www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี

ความสัมพันธ์ระหว่างภาษีซื้อต้องห้ามกับรายจ่ายต้องห้าม

(1/2) > >>

เด็กอยากรู้:
ภาษีซื้อต้องห้ามกับรายจ่ายต้องห้ามนั้นเหมือนหรือต่างกันอย่างไร และมีความสัมพันธ์กันอย่างไร ช่วยที่เถอะ

อ้วน:
คุณเด็กอยากรู้  คงเคยดูกระทู้ที่  00316  แล้วนะครับ

http://www.avaccount.com/wb/show.php?No=316&c=act



ซึ่งจะเห็นได้ว่า  หากพูดถึงภาษีซื้อต้องห้าม  นั้นจะหมายถึงภาษีมูลค่าเพิ่ม  ซึ่งจะแยกย่อยลงไปอีกว่า  ภาษีซื้อต้องห้ามดังกล่าว  สามารถนำมาลงเป็นรายจ่ายในทางภาษีได้หรือไม่  หรือ ถือว่าเป็นรายจ่ายต้องห้ามในทางภาษีเงินได้นิติบุคคล  



จึงมีความแตกต่างกันระหว่างภาษีซื้อต้องห้าม  และ รายจ่ายต้องห้ามครับ  โดยที่รายจ่ายต้องห้าม  ประกอบไปด้วยหลายๆ ตัว  หนึ่งในนั้นก็คือ  ภาษีซื้อต้องห้าม

แต่ภาษีซื้อต้องห้าม  บางกรณีเท่านั้นที่ถือเป็นรายจ่ายต้องห้าม  บางกรณีก็ไม่ถือเป็นรายจ่ายต้องห้ามครับ  



ความสัมพันธ์ดังกล่าวจึงผูกพันกันเช่นนี้ครับ

ใบไม้:
ภาษีซื้อต้องห้ามเป็นเรื่องของระบบภาษีมูลค่าเพิ่มที่กฎหมาย(ประมวลรัษฎากร)ห้ามมิให้ผู้ประกอบการจดทะเบียน(VAT) นำภาษีซื้อที่เข้าลักษณะตามมาตรา 82/5 ไปใช้ในการคำนวณภาษีตามมาตรา 82/3 กล่าวคือห้ามภาษีซื้อดังกล่าวไปหักกับภาษีขาย



สำหรับรายจ่ายต้องห้ามนั้นเป็นเรื่องของภาษีเงินได้นิติบุคคลซึ่งกฎหมายห้ามมิให้บริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนำรายจ่ายบางประเภทที่กำหนดไว้ตามมาตรา 65 ตรี ไปถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล



ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างภาษีซื้อต้องห้ามกับรายจ่ายต้องห้ามนั้นปรากฏอยู่มีมาตรา 65 ตรี (6 ทวิ) ซึ่งมีหลักการทั่วไปว่า ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ชำระหรือพึงชำระ และภาษีซื้อของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนนั้นมิให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพือเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภาษีมูลค่าเพิ่มในส่วนนี้ถือเป็นรายจ่ายต้องห้าม) แต่อย่างไรก็ตามก็มีหลักยกเว้นว่า หากภาษีมูลค่าเพิ่มดังกล่าวเป็นภาษีซื้อต้องห้ามตามมาตรา 82/5(4) คือ ภาษีซื้อที่เกิดจากรายจ่ายเพื่อการรับรองแล้ว บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน(VAT) สามารถนำมาถือเป็นรายจ่ายเพื่อการคำนวณกำไรสุทธิสำหรับการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (6 ทวิ) ประกอบ พรฎ.ออกตามความในประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 243)ฯ พ.ศ.2500 มาตรา 3



จากที่กล่าวมาข้างต้นคงพอจะทราบได้แล้วว่า ภาษีซื้อต้องห้ามเป็นเรื่องที่กำหนดไว้ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม  ส่วนรายจ่ายต้องห้ามเป็นเรื่องที่กำหนดไว้ในภาษีเงินได้นิติบุคคล ทั้งสองสิ่งจึงมีความต่างกันอยู่ที่ประเภทภาษี  แต่อย่างไรก็ตามทั้งสองสิ่งมิได้แยกเด็ดขาดจากกันหากแต่ยังมีความสัมพันธ์อยู่ในส่วนของมาตรา 65 ตรี (6 ทวิ) ดังกล่าวมาแล้วข้างต้น

เด็กใหม่:
ช่วยบอกชื่อบัญชีที่จะใช้แทน

ชื่อบัญชีรายจ่ายต้องห้าม

007:
โดยคุณ อ้วน  (202.5.88.*) [27 Mar 2005 12:01] #562 (1/4)  

ถ้าพูดถึงภาษีต้องห้าม ผมจะนึกถึงภาษี 2 ตัวครับคือ

1. รายจ่ายต้องห้าม ( จะเกี่ยวกับการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล ) กล่าวคือในทางประมวลรัษฎากรได้กำหนดตามมาตรา มาตรา 65 ทวิ ว่าการคำนวณกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ให้เป็นไปตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้ หนึ่งในข้อกำหนดคือ รายการที่ระบุไว้ในมาตรา 65 ตรี ไม่ให้ถือเป็นรายจ่าย ดังนั้นรายจ่ายตามมาตรา 65 ตรี ( หาอ่านรายละเอียดได้จากเว็ปสรรพากรhttp://www.rd.go.th/publish/5939.0.html#mata65_3 ) ต้องบวกกลับในการคำนวณภาษี ซึ่งก็คือรายจ่ายต้องห้ามในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล



2. ภาษีซื้อต้องห้าม จะเกี่ยวข้องกับภาษีมูลค่าเพิ่มครับ โดยประมวลรัษฎากรได้กำหนดในมาตรา 82/5 ว่าภาษีซื้อในกรณีดังต่อไปนี้ ไม่ให้นำมาหักในการคำนวณภาษีตามมาตรา 82/3 ซึ่งก็คือการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยคำนวณจากภาษีขายหักด้วยภาษีซื้อในแต่ละเดือนภาษี ( หาอ่านรายละเอียดได้จากเว็ปสรรพากรhttp://www.rd.go.th/publish/5206.0.html#mata82_5 ) ดังนั้นหากผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม และมีภาษีซื้อที่เข้าลักษณะตามมาตรา 82/5 ก็ไม่มีสิทธินำภาษีซื้อดังกล่าวมาขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มได้ครับ ซึ่งก็คือ ภาษีซื้อต้องห้าม

 

 





โดยคุณ วรสรรค์  (61.90.75.*) [28 Mar 2005 09:56] #563 (2/4)    

ภาษีซื้อที่ไม่สามารถนำมาหักในการคำนวณภาษี

1.กรณีไม่มีใบกำกับภาษีหรือไม่อาจแสดงใบกำกับภาษีได้ว่ามีการชำระภาษีซื้อ

2.ใบกำกับภาษีมีข้อความไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ในส่วนที่เป็นสาระสำคัญ

3.ภาษีซื้อที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบกิจการของผู้ประกอบการ ได้แก่ ภาษีซื้อที่ไม่เข้าลักษณะเป็นรายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ

4.ภาษีซื้อที่เกิดจากรายจ่ายเพื่อการรับรองหรือเพื่อการอันมีลักษณะทำนองเดียวกัน

-ค่ารับรอง หรือค่าบริการไม่ว่าจะจ่ายเพื่อการรับรอง หรือให้บริการแก่บุคคลใดและไม่ว่าจะอำนวยประโยชน์แก่กิจการหรือไม่ก็ตาม เช่น ค่าที่พัก ค่าอาหาร เครื่องดื่ม ค่ามหรสพ ค่าใช้จ่ายเพื่อการกีฬา

-ค่าสิ่งของหรือประโยชน์ที่ให้แก่บุคคลซึ่งได้เป็นการรับรองหรือบริการ

5.ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีซึ่งออกโดยผู้ที่ไม่มีสิทธิออกใบกำกับภาษี

6.ภาษีซื้อที่เกิดจากการซื้อ เช่าซื้อ หรือรับโอนรถยนต์นั่งและรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน

7.ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีอย่างย่อ

8.ภาษีซื้อที่เกิดจากการซื้อทรัพย์สินเพื่อใช้หรือจะใช้ในกิจการประเภทที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือภาษีซื้อที่เกิดจากรายจ่ายของกิจการประเภทที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

9.ภาษีซื้อที่เกิดจากการก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์เพื่อใช้ในกิจการประเภทที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มและต่อมาได้ขายหรือให้เช่าหรือนำไปใช้ในกิจการประเภทที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ทั้งนี้เฉพาะที่ได้กระทำภายในสามปีนับแต่เดือนภาษีที่ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์

10.ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีมิได้ตีพิมพ์ขึ้นหรือมิได้จัดทำขึ้นด้วยระบบคอมพิวเตอร์ทั้งฉบับ

11.ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีซึ่งมีรายการในใบกำกับภาษีเป็นสำเนา (Copy) แต่ไม่รวมถึงใบกำกับภาษีที่ได้จัดทำรวมกับเอกสารการค้าอื่นซึ่งมีจำนวนหลายฉบับ และใบกำกับภาษีซื้อมีรายการในใบกำกับภาษีเป็นสำเนามีข้อความว่า “เอกสารออกเป็นชุด” ปรากฏอยู่ด้วย

12.ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษี ซึ่งรายการในใบกำกับไว้ถูกแก้ไขเปลี่ยนแปลง  

 

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

ตอบ

ไปที่เวอร์ชันเต็ม