www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี

ขอคำแนะนำวางแผนภาษี

(1/2) > >>

เอ:
จะสร้างหอพักให้เช่าประมาณ 170 ห้อง

1.จดทะเบียนเป็นบุคคลธรรมดาหรือบริษัท จะดีกว่ากัน

2.หากจะทดเบียนเป็นบริษัท ก็ต้องเช่าที่ดินจากเจ้าของที่ดิน แบบนี้เจ้าของที่ดินมีรายได้เป็นเงินเดือนอยู่แล้วก็ต้องเสียภาษีเพิ่ม มีทางออกอย่างอื่นหรือไม่

3.จะแบ่งเป็นค่าเช่าห้องพัก ค่าเช่าเฟอร์นิเจอร์ และค่าน้ำไฟ ดีหรือไม่

4. ชั้นล่างเจ้าของจะอาศัยอยู่เองทั้งชั้น เจ้าของต้องเสียค่าห้องด้วยหรือไม่

วิฑูรย์:
เรื่องราวค่อนข้างละเอียด

ผมว่าเลือกที่ปรึกษาเป็นเรื่องเป็นราวเลยน่าจะคุ้มกว่านะ

เบื้องต้น  ประมาณว่าค่าก่อสร้างห้องละแสน

ค่าก่อสร้างก็ร่วม 17 ล้านแล้วนะยังไม่รวมค่าที่ดิน

จะเช่าหรือซื้อ ก็ยังอีกหลายบาท

อ้วน:
1.  อยู่ในรูปของนิติบุคคลดีกว่าครับ  เนื่องจากมูลค่าในการก่อสร้างไม่น่าจะต่ำกว่า 30 ล้านบาท และมีปริมาณจำนวนห้องให้เช่ามากถึง 170 ห้อง  ไม่ต้องมากแค่ประมาณว่ามีผู้เช่า  100  ห้องๆ ละ 2,500 บาท  ก็จะมีรายได้ค่าเช่าต่อเดือนประมาณเดือนละ 250,000 บาท คิดออกมาต่อปี ก็จะตกประมาณ 3,000,000 บาทแล้วครับ  ซึ่งยังไม่รวมค่าน้ำประปา  , ค่าไฟฟ้า และค่าโทรศัพท์  เป็นต้น



2.  น่าจะวางแผนภาษีในกรณีที่จะทำเป็นนิติบุคคล  เพราะหากทำธุรกิจในนามนิติบุคคล แต่ที่ดินเป็นการเช่า  ต้องไม่ลืมครับว่า  ในอนาคตจะมีปัญหาในกรณีที่หมดสัญญาเช่าครับ  เพราะตัวอาคารจะทำอย่างไร  

2.1  ถ้าทุบทิ้ง  มูลค่าของอาคารก็จะไม่ถือเป็นรายได้ของเจ้าของที่ดิน  แต่จะต้องเสียค่าใช้จ่าย

2.2  ถ้ายกให้เจ้าของที่ดิน  ก็จะถือเป็นรายได้ของเจ้าของที่ดิน  ซึ่งจะมีภาระภาษี รวมถึงค่าธรรมเนียมการโอนเข้ามาเกี่ยวข้องครับ



จึงควรมาพิจารณาก่อนจะสรุปว่าจะดำเนินธุรกิจในรูปใด



3.  ในส่วนของค่าน้ำ - ค่าไฟฟ้า  จะต้องแยกอยู่แล้วครับ  แต่ในส่วนเรื่องของค่าเช่าห้องพัก  กับค่าเช่าเฟอร์นิเจอร์นั้น  ก็ต้องมาดูองค์ประกอบอื่นๆ ครับเช่น  ทำเล  , กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย , แผนการตลาด และเงินทุนหมุนเวียน เป็นต้น  จึงค่อยมากำหนดว่าจะแยกค่าเช่าห้องพัก กับค่าเฟอร์นิเจอร์ออกจากกันหรือไม่



แต่อีกเหตุผลที่เห็นได้ชัดเจน ก็คือ ในเรื่องของการเสียภาษีโรงเรือน  ตามกฏหมายปัจจุบันนั้น  จะเสียจากค่าเช่าในส่วนที่เป็นการเช่าอสังหาริมทรัพย์ ในอัตรา 12.5% ต่อปีจากรายได้   ดังนั้นหากมีการแยกค่าเช่า กับ ค่าเฟอร์นิเจอร์ออกจากกัน  การคำนวณเพื่อเสียภาษีโรงเรือน ก็จะคำนวณจากค่าเช่าห้องพัก เท่านั้น  ไม่รวมค่าเฟอร์นิเจอร์ครับ  แต่ในอนาคตอาจจะมีการเปลี่ยนวิธีและอัตราภาษีโรงเรือน  จึงต้องคอยติดตามข่าวครับ  ซึ่งอาจศึกษาได้ที่เวบของทางกรุงเทพมหานคร

http://www.bma.go.th/html/menu.html



4.  ถ้าแยกการดำเนินธุรกิจ  โดยที่ดินอยู่ในรูปของบุคคล และตัวอาคาร กับการดำเนินธุรกิจให้เช่าอยู่ในรูปของนิติบุคคล  ก็ชัดเจนที่ชั้นล่างผู้มาเช่าก็จะต้องเสียค่าเช่าด้วยครับ

เอ:
ขอบคุณคุณวิฑูรย์และคุณอ้วนที่ให้คำตอบ แต่จากคำตอบของคุณอ้วน ทำให้คิดว่า

1. จะจดเป็นบริษัท

2. ทำสัญญาเช่าคราวเดียว 20 ปีเมื่อครบกำหนดก็ทำสัญญาเช่าต่อไป หรือทำสัญญาเช่า 3 ปีต่อสัญญาเช่าทุก 3 ปี มีความแตกต่างกันหรือไม่และต้องระบุในท้ายสัญญาว่า เมื่อเลิกสัญญาเช่ากันจะทำลายทุบทิ้งหรือไม่

3. เจ้าของที่ดินเป็นบุคคลธรรมดาซึ่งมีเงินเดือนอยู่แล้ว หากจดเป็นคณะบุคคลแล้วให้บริษัทฯเช่าที่ดิน สามารถทำได้หรือไม่

4. ภาษีซื้อจากการก่อสร้างต้องถือเป็นต้นทุนของอาคารหรือสามารถเคลมภาษีซื้อได้

อ้วน:
1.  การทำสัญญาเช่าเกิน 3 ปี  แบ่งออกเป็น 2 กรณีคือ1.1  ที่ดิน  ที่เช่าเกิน 3 ปี ต้องไปจดทะเบียนการเช่าที่กรมที่ดิน

1.2  อาคาร  ที่เช่าเกิน 3 ปี  ต้องไปจดทะเบียนการเช่าที่สำนักงานเขตที่ตัวอาคารตั้งอยู่



ส่วนที่จะทำลายทุบทิ้งอาคารหรือไม่ และจะระบุในสัญญาหรือไม่  ก็อยู่ที่การตกลงกันครับ  เพียงแต่ผมเสนอมุมมองในอนาคตครับว่า  หากที่ดินเป็นของบุคคล และ ตัวอาคารเป็นของนิติบุคคล  เมื่อหมดสัญญาเช่ากันแล้ว  จะดำเนินการอย่างไรกับตัวอาคาร  เพราะทุบทิ้ง  ก็เสียค่าใช้จ่าย  แต่ถ้ายกให้เจ้าของที่ดิน  ก็ต้องถือเป็นรายได้ของเจ้าของที่ดิน  ซึ่งก็จะต้องเสียภาษี  หรือจะทำต่ออายุสัญญาเช่ากันไปตลอด  ก็สามารถทำได้ครับ  หรือจะทำขายที่ดินให้นิติบุคคล  อันนี้ก็แล้วแต่ดุลพินิจและเหตุผลประกอบของแต่ละบุคคลครับ  ( ผมเสนอแค่มุมมองในอนาคต  )



2.  จะทำได้หรือไม่  ก็ต้องดูก่อนครับว่า  ผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงนั้น  มีกี่คน  ถ้ามีคนเดียว  ก็ไม่สามารถจดเป็นคณะบุคคลได้ครับ  แต่ถ้ามีตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป  ก็สามารถจดเป็นคณะบุคคลได้ครับ  



3.  ก็ต้องดูประเภทธุรกิจครับว่า  นิติบุคคลดังกล่าว  ประกอบธุรกิจใด  หากประกอบธุรกิจให้เช่าอสังหาริมทรัพย์  ค่าก่อสร้างก็ไม่มีสิทธิ์ขอคืนภาษีซื้อ  แต่ให้ถือเป็นต้นทุนของทรัพย์สินครับ



หากนิติบุคคลมีทั้งรายได้ที่มี vat และ มีรายได้ที่ไม่มี vat  ขอให้ศึกษาประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 29) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการเฉลี่ยภาษีซื้อ

http://www.rd.go.th/publish/3403.0.html

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

ไปที่เวอร์ชันเต็ม