www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี
สัญญาเช่าและสัญญาบริการต่างกันอย่างไร ?
ดาว:
การแบ่งพื้นที่โกดังสินค้าให้บริษัทในเครือเก็บสินค้า ถือเป็นสัญญาเช่า หรือสัญญาให้บริการเก็บรักษาสินค้าในคลังสินค้า สัญญาทั้งสองมีลักษณะต่างกันอย่างไร ?
อ้วน:
1. ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจระหว่าง " ค่าเช่า " กับ " ค่าบริการ " กันก่อนครับ
1.1 " ค่าเช่า " จะมีลักษณะเด่นอยู่ 2 ประการและต้องมีครบถ้วนทั้ง 2 ข้อจึงจะถือว่าเป็นการเช่า กล่าวคือ
1.1.1 สิทธิการครอบครอง กล่าวคือ การเช่า ผู้เช่าต้องได้สิทธิครอบครอง เช่น เราเช่าหัองพักเลขที่ 113 ในระหว่างที่เราเช่า ผู้อื่นจะมาใช้ห้องนี้ไม่ได้ เนื่องจากเรามีสิทธิครอบครองอยู่ หรือ เช่ารถยนต์ ในระหว่างการเช่า ผู้อื่นจะมาใช้รถที่เราเช่าอยู่ไม่ได้ ( ยกเว้นเรายินยอม )
1.1.2 จะต้องมีการกำหนดช่วงระยะเวลาที่ชัดเจน กล่าวคือ ต้องมีกำหนดเวลาเริ่มเช่า และเวลาสิ้นสุดการเช่า ไม่นับรวมหากจะมีการเช่าต่อ เช่น เราต้องการเช่าห้อง 113 เป็นเวลา 4 เดือน หรือ ต้องการเช่ารถยนต์ 2 วัน เป็นต้น
1.2 ส่วน " ค่าบริการ " นั้นจะแตกต่างกับ " ค่าเช่า " ตรงที่ " ไม่มีสิทธิการครอบครอง " เช่น ค่าบริการรับฝากสินค้า ผู้ฝากสินค้าจะไม่ได้สิทธิครอบครองในพื้นที่ที่รับฝาก และไม่มีสิทธิที่จะเข้าไปในสถานที่ดังกล่าว หรือหากมีสิทธิเข้าไปได้ ผู้อื่นที่มาฝากก็ย่อมมีสิทธิที่จะเข้า - ออกได้เช่นกัน
ตย. มาดูตัวอย่างกันครับ สมมติกิจการประกอบธุรกิจที่จอดรถ ( ผู้เช่า และผู้ให้เช่า ต่างก็เป็นนิติบุคคบ ) อย่างไรจึงเรียกว่า " ค่าเช่า " อย่างไรจึงเรียกว่า " ค่าบริการ " มาดูกันครับ
ก) ในกรณีที่มีการกันที่จอดรถโดยเฉพาะ ให้กับผู้เช่าชัดเจน และผู้อื่นไม่มีสิทธิจะมาจอดรถในที่นี้ได้ เช่น ห้างมาบุญครอง ได้กันที่จอดรถบริเวณ ชั้น 2 จำนวน 10 คันให้กับบริษัท ... จอดบริเวณนี้โดยเฉพาะ ผู้อื่นไม่มีสิทธิมาจอดรถในบริเวณดังกล่าว ลักษณะดังกล่าวถือได้ว่า เป็น " การเช่า " เพราะได้มอบสิทธิครอบครองบริเวณชั้น 2 จำนวน 10 คัน ให้แก่ผู้เช่า บุคคลอื่นจะมาจอดในบริเวณดังกล่าวไม่ได้ และเมื่อเป็นค่าเช่า ผู้เช่าก็จะต้องมีภาระในการหักภาษี ณ ที่จ่าย ในอัตรา 5% และหากเป็นการเช่าอสังหาริมทรัพย์ ก็จะไม่มีภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข) ไม่ได้มีการกันที่จอดรถไว้โดยเฉพาะ ผู้ใดเข้ามาก่อนก็สามารถเลือกจอดรถได้ ในกรณีนี้จะถือว่า เป็น " ค่าบริการ " เมื่อเป็นบริการ ผู้จ่ายก็จะต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ในอัตรา 3% และหากผู้ให้บริการอยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ก็จะต้องเรียกเก็บ vat ด้วย
2. ที่นี้มาดูข้อมูลของคุณดาวกันครับ ก็ต้องมาพิจารณาเพิ่มเติมกันครับว่า ตกลงผู้จ่ายนั้นได้สิทธิการครอบครองพื้นที่หรือไม่
เรามาสมมติข้อมูลกัน
เช่น บริษัทมีการแบ่งพื้นที่โกดังอยู่ทั้งหมด 3,000 ตารางเมตร จำนวน 1 ชั้น ได้กำหนด บริเวณ และขนาดของพื้นที่จำนวน 1,000 ตร.เมตร ให้กับบริษัทในเครือใช้พื้นที่ในบริเวณที่จัดไว้ให้ และผู้อื่นก็ไม่มีสิทธินำสินค้ามาไว้ในบริเวณดังกล่าว จะเห็นได้ว่าจากลักษณะดังกล่าว เข้าข่ายเป็น " การเช่า " เพราะมีการมอบสิทธิครอบครองบริเวณดังกล่าวให้กับบริษัทในเครือ
แต่ถ้าในบริเวณโกดัง 3,000 ตร.เมตร บริษัทจะนำสินค้าของบริษัทในเครือ ไปไว้ที่ใดในบริเวณโกดังก็ได้ และบริษัทในเครือเองก็ไม่มีสิทธิเข้า - ออกในบริเวณโกดังได้ หากเป็นลักษณะนี้ ก็จะถือว่า เป็น " การให้บริการ " รับฝากสินค้า
แต่ที่กล่าวมาทั้งหมดนั้น ก็จะต้องดูด้วยว่าปกติธุรกิจของบริษัท เป็นอย่างไร กล่าวคือ อาจจะมีลักษณะเหมือนกับห้างมาบุญครอง คือมีทั้ง " ให้เช่า " และ " ให้บริการ " ซึ่งจะต้องระวังอย่างมากเนื่องจาก ถือว่ามีรายได้ที่ต้องเข้าข่ายเสีย vat และมีรายได้ที่ไม่ต้องเสีย vat จึงจะต้องศึกษาประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 29) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการเฉลี่ยภาษีซื้อ ให้ดี
http://www.rd.go.th/publish/3403.0.html
และอย่าลืมดูการจดประเภทธุรกิจ ตามแบบ ภพ.01 ในข้อ 4. ด้วยว่ามีการจดประเภทเป็นอย่างไร
สุดท้ายนี้ หวังว่าคงพอจะทำให้คุณดาวหายสงสัยได้ไม่มาก ก็น้อย และหากยังมีข้อสงสัย หรือไม่ชัดเจนในเรื่องอื่นใด ยินดีนะครับ
อ้วน:
ผมลืมไปอีกนิดหนึ่งครับว่า หากมีการทำสัญญาเช่า ก็จะต้องมีการติด " อากรแสตมป์ " ด้วยครับ ให้ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่เวบ
http://www.rd.go.th/publish/6162.0.html
พิม:
รบกวนขอตัวอย่างหนังสือสัญญาด้วยค่ะ..ไม่แน่ใจว่าจะเรียกว่าเป็นสัญญาประเภทไหน..คือ บริษัทเปิดศูนย์อาหารโดยให้แม่ค้าเข้ามาดำเนินการเป็นผู้ขาย และบริษัทหักรายได้จากการขายของแม่ค้า 20 % เป็นส่วนแบ่ง โดยมิได้มีการเก็บค่าเช่า ค่าบำรุงสถานที่ หรือค่าใดๆอีกเลย
รบกวนขอตัวอย่างหนังสือประเภทนี้ด้วยนะค่ะ
pim_nadia@hotmail.com
นา:
รบกวนตัวอย่างสัญญาซื้อขายอาหารด้วยค่ะ
นำร่อง
[0] ดัชนีข้อความ
[#] หน้าถัดไป
ไปที่เวอร์ชันเต็ม