www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี
ค่าปรับของกรมสรรพากร และกระทรวงพาณิชย์ยื่นงบล่าช้า
กุหลาบสีดำ:
จดทะเบียนบริษัทมาทั้งสิ้น 10 ปี (ปี 38 - ปัจจุบัน ) ทุนจดทะเบียน 30 ล้านบาท เป็นงบไม่มีรายได้(งบเปล่า) ต้องการจะดำเนินการต่อในอนาคต และปิดงบยื่นเอกสารให้ถูกต้อง คำถามอยากทราบว่า
1. ในทางสรรพากร จะต้องเสียค่าเบี้ยปรับเงินเพิ่มเท่าไหร่ เพราะอะไร และจากเอกสารตัวใดบ้าง วิธีทำจะต้องทำอย่างไร
2. กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง เพราะเหตุใด และจากเอกสารตัวใดบ้าง วิธีทำจะต้องทำอย่างไร
3. ค่าใช้จ่ายตัวอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องยังมีอีกหรือไม่ วิธีทำจะต้องทำอย่างไรบ้าง
อ้วน:
ผมเข้าใจว่าเป็นกรณีที่บริษัทไม่ได้มีการยื่นงบการเงินกับทางกระทรวงพาณิชย์ และ ยื่นแบบ ภงด.50 กับทางกรมสรรพากร มีหลักต้องพิจารณาดังนี้
1. ให้เช็คข้อมูลกันทางกระทรวงพาณิชย์ ก่อนครับว่าตกลงแล้ว บริษัทนี้ มีสถานะเป็นบริษัทร้างหรือไม่ โดยค้นหาข้อมูลจากอินเตอร์เนตก็ได้ครับ เพราะหากเป็นบริษัทร้างแล้ว ถ้าผมจำไม่ผิดเราต้องไปที่ชั้น 10 ที่สนามบินน้ำ เพื่อขอคัดรายชื่อที่ถูกประกาศในประกาศราชกิจจานุเบกษาว่าเป็นบริษัทร้าง เมื่อใด และให้ทางทนายความยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งฟื้นคืนสถานะให้เป็นบริษัทปกติ และนำคำสั่งศาลมาให้ที่กระทรวงพาณิชย์ เพื่อคืนสถานะให้เป็นบริษัทปกติครับ
เมื่อคืนสถานะเป็นบริษัทปกติได้แล้ว ก็ให้จัดทำงบการเงินย้อนหลังเพียง 1 ปี เช่น หากได้รับการคืนสถานะในปี 49 ก็ควรทำงบการเงินตั้งแต่ ปี 48 เป็นต้นไป เพราะในทางประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์ ก็ไม่ได้มีการกำหนดในเรื่องของงบการเงินในกรณีนี้ไว้ เหตุที่ต้องยื่นงบการเงินย้อนหลังเพียง 1 ปี เพราะ โทษปรับการยื่นงบการเงินล่าช้านั้น มีอายุความเพียง 1 ปีครับ
2. ส่วนทางกรมสรรพากรนั้น ในเบื้องต้นอย่าเพิ่งรีบคัดแบบ ให้ดูสถานะจากกระทรวงพาณิชย์เป็นหลัก หากไม่สามารถคืนสถานะได้ ในส่วนตัวผมก็จะยังไม่ยื่นแบบอะไรทั้งสิ้นครับ แต่หากคืนสถานะได้ก็ให้ยื่นแบบย้อนหลังเพียง 1 ปีเช่นเดียวกัน ( หลังจากคืนสถานะเป็นบริษัทปกติแล้ว ) เพราะ โทษปรับการไม่ยื่นแบบตามกำหนด ก็จะมีอายุความ 1 ปีเช่นกัน หลักๆ ก็จะต้องยื่นแบบ ภงด.50 , ภงด.51
และต้องดูด้วยครับว่า บริษัทนี้อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่ เพราะถ้าอยู่ อันนี้เราต้องหาวิธีเช็คครับว่า ตกลงแล้ว ณ ปัจจุบันบริษัทถูกขีดชื่อออกจากระบบภาษีมูลค่าเพิ่มหรือยัง หากยังอยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อเราคืนสถานะเป็นบริษัทปกติแล้ว เฉพาะแบบ ภพ. 30 จะต้องทำแบบยื่นย้อนหลัง 24 เดือนครับ เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการตรวจสอบของเจ้าพนักงานสรรพากรในกรณีที่บริษัทจะเลิก
3. ประมาณค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้น
3.1 การคืนสถานะให้เป็นบริษัทปกติ ไม่เสียค่าธรรมเนียมกับทางกระทรวงพาณิชย์ ( กรณีที่ดำเนินการเอง ) แต่คงต้องเสียค่าใช้จ่ายในการจ้างทนายดำเนินการในส่วนของการยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อขอคำสั่งศาลฟื้นสถานะบริษัท
3.2 ค่าปรับจากการยื่นงบการเงินล่าช้า เท่าที่มีข้อมูลเป็นของปี 48 กำหนดว่า
ก) ยื่นงบการเงินล่าช้ากว่า 2 เดือนแต่ไม่เกิน 4 เดือน รวมเสียค่าปรับ 4,000 บาท
ข) ยื่นงบการเงินล่าช้ากว่า 4 เดือนแต่ไม่เกิน 6 เดือน รวมเสียค่าปรับ 8,000 บาท
ค) ยื่นงบการเงินล่าช้ากว่า 6 เดือนหรือไม่ยื่นงบการเงิน รวมเสียค่าปรับ 10,000 บาท
3.3 ส่วนค่าคัดหนังสือรับรอง หรือข้อมูลต่างๆ กับทางกระทรวงพาณิชย์ ก็แล้วแต่ความจำเป็นและข้อมูลที่บริษัทมี ซึ่งน่าจะอยู่ในหลักร้อยบาทครับ
3.4 ค่าคัดแบบต่างๆ กับทางกรมสรรพากร ก็น่าจะอยู่ในหลักร้อยบาทเช่นกันครับ
3.5 ส่วนค่าปรับไม่ยื่นแบบ ถ้าเป็น ภงด.50 และ ภงด.51 ฉบับละ 2,000 บาท ( ไม่รวมภาษี ถ้ามี ) และ แบบ ภพ.30 ฉบับละไม่เกิน 500 บาทครับ
3.6 ค่าพนังงานบัญชี หรือ ค่าจ้างทำบัญชี ( กรณีที่ฟื้นคืนสถานะเป็นบริษัทปกติได้ ) เพราะ ตาม พรบ.การบัญชี พ.ศ.2543 ได้กำหนดให้ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี ต้องจัดหาผู้ทำบัญชี ซึ่งค่าใช้จ่ายก็อยู่ที่ตกลงกันครับ
3.7 ค่าสอบบัญชี ( จะมีในกรณีที่ฟื้นคืนสถานะ และต้องจัดทำงบการเงินนำส่ง ) ก็อยู่ที่ตกลงกันครับ
สรุป ให้เช็คข้อมูลกับทางกระทรวงพาณิชย์เป็นอันดับแรกสุด แล้วจึงค่อยเช็คการยื่นแบบแสดงการเสียภาษีต่างๆ ครับ
ดวงนภา:
หากต้องการผู้ทำบัญชีและเคลียปัญหาต่างๆสามารถติดต่อทางเราได้นะคะราคาไม่แพงค่ะ
จจ:
เปิดกิจการเป็นห้างหุ้นส่วนการที่ไม่ได้ยื่นงบดุลตั้งแต่ ปี2548 -2550 จะเสียค่าปรับหรือเปล่า และถ้าเสียค่าปรับทางเราต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง
ตะวัน:
อยากทราบว่า กรณีที่มีหลายสาขา หากต้องการยื่นแบบ ภพ. 30 แบบรวม จำเป็นจะต้องมีการได้จากแหล่งเดียวหรือ แล้วถ้าทุกสาขาต่างมีรายได้ จะยื่นรวม โดยการแจกแจงเป็นรายได้ของแต่ละสาขาได้หรือไม่ เพราะเหตุใด พอจะมี ข้อกฏหมายข้อใหนอธิบายได้บ้างคะ หาแล้วเจอคะ
นำร่อง
[0] ดัชนีข้อความ
[#] หน้าถัดไป
ไปที่เวอร์ชันเต็ม