www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี
จากคำถามที่ 1073 ควรวางแผนการเสียภาษีแบบใดจึงจะเหมาะสม(เรื่องค่านายหน้า)
กุหลาบ:
จากคำถามข้างต้นขอความกรุณาช่วยอธิบายเพิ่มเติมในกรณีนี้ว่าจะวางแผนการเสียภาษีแบบใด จึงจะเหมาะสมและประหยัดภาษีที่สุด เช่น แบบอัตราก้าวหน้า, กำไรสุทธิ
เพราะอะไร และถ้าทำตามที่ตอบในข้อ 1073 แล้วในเรื่องเอกสารจะช่วยในเรื่องอะไรได้บ้างเวลาสรรพากรถาม มีผลดี ผลเสีย กับฝ่ายใดบ้าง เพราะอะไร
อ้วน:
ก่อนอื่นต้องมาทำความเข้าใจก่อนครับว่า อย่างไร จึงเรียกว่า " ค่านายหน้า " ให้มาดูตามประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์ ตามมาตรา 845 กล่าวไว้ว่า " บุคคลผู้ใดตกลงจะให้ค่าบำเหน็จแก่นายหน้า เพื่อที่ชี้ช่องให้ได้เข้าทำสัญญาก็ดี จัดการให้ได้ทำสัญญากันก็ดี ท่านว่าบุคคลนั้นได้ทำกันสำเร็จเนื่องจากแต่ผลแห่งการที่นายหน้าได้ชี้ช่องหรือจัดการนั้น ถ้าสัญญาที่ได้ทำกันไว้นั้นมีเงื่อนไขเป็นเงื่อนไขบังคับก่อนไซร็ ท่านว่าจะเรียกร้องบำเหน็จค่านายหน้ายังหาได้ไม่ จนกว่าเงื่อนไขนั้นสำเร็จแล้ว "
และตามมาตรา 849 กล่าวไว้ว่า " การรับเงินหรือรับชำระหนี้อันจะพึงชำระตามสัญญานั้น ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่านายหน้าย่อมไม่มีอำนาจที่จะรับแทนผู้เป็นคู่สัญญา "
จากลักษณะดังกล่าวจะเห็นได้ว่า " นายหน้า " เป็นเพียงผู้ชี้ช่อง หรือ จัดการ และปกติจะไม่ได้เป็นผู้รับเงินในคู่สัญญา ( เป็นเพียงตัวกลางเท่านั้น )
อ้วน:
จากข้อมูลตามกระทู้ 001073
1. นาย ป. จะซื้อกุ้งจากนาย ก.
2. นาย ป. นำกุ้งนี้ไปขายให้นาย ข.
3. นาย ป. จะได้รับเงินจากการขายกุ้งให้นาย ข. ผ่านบัญชี ของนาย ป./วัน เป็นยอดร้อยล้าน
4. นาย ป.จะโอนที่ได้จากนาย ข. ให้ นาย ก. โดยได้รับผลตอบแทน 1.5% จากยอดซื้อขายระหว่างกัน กล่าวคือ นาย ป. ซื้อกุ้งจากนาย ก. ในราคา 98.50 บาท แต่นำไปขายให้นาย ข. ในราคา 100 บาท
ครับก่อนจะตอบคำถาม ขอให้พิจารณาดูก่อนครับ ตามข้อมูลในกระทู้ 1073 ในความเห็นส่วนตัวผม ผมมองว่าลักษณะการดำเนินธุรกิจของ นาย ป. ในลักษณะนี้ไม่เข้าข่ายเป็น " นายหน้า " ครับ แต่ดูแล้วน่าจะเป็นลักษณะของการซื้อมา - ขายไปมากกว่าครับ
เหตุผลเพราะ นาย ป. ไม่มีลักษณะ เป็นผู้ชี้ช่องให้เกิดการซื้อขายโดยตรง ระหว่าง นาย ก. และ นาย ข. อีกทั้งยังเป็นผู้รับเงินโดยตรงจากนาย ข. แล้วจึงค่อยโอนเงินให้นาย ก. ผมจึงมองกรณีของนาย ป. ว่าเป็นลักษณะของการซื้อมา - ขายไปครับ ไม่ใช่ " ค่านายหน้า " ครับ
อ้วน:
เมื่อเราพิจารณาแล้วเห็นว่า นาย ป. ดำเนินธุรกิจอะไร จึงค่อยมาพิจารณาในเรื่องของการวางแผนภาษีกันต่อครับ หากถามความเห็นส่วนตัวผม ตามข้อมูลผมมองว่า นาย ป. ดำเนินธุรกิจซื้อมา - ขายไป ดังนั้น หากมียอดรายได้ที่รับสูงเป็นหลักร้อยล้าน ก็ควรดำเนินธุรกิจในรูปของนิติบุคคลครับ เพราะบุคคลธรรมดาจะเสียภาษีในอัตราก้าวหน้า กล่าวคือ ยิ่งเงินได้สุทธิมาก อัตราภาษีก็จะยิ่งสูง ในขณะที่นิติบุคคล จะเสียภาษีจากกำไรสุทธิ ในอัตราก้าวหน้าแบบคงที่ ( เฉพาะที่ทุนจดทะเบียนและเรียกชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท )
อ้วน:
ส่วนที่ถามว่า " ถ้าทำตามที่ตอบในข้อ 1073 แล้วในเรื่องเอกสารจะช่วยในเรื่องอะไรได้บ้างเวลาสรรพากรถาม มีผลดี ผลเสีย กับฝ่ายใดบ้าง เพราะอะไร "
คำตอบ ผมมองว่าไม่ใช่ธุรกิจนายหน้า ( หากผมเข้าใจถูกต้อง ) ดังนั้นเอกสารที่เกิดขึ้น เหมือนกับพิสูจน์ให้เห็นชัดเจนว่า ไม่น่าจะเป็นลักษณะของค่านายหน้า
แต่หากคุณกุหลาบ เข้าใจถูกต้องว่า กรณีของ นาย ป. ในลักษณะนี้เป็นค่านายหน้า การที่เราสามารถพิสูจน์ว่าเรารับเงินมา 100 บาทจริง แต่จะถือเป็นรายได้ของ นาย ป. เพียง 1.50 บาทเท่านั้น ไม่ใช่ทั้ง 100 บาท ย่อมส่งผลดีกับนาย ป. มิฉะนั้น นาย ป. อาจจะเสียภาษีไม่ไหว ครับ
ในเบื้องต้นขอจบการแสดงความเห็นไว้เพียงเท่านี้ครับ
นำร่อง
[0] ดัชนีข้อความ
[#] หน้าถัดไป
ไปที่เวอร์ชันเต็ม