www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี

ค่าเช่าเครื่องจักร

(1/1)

นิศากร:
1.มีการกู้เงินซื้อเครื่องจักรให้บริษัทในเครือเช่า ต้องเสียภาษีมูลค่เพิ่มจากการให้เช่าหรือไม่

2. ค่าเช่าเครื่องจักร เมื่อเทียบกับค่าเสื่อมราคาต่อเดือน แล้ว ต่ำกว่า ค่าเสื่อม แต่ตอนปลายปีได้มีการปรับราคาค่าเช่าแล้ว และสูงกว่าค่าเสื่อมราคาต่อเดือน จึงทำให้ตอนสิ้นปี ค่าเช่าต่อปีสูงบกว่าค่าเสื่อมราคาต่อปี จากประเด็นนี้ สรรพากรมีอำนาจประเมินกรรีค่าเช่าต่อเดือนต่ำกว่าค่าเสื่อมราคาต่อเดือนหรือไม่ อ้างอิงกฎหมายมาตราใด เพราะตอนนี้ถูกสรรพากรตรวจเรื่องนี้ค่ะ และบอกว่าต้องเสียค่าปรับค่ะ แต่ยังไม่แจ้งว่าเรื่องอะไรค่ะ

อ้วน:
1.  ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากการให้เช่าสังหาริมทรัพย์ครับ  แต่หากเป็นการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์  ก็จะได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม  สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ตามมาตรา  81 (ต)

http://www.rd.go.th/publish/5206.0.html#mata81



2.  คงต้องมาทำความเข้าใจก่อนครับว่า  การเช่าเครื่องจักรนั้น  ผู้เช่าได้สิทธิครอบครอง  แต่ไม่ได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ  เมื่อไม่ได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ  ก็ไม่มีสิทธิคิดค่าเสื่อมราคาครับ  



3.  ผมจึงเข้าใจเองว่าน่าจะเป็นลักษณะ " การเช่าซื้อหรือ ซื้อขายเงินผ่อน "  ซึ่งจะต้องศึกษาตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 3/2527 เรื่อง การหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน  ข้อ 7.

http://www.rd.go.th/publish/3618.0.html



อ้วน:
มาดูตัวอย่างกันครับ  เพื่อช่วยเพิ่มความเข้าใจ



ตัวอย่าง ซื้อทรัพย์สินราคา 1,000,000 บาท โดยผ่อนชำระสมมุติว่าหักค่าสึกหรอฯ ร้อยละ 20 ต่อปี ปีแรกชำระไป 150,000 บาท ค่าสึกหรอฯ ร้อยละ 20 ของ 1,000,000 บาท จะเท่ากับ 200,000 บาท (ได้ทรัพย์สินมาตั้งแต่ 1 มกราคม ) เช่นนี้ จะหักเป็นค่าใช้จ่ายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีแรกนี้ได้เพียง 150,000 บาทเท่านั้น



เงื่อนไขข้อนี้ เท่ากับเป็นการยอมรับว่า กรณีการเช่าซื้อขายผ่อนชำระผู้เช่าซื้อหรือผู้ซื้อผ่อนชำระมีสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นเสมือนเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ กฎหมายจึงกำหนดให้ค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาทรัพย์สินนั้นได้ ในทางกลับกัน ผู้ให้เช่าซื้อหรือผู้ขายผ่อนชำระย่อมไม่มีสิทธิ์หักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาทรัพย์สินที่ให้เช่าซื้อหรือขายผ่อนชำระ เพราะถ้าหักได้ก็จะเป็นการหักซ้ำซ้อนในทรัพย์สินเดียวกัน



ปัญหาจึงเกิดขึ้นว่า การหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาทรัพย์สินควรจะต้องถือหลักกรรมสิทธิ์เป็นเกณฑ์หรือไม่ กล่าวคือ กิจการใดเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินใดก็เป็นผู้มีสิทธิที่จะหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาในทรัพย์สินนั้นซึ่งโดยทั่วไปถือหลักนี้จะมีปัญหาก็คือ ธุรกิจให้เช่าแบบลิสชิ่ง (Leasing ทั้ง Financial Lease และ Operating Lease) ซึ่งผู้ให้เช่าแบบลิสชิ่งยังคงถือกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินระหว่างอายุการเช่า จะโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้เช่าก็ต่อเมื่อได้มีการปฏิบัติตามเงื่อนไขและเงื่อนเวลาการชำระค่าเช่าครบถ้วนแล้ว ราคาทรัพย์สินที่โอนเมื่อสิ้นสุดสัญญาก็เป็นมูลค่าเล็กน้อยเพียงเพื่อเป็นพิธีการเท่านั้น (เช่น 100 บาท) ปัญหาการหักค่าเสื่อมราคาทรัพย์สินถ้าตีความการเช่าแบบลิสชิ่งเป็นแบบเดียวกับการเช่าซื้อแบบที่กำหนดเงื่อนไขไว้ในเรื่องนี้ ผู้เช่าย่อมมีสิทธิ์หักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาทรัพย์สินนั้น แต่ถ้าไม่ถือว่าเป็นแบบอย่างเดียวกันก็ต้องหันกลับมาถือหลักกรรมสิทธิ์คือ ผู้ใดเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ผู้นั้นมีสิทธิหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาซึ่งหากพิจารณาตามกฎหมายแล้วผู้ให้เช่าแบบลิสชิ่งถือเป็นหลักเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์จึงหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาทรัพย์สินที่ให้เช่า ส่วนผู้เช่าหักเป็นรายจ่ายประเภทค่าเช่า



ทั้งนี้ แนวทางการตีความของของกรมสรรพากรถือว่า การทำลิสชิ่งเป็นการให้เช่าทรัพย์สินอย่างหนึ่ง ดังนั้น การหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาทรัพย์สินจึงให้ผู้ให้เช่าเป็นผู้หักตามมูลค่ามูลค่าต้นทุนของทรัพย์สินตลอดระยะเวลาที่เป็นเจ้าของทรัพย์สินนั้น

nui:
ค่าเช่าเครื่อจักร จำนวน 2,400,000 บาท แต่สัญญาค่าเช่าแสดงค่าเช่า จำนวน 1,800,000 บาทต่อปี และค่าบำรุงรักษา เท่ากับ 600,000 บาท ข้อมูลดังกล่าวถูกต้องหรือไม่

ถ้าผิดจะแก้ไขอย่างไร

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

ตอบ

ไปที่เวอร์ชันเต็ม