www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี
รับเหมาก่อสร้าง สรรพากรบอกให้ทำสต๊อคด้วย
(1/1)
วิตามิน:
ไม่เข้าใจค่ะ ว่ารับเหมาก่อสร้างเป็นธุรกิจบริการทำไมสรรพากรให้ทำสต๊อคด้วยคะ อยากให้คุณอ้วนตอบค่ะ
อ้วน:
มีมุมมอง ลองให้พิจารณาดูกันครับ
1. รับเหมาทั้งค่าแรง และ ค่าของ
การรับงานในลักษณะนี้ ถือว่าเป็นบริการทั้งจำนวน เมื่อเป็นบริการ ก็จะต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายจากยอดค่าแรง + ค่าของ ทั้งหมด และกฏหมายก็ไม่ได้บังคับให้ต้องจัดทำรายงานสินค้าคงเหลือและวัตถุดิบ ( คุมสต๊อค ) แต่เพื่อประสิทธิภาพในการควบคุมภายในของกิจการ การที่มีการจัดทำสต๊อค ก็จะช่วยควบคุมดูแลการบริหารให้มีประสิทธิผล นั่นย่อมส่งผลทำให้ผลประกอบการของกิจการมีกำไรที่มากขึ้น เนื่องจากสามารถป้องกันจุดรั่วไหลได้ดี
2. รับเหมาเฉพาะค่าแรง ส่วนค่าของเป็นหน้าที่ของผู้ว่าจ้าง
ซึ่งงานในลักษณะนี้ จะเห็นได้ว่า ค่าวัสดุและอุปกรณ์ต่างๆ นั้น เป็นภาระของผู้ว่าจ้างที่จะต้องเตรียมจัดหา พร้อมส่งมอบให้ผู้รับจ้าง ในมุมมองส่วนตัวผม ผมมองว่าหากรับงานในลักษณะนี้ จำเป็นต้องมีการจัดทำสต๊อคครับ แม้ถ้ามองกันในมุมของกฏหมายจะไม่ต้องทำสต๊อคก็ตาม เหตุผลเพราะ เมื่อผู้รับเหมารับมอบวัสดุและอุปกรณ์จากผู้ว่าจ้างแล้ว นั้นหมายความว่าหน้าที่และความรับผิดชอบในตัววัสดุและอุปกรณ์ตกอยู่กับผู้รับเหมา หากมีวัสดุ หรืออุปกรณ์ใดเสียหาย หรือสูญหาย ก็จะส่งผลกระทบต่องานที่รับทำ เพราะบางวัสดุอาจหาซื้อตามท้องตลาดทั่วไปไม่ได้ ผมจึงเห็นควรให้มีการจัดทำสต๊อคคุม และต้องจัดหาสถานที่เก็บรักษาไว้ครับ
3. อันนี้เป็นลักษณะลูกผสม จริงๆ แล้วธุรกิจหลักเป็นรับเหมาก่อสร้างครับ แต่บางครั้งบางเหตุการณ์ทำให้ต้องสั่งซื้อวัสดุหรืออุปกรณ์ แทนคนอื่น เข้าข่ายเป็นซื้อมา - ขายไป เฉพาะบางบิล เป็นต้น ดังนั้น หากเข้าข่ายเป็นลักษณะซื้อมา - ขายไป ก็จะต้องจัดทำสต๊อคครับ แม้ธุรกิจหลักจะเป็นรับเหมาก่อสร้างก็ตาม และแม้จะไม่มีสต๊อคคงเหลือ ก็ต้องทำสต๊อคคุมครับ
วิตามิน:
คุณอ้วนคะ ไม่มีกฎหมายอ้างอิงเลยเหรอคะ ว่าถ้าเข้าลักษณะตามข้อ 2 และ 3 ต้องทำสต๊อคคุมสินค้า
อ้วน:
คุณวิตามินครับ กฏหมายกำหนดเพียงแค่ ถ้าเป็นการซื้อขายสินค้า ต้องจัดทำรายงานสินค้าคงเหลือและวัตถุดิบครับ ตามมาตรา 87 ดูได้ตามเวบ
http://www.rd.go.th/publish/5209.0.html#mata87
ส่วนข้อ 2 ที่ผมตอบนั้น เป็นความเห็นที่ผมเน้นในเรื่องของการควบคุมภายใน เพราะในแง่กฏหมายไม่ได้บังคับครับ
ส่วนข้อ 3 ที่ผมตอบนั้น จะดูที่ธุรกรรมของกิจการ เป็นส่วนๆครับ ถ้าเข้าข่ายเป็นการซื้อขาย ก็จะต้องมีการจัดทำสต๊อคตามส่วนนั้นครับ แต่ส่วนของการบริการก็ไม่ต้องจัดทำสต๊อคครับ
วิตามิน:
ขอบคุณ คุณอ้วนมากค่ะ
นำร่อง
[0] ดัชนีข้อความ
ไปที่เวอร์ชันเต็ม