www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี

เงินประกันสัญญาเช่า และเงินมัดจำสัญญาเช่ามีผลกระทบอย่างไรบ้าง

(1/1)

กุหลาบ:
อยากทราบว่าเงินประกันสัญญาเช่า และเงินมัดจำสัญญาเช่าต่างกันอย่างไร ทั้งในส่วนผู้รับ และผู้จ่าย และจะกระทบเรื่องใดบ้างดังคำถามต่อไปนี้

1.จะต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย, ถูกหัก ณ ที่จ่ายหรือไม่

2.ถือเป็นรายได้, รายจ่ายอย่างไรบ้างในการคำนวณภาษี เงินได้นิติบุคคล

3.กรณีเข้าระบบมูลค่าเพิ่มต้องเสีย Vat หรือไม่

4.ถ้าวางแผนภาษีควรใช้คำพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไรจึงจะประหยัดภาษีเวลาทำสัญญา ขอคำตอบทั้งสองฝ่าย

อ้วน:
1.  ในความเห็นส่วนตัว  ไม่ว่าจะเรียกว่าเงินประกันสัญญาเช่า หรือ เงินมัดจำสัญญาเช่า  ก็มีความหมายเดียวกัน คือ เป็นเงินที่ผู้เช่าต้องจ่ายล่วงหน้าให้กับทางผู้ให้เช่า  เพื่อเป็นหลักประกันความเสียหายอันอาจจะเกิดขึ้นในระหว่างเวลาที่ผู้เช่า  ได้เช่าอยู่



2.  จากข้อมูลที่ให้มาในเบื้องต้น  ผมเข้าใจว่าเป็นการ " เช่าอสังหาริมทรัพย์ "  ครับ  ดังนั้นเรามาตอบทีละคำถามกันครับ



2.1  ภาษีหัก ณ ที่จ่าย  

ก็ต้องมาดูในข้อ 2. (2) ตาม ป.73/2541  กำหนดไว้ว่า  การหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลผู้จ่ายเงินล่วงหน้า เงินประกัน เงินมัดจำ เงินจอง หรือเงินอื่นที่เรียกเก็บในลักษณะทำนองเดียวกันปฏิบัติดังนี้



      (ก) กรณีการให้เช่าทรัพย์สิน ถือเป็นการจ่ายเงินได้เนื่องจากการให้เช่าทรัพย์สินทั้งจำนวน ผู้จ่ายมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 5.0 ทุกครั้งที่มีการจ่าย ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528



      (ข) กรณีการให้บริการอื่น ถือเป็นเงินได้เนื่องจากการให้บริการทั้งจำนวน ถ้าการให้บริการนั้นเป็นบริการรับจ้างทำของ ผู้จ่ายมีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 3.0 ทุกครั้งที่มีการจ่ายค่าจ้างทำของ ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528



2.1.1  ผู้ให้เช่า  

หากผู้เช่าเป็นนิติบุคคล  ผู้ให้เช่า  ก็จะต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายครับ

2.1.2  ผู้เช่า  

หากผู้เช่าเป็นนิติบุคคล  ผู้เช่าก็มีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย   ถ้าเป็นการเช่าสินทรัพย์  ก็หักในอัตราร้อยละ 5  แต่ถ้าเป็นบริการ  ก็หักในอัตราร้อยละ  3



2.2  ภาษีเงินได้นิติบุคคล

ก็ต้องมาดูในข้อ 2. (1)  ตาม ป.73/2541  กำหนดไว้ว่า  การให้เช่าทรัพย์สิน หรือการให้บริการอื่น



      “(ก) การคำนวณรายได้ และรายจ่ายของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ซึ่งประกอบกิจการให้เช่าทรัพย์สิน บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น ต้องนำรายได้ที่เรียกเก็บหรือพึงเรียกเก็บในลักษณะเป็นเงินก้อนเพื่อตอบแทนการให้เช่าทรัพย์สินทั้งจำนวน ไม่ว่าจะเรียกเก็บในลักษณะเงินจ่ายล่วงหน้า เงินประกัน เงินมัดจำ เงินจอง หรือเงินอื่นที่เรียกเก็บในลักษณะทำนองเดียวกัน มารวมคำนวณเป็นรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มให้เช่าทรัพย์สิน หรือจะนำรายได้นั้นมาเฉลี่ยตามส่วนแห่งจำนวนปีตามสัญญา และนำมารวมคำนวณเป็นรายได้ในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชีนับแต่รอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มให้เช่าทรัพย์สินก็ได้



      ในกรณีการให้บริการอื่นซึ่งเป็นบริการตามสัญญาระยะยาว ต้องนำรายได้ที่เรียกเก็บหรือพึงเรียกเก็บในลักษณะเป็นเงินก้อนเพื่อตอบแทนการให้บริการทั้งจำนวน ไม่ว่ารายได้นั้นจะเกิดจากการผ่อนชำระหรือชำระครั้งเดียว และไม่ว่าจะเรียกเก็บในลักษณะเงินจ่ายล่วงหน้า เงินประกัน เงินมัดจำ เงินจอง หรือเงินอื่นที่เรียกเก็บในลักษณะทำนองเดียวกันมารวมคำนวณเป็นรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มให้บริการหรือจะนำรายได้นั้นมาเฉลี่ยตามส่วนแห่งจำนวนปีตามสัญญาแต่ไม่เกินสิบปี และนำมารวมคำนวณเป็นรายได้ในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชีนับแต่ปีทิ่เริ่มให้บริการก็ได้ ในกรณีการให้เช่าทรัพย์สินหรือให้บริการได้กระทำในระหว่างรอบระยะเวลาบัญชีหรือสัญญาการให้เช่าทรัพย์สินหรือให้บริการเป็นสัญญาสิ้นสุดในระหว่างรอบระยะเวลาบัญชี ให้เฉลี่ยเงินรายได้ตามส่วนของเดือนหรือจำนวนวันที่ให้เช่าหรือให้บริการในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น”

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.74/2541 สั่ง ณ วันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2541)



      (ข) ในกรณีที่ได้มีการปฏิบัติตาม (ก) แล้วต่อมาหากได้มีการจ่ายคืนเงินจ่ายล่วงหน้า หรือเงินประกัน ฯลฯ ให้แก่ผู้เช่าหรือผู้รับบริการตามข้อตกลงหรือสัญญา ให้ผู้ให้เช่าหรือผู้ให้บริการนำเงินจ่ายล่วงหน้า หรือเงินประกัน ฯลฯ ที่ได้คืนให้แก่ผู้เช่าหรือผู้รับบริการ มาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ตามมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร โดยให้ถือเป็นรายจ่ายในรอบระยะเวลาบัญชีที่ได้จ่ายคืนเงินจ่ายล่วงหน้า หรือเงินประกัน ฯลฯ



2.2.1  ผู้ให้เช่า  

หากไม่เข้าข้อยกเว้นตามข้อ 3. (2) ตาม ป.73/2541   ก็จะต้องถือเป็นรายได้ครับ  และเมื่อจ่ายคืนเงินประกัน หรือ เงินมัดจำ  ก็ให้ถือเป็นรายจ่ายในทางภาษีได้ครับ  แต่หากเข้าข้อยกเว้นตามข้อ 3. (2) ตาม ป.73/2541   เงินที่ได้รับมา  ก็จะถือเป็นหนี้สินครับ  ส่วนชื่อบัญชี อาจใช้ว่า " เงินมัดจำรับล่วงหน้า " เป็นต้น



2.2.2  ผู้เช่า

หากไม่เข้าเงื่อนไขตามข้อ 3. (2) ตาม  ป. 73/2541  เงินประกันหรือเงินมัดจำ ที่จ่ายไปก็ถือเป็นรายจ่ายในทางภาษี  แต่หากเข้าเงื่อนไขตามข้อ 3. (2) ตาม  ป. 73/2541  เงินประกันหรือเงินมัดจำ  ก็จะถือเป็นสินทรัพย์ครับ



2.3  ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ก็ต้องมาดูในข้อ 2. (3)  ตาม ป.73/2541  กำหนดไว้ว่า  การเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้ผู้ขายสินค้าหรือผู้ให้บริการที่เรียกเก็บเงินจ่ายล่วงหน้า เงินประกัน เงินมัดจำ เงินจอง หรือเงินอื่นที่เรียกเก็บในลักษณะทำนองเดียวกัน ปฏิบัติดังนี้



      (ก) ผู้ประกอบกิจการขายสินค้าต้องนำมูลค่าทั้งหมดที่ได้รับหรือพึงได้รับจากการขายสินค้าไม่ว่าจะเรียกเก็บในลักษณะเงินจ่ายล่วงหน้า เงินประกัน ฯลฯ มารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษีตามมาตรา 79 แห่งประมวลรัษฎากรด้วย โดยถือว่าความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากการขายสินค้า เกิดขึ้นในขณะที่มีการส่งมอบสินค้า เว้นแต่ได้มีการโอนกรรมสิทธิ์สินค้า ได้รับชำระราคาสินค้า หรือได้ออกใบกำกับภาษีก่อนส่งมอบสินค้า ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย ตามมาตรา 78(1) แห่งประมวลรัษฎากร



      (ข) ผู้ประกอบกิจการให้เช่าทรัพย์สินที่มิใช่อสังหาริมทรัพย์ หรือการให้บริการอื่น ต้องนำมูลค่าทั้งหมดที่ได้รับหรือพึงได้รับจากการให้เช่าทรัพย์สิน หรือการให้บริการอื่นไม่ว่าจะเรียกเก็บในลักษณะเงินจ่ายล่วงหน้า เงินประกัน ฯลฯ มารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษี ตามมาตรา 79 แห่งประมวลรัษฎากรด้วย โดยถือว่าความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากการให้เช่าทรัพย์สิน หรือการให้บริการอื่นเกิดขึ้นในขณะได้รับชำระเงินดังกล่าว ตามมาตรา 78/1(1) แห่งประมวลรัษฎากร



      (ค) ในกรณีที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้ปฏิบัติตาม (ก) หรือ (ข) แล้ว ต่อมาหากได้มีการคืนเงินจ่ายล่วงหน้า หรือเงินประกัน ฯลฯ ให้แก่ผู้ซื้อสินค้า ผู้เช่าทรัพย์สิน หรือผู้รับบริการอื่นตามข้อตกลงหรือสัญญา ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนออกใบลดหนี้ ตามมาตรา 86/10 แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่ผู้ซื้อสินค้า ผู้เช่าทรัพย์สิน หรือผู้รับบริการอื่น ตามมาตรา 82/10 แห่งประมวลรัษฎากร



      (ง) ผู้ประกอบกิจการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ที่เรียกเก็บเงินจ่ายล่วงหน้า เงินประกัน ฯลฯ ถือเป็นส่วนหนึ่งของค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 81(1)(ต) แห่งประมวลรัษฎากร



2.3.1  ผู้ให้เช่า

หากเป็นการเรียกเก็บจากการประกอบกิจการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์  ก็จะได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มครับ



2.3.2  ผู้เช่า

หากเป็นในส่วนของการเช่าอสังหาริมทรัพย์  ก็ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มเช่นกันครับ



2.4  ในการวางแผนภาษีในเรื่องการให้เช่าอสังริมทรัพย์  ต้องปฏิบัติให้ได้ตาม ข้อ 3. (2) ตาม ป.73/2541  ครับ  จะได้ประโยชน์สูงสุด  ทั้งผู้ให้เช่า และผู้เช่าครับ



3.  คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 73/2541 เรื่อง การเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับการเรียกเก็บเงินจ่ายล่วงหน้า เงินประกัน เงินมัดจำ หรือเงินจอง  

http://www.rd.go.th/publish/3580.0.html

ผู้สงสัย:
แล้วในการที่ ผู้เช่ามีการแจ้งย้ายออกและขอคืนเงินประกันการเช่าคืนจากผู้ให้เช่า  แต่ผู้ให้เช่ามีการหักค่าเสียหายและเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้เช่า อันนี้ผู้เช่าจะต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้หรือไม่ ถ้าต้องหัก ต้องหักกี่เปอร์เซ็นต์

ผ่านมา:
ค้นหาข้อมูลผ่านมา



เห็นคุณอ้วนตอบ ต้องขอยกนี้ว แล้วขอบคุณมากครับ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

ตอบ

ไปที่เวอร์ชันเต็ม