www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี

ช่วยกันส่งเสริมสถาบันพระมหากษัตริย์กันนะคับ

(1/1263) > >>

Karn:
เราจะปกครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม

 

เราจะปกครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”

ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ตั้งมั่นในทศพิธราชธรรม ทรงอุทิศชีวิตทั้งชีวิตเพื่อประเทศชาติ และประชาชน“เมื่อข้าพเจ้าเป็นนักเรียนอยู่ในยุโรป ข้าพเจ้าไม่เคยตระหนักว่า ประเทศของข้าพเจ้า คืออะไร และเกี่ยวข้องกับข้าพเจ้าแค่ไหน ไม่ทราบตราบจนกระทั่งข้าพเจ้าได้เรียนรู้ที่จะรักประชาชนของข้าพเจ้า เมื่อได้ติดต่อกับเขาเหล่านั้น ซึ่งทำให้ข้าพเจ้าสำนึกในความรักอันมีค่ายิ่ง ข้าพเจ้าไม่เป็นโรคคิดถึงบ้านที่จริงจังอะไรนัก แต่ข้าพเจ้าได้เรียนรู้โดยการทำงานที่นี่ว่าที่ของข้าพเจ้าในโลกนี้ คือ การที่ได้อยู่ท่ามกลางประชาชนของข้าพเจ้า นั่นคือคนไทยทั้งปวง”

 



007:
ทรงพระเจริญ

คนไทยคนหนึ่ง:
ที่ประเทศไทยยังคงเป็นประเทศไทยอยู่ทุกวันนี้

ก็เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์พระองค์ทรงเป็น

จุดศูนย์รวมจิตใจของปวงชนชาวไทยทุกคน

ไม่ว่า บ้านเมืองจะวุ่นวายและสับสนเพียงไดก็ยังคงมีสถาบัน

พระมหากษัตริย์ ที่เป็นจุดศูนย์รวมของคนไทยและคอยแก้ปัญหา

อยู่ความเป็นอยู่และทุกข์สุข เสมอมา ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

คนรักในหลวง:
ผู้นำในดวงใจของคนไทยทั้งชาติ





หตุ ผลที่คนไทยรักในหลวงนั้นมีมากมายเกินกว่าจะบรรยายแต่ถ้าจะให้พูดสั้นก็ น่าจะเป็นเพราะพระองค์ท่านทรงเป็นผู้ให้...."ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก" และทรงเป็นแบบอย่างที่สมบูรณ์ที่สุดยากที่จะหาบุคคลใดเทียบได้ โดยเฉพาะทรงมีทศพิธราชธรรมในการปกครองอาณาประชาราษฎร์ ดังพระราชดำรัสที่ทรงตรัสว่า ..."เราจะครองแผ่นโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแด่มหาชนชาวสยาม" ซึ่งนับแต่ใพระองค์ท่านได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ เมื่อ พ.ศ.2489 ตราบจนปัจจุบัน เป็นเวลาถึง 60 ปี เป็นที่ประจักษ์ว่าพระองค์ท่านทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระคุณอัน ประเสริฐ ทรงรักและห่วงใยพสกนิกรยิ่งกว่าพระองค์เอง ทรงมีความผูกพันใกล้ชิดกับราษฎร ทรงปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่นานัปการ เพื่อขจัดทุกข์บำรุงสุขแก่อาณาประชาราษฎร์โดยมิได้ทรงย่อท้อต่ออุปสรรคและ ความยากลำบากตรากตรำพระวรกาย ได้ทรงพระกรุณาอุทิศเวลา อุทิศกำลังพระวรกาย กำลังพระปัญญา และกำลังพระราชทรัพย์ เพื่อแก้ไขปัญหาของราษฎร ยากที่จะหากษัตริย์พระองค์ใด ๆ ในโลกเทียบเทียมได้ คนไทยทั้งชาติได้ประจักษ์.....และในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2549 นี้ "ขอพระองค์ทรงเจริญพระพลานามัยยิ่งยืนนาน"



ความรู้สึกรัก ในหลวงของคนไทยไม่ใช่เพียงแต่ท่านเป็นพระเจ้าแผ่นดิน แต่เพราะมีเหตุผลมากมายที่เป็นที่ประจักษ์ชัด ซึ่งเราต่างมีเหตุผลที่คงไม่แตกต่างกันเพราะทุกคนได้เห็นพระจริยวัตรอันงด งามจากสื่อต่าง ๆ ถึงแม้จะเป็นเพียงบางส่วนของสิ่งที่พระองค์ทำเพื่อคนไทย ความรู้สึกของคนไทยส่วนใหญ่คงเหมือนกับดิฉันที่รู้สึกซาบซึ้งจนไม่อาจกลั้น น้ำตาแห่งความปลื้มปิติทุกครั้งที่ได้สัมผัสกับภาพอิริยาบทของท่านจากสื่อ ต่าง ๆ จากความรู้สึกของคนไทยที่ถ่ายทอดผ่านสื่อ

หลายคนคงรู้สึกเช่นนี้เหมือนกันใช่มั้ยคะ

จากมุมมองของดิฉันคนไทยรักในหลวงเพราะ

1. ในหลวงมีพระหฤทัยที่อ่อนโยน เข้าถึงความรู้สึกนึกคิดของพสกนิกรทุกระดับ ทุกเชื้อชาติศาสนา

2. ในหลวงทรงปฏิบัติพระราชภารกิจทั้งปวงเพื่อความสุขของคนไทยเป็นที่ตั้ง

3. ในหลวงทรงพระปรีชาสามารถในทุกด้าน และทรงอุทิศกำลังพระวรกาย พระหฤทัย รวมทั้งพระปรีชาสามารถนั้นให้แก่ประเทศไทยเพื่อความสุขของคนไทยอย่างแท้จริง

4. ในหลวงทรงเป็นตัวอย่างในเรื่องการศึกษา ท่านทรงเรียนรู้ด้วยพระองค์เองในหลาย ๆ ด้าน ทำให้ท่านมีความรอบรู้ในการแก้ปัญหาต่าง ๆ เช่น ปัญหาน้ำท่วม ปัญหาน้ำแล้ง ปัญหาการเกษตร สิ่งแวดล้อม ฯลฯ

5. ในหลวงทรงเป็นแบบอย่างของความพอเพียงที่ใช้สอนให้คนไทยได้ประจักษ์จากสิ่งที่พระองค์ทรงปฏิบัติเองเป็นแบบอย่าง

***และอีกหลายเหตุผลที่คงพรรณาไม่หมด

jo:
 พระราชกรณียกิจ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช เสด็จขึ้นสืบราชสันตติวงศ์ต่อจากสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช เป็นพระมหากษัตริย์ลำดับที่ ๙ แห่งบรมราชจักรีวงศ์ เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๙ จากวันนั้นจนถึงวันนี้ เป็นเวลา ๖๐ ปีที่พระองค์ทรงดำรงฐานะเป็นพระประมุขของชาติ เป็นระยะเวลาการครองราชย์ที่ยาวนานกว่ามหาราชาองค์ใดในโลกและบูรพกษัตริย์องค์ใดในแดนสยาม และเป็นเวลา ๖๐ ปีนี้เอง ที่พระองค์ทรงทุ่มเทพระวรกาย พระสติปัญญาความสามารถ และพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจอยู่เป็นนิจนานัปการ ด้วยหวังให้มหาชนชาวสยามถึงพร้อมด้วยประโยชน์สุข ซึ่งเป็นสิ่งที่พระองค์ทรงตั้งพระราชหฤทัยไว้ตั้งแต่สมัยเมื่อเสด็จขึ้นเถลิ งถวัลยราชสมบัติ ดังพระปฐมบรมราชโองการที่ได้พระราชทานแก่พสกนิกรชาวไทยเมื่อครั้งพระราชพิธีบรมราชาภิเษก วันที่ ๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๓ ว่า เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแก่มหาชนชาวสยาม

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงงานหนักที่สุดพระองค์หนึ่งของโลก พระราชกรณียกิจของพระองค์มีมากมาย ทั้งในด้านการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้านการแพทย์และสาธารณสุข ด้านการศึกษา ด้านศาสนา ด้านความมั่นคงภายในประเทศ ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ด้านศิลปะวัฒนธรรม และด้านการกีฬา แต่พระราชกรณียกิจหลักของพระองค์คือ การยกระดับสภาพความเป็นอยู่ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยพระองค์จะเสด็จพระราชดำเนินไปยังท้องที่ต่างๆ พร้อมทอดพระเนตรสภาพปัญหาในท้องที่เหล่านั้นด้วยพระองค์เอง พระองค์จะใช้เวลาส่วนใหญ่ในแต่ละปี เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานไปประทับแรม ณ พระตำหนักตามภูมิภาคต่างๆ และจะทรงหาโอกาสเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนราษฎรในพื้นที่ใกล้เคียงอยู่เสมอ จนอาจกล่าวได้ว่า ไม่มีพื้นที่แห่งใดในประเทศไทย ที่พระองค์ไม่เคยเสด็จพระราชดำเนินไปถึง

ตลอด ๖๐ ปีที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาที่พระองค์ทรงงานอย่างไม่เคยว่างเว้น และทรงประกอบพระราชกรณียกิจที่ถึงพร้อมทั้งความบริสุทธิ์บริบูรณ์ จึงเป็นช่วงเวลา ๖๐ ปีที่พสกนิกรชาวไทยอยู่ได้อย่างร่มเย็นเป็นสุขภายใต้ร่มพระบารมี พระราชกรณียกิจทั้งหลายที่พระองค์ทรงบำเพ็ญ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ที่พระองค์ทรงมีต่อประเทศชาติและประชาชนชาวไทย

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

ตอบ

ไปที่เวอร์ชันเต็ม