www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี
ค่าลากตู้สินค้า
(1/1)
การ์ตูน:
ถือเป็นค่าขนส่งต้องหัก 1% หรือเปล่าคะ(ลากจากท่าเรือ-บริษัท
และค่าเบี้ยประกันสินค้าสงสัยว่าต้องหักภาษีหรือเปล่าคะ
อ้วน:
ขออธิบายอีกครั้งนะครับ เพราะเคยอธิบายลักษณะของค่าขนส่งในกระทู้ 00988
http://www.avaccount.com/wb/show.php?No=988&c=act
1. ตามประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์ ลักษณะ 8 มาตรา 608 ได้ให้ความหมายของค่าขนส่งไว้ดังนี้
" อันว่าผู้ขนส่งภายในความหมายแห่งกฏหมายลักษณะนี้ คือบุคคลผู้รับขนส่งของ หรือคนโดยสารเพื่อบำเหน็จเป็นทางค้าปรกติของตน "
ดังนั้นการขนส่งจะเป็น
1) เป็นการขนย้ายจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง
2) ไม่ว่าจะเป็นขนของ หรือคนโดยสาร
3) ต้องทำเป็นประจำ โดยไม่ได้มีการบริการอื่นนอกเหนือจากการขนส่ง
2. ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 81 ( 1 ) ( ณ ) ได้กำหนดว่า " การให้บริการขนส่งในราชอาณาจักร ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม " ซึ่งผู้ประกอบการธุรกิจขนส่งไม่ต้อง จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และการจ่ายค่าขนส่งตั้งแต่วันที่ 15 กันยนยน 2544 เป็นต้นไป ผู้จ่ายเงินได้จะต้องหักภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายในอัตรา 1% ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.104/2544 ดังนั้นค่าขนส่งตามประมวลรัษฎากรจะต้องเข้าหลักเกณฑ์ดังนี้
1) ต้องเป็นการขนส่งที่ทำเป็นปกติธุระ ไม่ใช่ขนส่งสาธารณะ
2) ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
3) ผู้จ่ายเงินจะต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตรา 1%
และศึกษาเพิ่มเติมกฎกระทรวง ฉบับที่ 234 (พ.ศ. 2544) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยภาษีเงินได้
http://www.rd.go.th/publish/2355.0.html
สรุป การลากตู้สินค้า เป็นการย้ายสินค้าจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งซึ่งก็คือการขนส่ง ดังนั้นหากผู้ให้บริการเข้าหลักเกณฑ์ตามประมวลรัษฎากรกำหนด ก็ถือว่าประกอบธุรกิจขนส่ง ก็จะต้องถูกผู้จ่ายหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 1% ตามคำสังกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 4/2528 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ข้อ 12/4
http://www.rd.go.th/publish/3479.0.html
ส่วนค่าเบี้ยประกันวินาศภัย ผู้จ่ายก็จะต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 1% ตามคำสังกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 4/2528 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ข้อ 12/3
http://www.rd.go.th/publish/3479.0.html
การ์ตูน:
แล้วถ้าบริษัทไม่ได้หักภาษีไว้ คือพนักงานนำเงินสดย่อยไปจ่ายแล้วมาเบิกชดเชยทีหลัง บิลใบเสร็จรับเงินและบิลใบกำกับ ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ มิ.ย.48
ถ้าต้องการทำให้ถูกต้อง จะต้องนำภาษีออกแทนส่งให้ในเดือน ต.ค. 48 จะต้องดำเนินการอย่างไรบ้างคะ แล้วต้องส่งหนังสือรับรองกับบริษัทที่เกี่ยวข้องหรือเปล่าคะ
อ้วน:
1. ก่อนอื่นต้องดูก่อนครับว่า ตกลงแล้วผู้รับจ้างขนส่งนั้น เป็นบุคคล หรือนิติบุคคล เพราะจะมีผลกับแบบที่ต้องนำส่ง หากเป็นบุคคล ก็ต้องหัก ณ ที่จ่ายและนำส่งตามแบบ ภงด.3 แต่ถ้าเป็นนิติบุคคล ก็ต้องหัก ณ ที่จ่ายและนำส่งตามแบบ ภงด.53 ครับ
2. การจะทำให้ถูกต้องในกรณีนี้ ก็คือ ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายและนำส่ง ในระยะเวลาที่กฏหมายกำหนด เมื่อบริษัทได้จ่ายไปตั้งแต่เดือน มิ.ย.48 ก็จะต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 1% และนำส่งตามแบบ ภงด.3 หรือ ภงด.53 ภายในวันที่เจ็ดของเดือนถัดไป ซึ่งก็คือไม่เกินวันที่ 7 กรกฏาคม 2548 และต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้กับผู้รับจ้างขนส่งด้วยครับ โดยต้องลงวันที่ที่บริษัทจ่ายเงินค่าขนส่งครับ
3. เมื่อกฏหมายกำหนดให้บริษัทฯ ต้องยื่นแบบ ภงด.3 /53 ภายในวันที่ 7 ก.ค. 48 หากบริษัทฯ เคยมีการยื่นแบบดังกล่าวของเดือน มิ.ย 48 แล้ว ก็จะเป็นการยื่นเพิ่มเติมครั้งที่ 1 ของเดือนมิย. 48 โดยถ่ายสำเนาใบเสร็จของเดือนมิ.ย. 48 ประกอบการยื่นแบบเพิ่มเติมครั้งที่ 1 ไปด้วย โดยจะต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 / เดือน ตามมาตรา 27 แต่จะไม่มีเบี้ยปรับครับ
http://www.rd.go.th/publish/5943.0.html#mata27
แต่หากในเดือน มิ.ย. 48 ไม่เคยมีการยื่นแบบ ภงด.3/53 ก็จะต้องมีการเสียค่าปรับแบบอีก 200 บาทครับ
การ์ตูน:
ขอบคุณ คุณอ้วนมากค่ะ
นำร่อง
[0] ดัชนีข้อความ
ไปที่เวอร์ชันเต็ม