพย์ในวันที่ได้รับมาในราคาตลาดครับ  และเมื่อขายสินทรัพย์ดังกล่าว  ก็จะบันทึกรับรู้กำไรขาดทุนจากการขายทรัพย์สินครับ  



แต่ผมจะมีความเห็นแตกต่างกับคุณ 007  ในส่วนที่หากมีถือสินทรัพย์นั้นในระยะยาว  ผมก็คงไม่ปรับราคาเมื่อสิ้นงวดครับ   เพราะผมมองว่า  ทองคำดังกล่าวไม่ใช่ทรัพย์สินหลักในการประกอบธุรกิจ  หากมาจากการได้รับการส่งเสริมการขาย  ผมจึงไม่ปรับให้เป็นราคาตลาด ณ วันสิ้นรอบบัญชี

เอ:
1. ตั้งใจจะขายทันที แต่คุณอ้วนให้ความเห็นว่าต้องบันทึกเป็นสินทรัพย์ก่อน และให้บันทึกในวันที่ได้รับมาในราคาตลาด ซึ่งเมื่อได้ทองคำจะได้หัก ณ ที่จ่ายมา 1 ฉบับ ระบุฐานภาษี 4,639.18 ภาษีหักณที่จ่าย 139.18  หากวันที่ได้ทองคำราคาตลาดเป็น 4700 บาท จะผลต่างจะเข้าบัญชีอะไร

2. การขายสินทรัพย์ต้องมีภาษีขาย จึงจะเลี่ยงเป็นว่า วันที่ได้รับทองคำนั้นให้ sale ของ supplier ขายแล้วนำเงินสดมาให้บริษัท ดังนั้นบริษัทจะ เดบิต เงินสด  ได้หรอืไม่

อ้วน:
1.  นิติบุคคลจะต้องคำนวณกำไรสุทธิตามมาตรา  65  ทวิ ซึ่งใน ( 3 )  ระบุไว้ว่าราคาทรัพย์สินอื่นนอกจาก (6) ให้ถือตามราคาที่พึงซื้อทรัพย์สินนั้นได้ตามปกติ  

http://www.rd.go.th/publish/5939.0.html#mata65_2



ประกอบกับตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 113/2545 เรื่อง การเสียภาษีเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล กรณีการกำหนดราคาโอนให้เป็นไปตามราคาตลาด  

http://www.rd.go.th/publish/3539.0.html



2.  ผมจึงมีความเห็นว่า  ต้องบันทึกสินทรัพย์ที่ได้รับมาในราคาตลาดครับ  แม้เราจะได้รับเพียงหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย  ระบุฐานภาษี จำนวน  4,639.18  บาท  และมีภาษีหัก ณ ที่จ่าย จำนวน  139.18  บาท  แต่ตอนที่กิจการได้รับทองคำมาจะต้องบันทึกบัญชีก่อนที่จะให้ sale ของ supplier จะขายโดย



Dr.  สินทรัพย์          4,700  บาท

Dr.  ภาษีถูกหัก ณ ที่จ่าย  139.18  บาท

Dr.  ภาษีซื้อ  ( หากถูกเรียกเก็บ )  XXX  บาท

Cr.  รายได้            4,700  บาท

Cr.  เงินสด  ( ภาษีถูกหัก )   139.18  บาท

Cr.  เงินสด ( ภาษีซื้อ )    XXX  บาท



ข้อสังเกตุ

2.1  ผู้ส่งเสริมการขาย  ก็ควรจะออกใบกำกับภาษีขาย และ หักภาษี ณ ที่จ่าย  จากฐานภาษีในราคาตลาดเช่นกัน

2.2  หากมีการเรียกเก็บภาษีขายจากผู้ส่งเสริมการขาย  กิจการก็ควรได้รับใบกำกำบภาษี   แต่หากผู้ส่งเสริมการขายออกภาษีมูลค่าเพิ่มแทนให้  กิจการก็จะไม่ได้รับใบกำกำภาษีครับ

2.3  ราคาทองคำที่ประกาศรับซื้อคืน และ ราคาทองประกาศขายนั้น  เป็นราคาทองที่ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และ ค่ากำเหน็จ



3.  เมื่อเราบันทึกราคาทองคำตามราคาตลาด จำนวน 4,700  บาท  ก็จะไม่เกิดผลต่างครับ  เพราะเราจะไม่ได้นำราคาฐานภาษีจำนวน  4,639.18  บาทมาบันทึกบัญชีครับ



4.  ไม่ได้ครับ  เพราะเมื่อรับมาก็จะต้องบันทึกเป็นทองคำเป็นสินทรัพย์ของกิจการก่อนครับ  แม้จะรับมาแล้วขายเลยก็ตาม  แล้วจึงค่อยบันทึกรายการขายอีกครั้ง  โดยสมมติว่า  ราคาทองคำประกาศขายนั้น  อยู่ที่  4,700 บาท และราคาทองคำประกาศรับซื้อคืนนั้น อยู่ที่  4,500 บาท  ซึ่งจะบันทึกบัญชีโดย



Dr.  เงินสด   4,815  บาท

Dr.  ขาดทุนจากการขายทรัพย์สิน    200  บาท

Cr.  สินทรัพย์  4,700  บาท

Cr.  ภาษีขาย  315  บาท



ข้อสังเกตุ  เนื่องจากกิจการอยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม  ดังนั้นเมื่อมีขายทรัพย์สิน  ก็จะต้องออกใบกำกับภาษี และเรียกเก็บภาษีขายด้วยครับ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

ตอบ

ไปที่เวอร์ชันเต็ม