www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี
ไม่ได้ยื่นภ.ง.ด.54 และภ.พ.36 กรณีบุคคลธรรมดาสรรพากรจะทราบหรือไม่
ปอนด์:
1. อยากทราบว่ากรมสรรพากรมีวิธีการตรวจสอบอย่างไรกรณีที่บุคคลธรรมดาโอนเงินไปต่างประเทศแต่ไม่ได้ยื่นภ.ง.ด.54 และภ.พ.36 เนื่องจากบุคคลธรรมดาส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้เรื่องภาษีอากร
2. เคยมีกรณีตัวอย่างที่บุคคลธรรมดาถูกเจ้าพนักงานเรียกประเมินภาษีกรณีไม่นำส่งภ.ง.ด.54 และภ.พ.36 หรือไม่
3. ถ้ามีการถูกประเมิน ในส่วนของค่าปรับอาญา และเงินเพิ่มสามารถขอละเว้นได้หรือไม่ เนื่องจากบุคคลที่ไม่รู้เรื่องภาษีอากร ไม่ได้มีความตั้งใจจะเลี่ยงภาษี
4. บุคคลธรรมดาจ่ายค่าลิขสิทธิ์(Rolyalty)ให้กับบริษัทซอฟท์แวร์ต่างประเทศ เพื่อให้ได้สิทธิการเป็นตัวแทนจำหน่ายซอฟท์แวร์ในประเทศไทยโดยที่ลิขสิทธิ์ยังคงเป็นของต่างประเทศ ต้องยื่นภ.ง.ด.54 และภ.พ.36 หรือไม่
5.บุคคลธรรมดาจ่ายค่าประกันการใช้โปรแกรมซอฟท์แวร์ให้บริษัทต่างประเทศ และค่าบริการการใช้ซอฟท์แวร์รายเดือน โดยค่าประกันจะได้คืนเมื่อมีการบอกเลิกสัญญาการใช้โปรแกรมถามว่า
- ค่าประกันการใช้โปรแกรม ต้องยื่นภ.ง.ด.54 และภ.พ.36 หรือไม่
- ค่าบริการรายเดือน ถือเป็นการจ่ายค่าลิขสิทธิ์ใช่หรือไม่
- ต้องยื่นภ.ง.ด.54 และภ.พ.36 โดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยย้อนหลัง 1 วัน ถูกต้องหรือเปล่าคะ
- ถ้าต้องออกภาษี (ภ.ง.ด.54 และภ.พ.36) แทนให้บริษัทต่างประเทศ มีสูตรการคำนวณอย่างไร
- ภาษีที่ออกแทนต้องนำมาถือเป็นรายได้บุคคลธรรมดาที่ต้องยื่นภงด.90 หรือไม่
- มีวิธีใดที่จ่ายเงินไปต่างประเทศ กรณีค่าลิขสิทธิ์ที่ไม่ต้องยื่นภ.ง.ด.54 และภ.พ.36 หรือไม่เพราะยุ่งยากมากสำหรับบุคคลธรรมดา และต้องออกภาษีแทนบริษัทต่างประเทศด้วย ช่วยแนะนำหน่อยนะคะ
- กรณีภ.ง.ด.54 ที่บริษัทต่างประเทศถูกหักไว้ บริษัทนั้นสามารถนำไปลดหย่อนภาษีในประเทศเขาได้ใช่หรือไม่ (ประเทศมาเลเซีย)
รบกวนช่วยให้ความกระจ่างด้วยนะคะ
ขอบคุณค่ะ
อ้วน:
1. ยากมากครับ ที่เจ้าหน้าที่สรรพากรจะรู้ได้
2. เท่าที่ทราบ ไม่มีครับ ผมถามว่าหากผมโอนเงินไปต่างประเทศ จำนวน us 4,000 คุณปอนด์ จะทราบหรือไม่ครับว่า ผมโอนเงินไปเป็นค่าอะไรครับ และยิ่งผู้รับเป็นบุคคล ก็ยิ่งพิสูจน์ และตรวจสอบยากครับ ( ยกเว้นถ้าผมจำไม่ผิด หากมีการโอนเงินเกินกว่า 5 แสนบาทน่าจะต้องมีการแจ้งกับทางธนาคารแห่งประเทศไทยว่าเป็นค่าอะไร )
3. ต้องดูภาษีเป็นตัวๆ ไปครับ แต่ถ้าเราไม่มีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษี อย่างน้อยการยื่นประเมินตนเอง ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ประเมิน ก็จะช่วยลดภาระในส่วนนี้ได้ครับ ( แต่ในเบื้องต้นผมขอดูไปก่อนครับ ยังไม่รีบยื่น )
4. เหตุที่ไม่รีบยื่นเพราะ เราต้องศึกษาให้ดีก่อนครับว่าตกลงแล้วเรามีหน้าที่ต้องยื่นหรือไม่ ซึ่งเรามาดูกันครับตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 104/2544 เรื่อง การเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการให้บริการที่กระทำในต่างประเทศ และได้มีการ ใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร
http://www.rd.go.th/publish/3549.0.html
จากข้อมูลเบื้องต้น ลองดูในข้อ 3 ( 7 ) และข้อ 8 ตามประกาศฉบับนี้ดูครับ ซึ่งผมแนะนำว่ายังต้องดูสัญญาประกอบอีกครับว่า มีลักษณะเงื่อนไขเป็นอย่างไร จึงยังไม่ขอวิเคราะห์ในส่วนนี้ตอนนี้นะครับ
5. คงต้องขอตอบพรุ่งนี้นะครับ ( ไม่ไหวแล้ว )
อ้วน:
ต้องขอต่อจากเมื่อวานนะครับ
4. จากคำถามการจ่ายค่าลิขสิทธิ์(Rolyalty) นั้นตามข้อมูลเพื่อให้ได้สิทธิในการเป็นตัวแทนจำหน่ายซอฟท์แวร์ในประเทศไทย มีประเด็นที่ต้องพิจารณาอยู่ 2 ประเด็นคือ
4.1 ภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ในส่วนนี้ก็ต้องมาดูว่าประเทศไทยมีอนุสัญญาภาษีซ้อน กับประเทศมาเลเซีย หรือไม่ คำตอบคือ มีครับ และได้กำหนดคำนิยามของคำว่า " ค่าสิทธิ " ไว้ในข้อ 12 ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่เวบ
http://www.rd.go.th/publish/633.0.html
จากคำนิยามที่ให้ไว้ตามข้อ 12 ผมมองว่าเข้าข่ายถือเป็นค่าสิทธิ ตามคำนิยามนี้ ผู้จ่ายจึงมีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ในอัตราร้อยละ 15 ครับ และต้องนำส่งตามแบบ ภงด.54 ภายใน 7 วันนับแต่วันสิ้นเดือนที่มีการหัก
4.2 ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ซึ่งเรามาดูกันครับตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 104/2544 เรื่อง การเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการให้บริการที่กระทำในต่างประเทศ และได้มีการ ใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร
http://www.rd.go.th/publish/3549.0.html
ซึ่งในมุมมองส่วนตัวผม ผมมองว่าเป็นบริการนำเข้าครับ เมื่อเป็นบริการนำเข้า ก็จะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มครับในอัตราร้อยละ 7 และต้องนำส่งตามแบบ ภพ.36 ภายใน 7 วันนับแต่วันสิ้นเดือนที่มีการหัก
5. มาวิเคราะห์ทีละปัญหากันครับ
5.1 ค่าประกันการใช้โปรแกรม ในความเห็นส่วนตัวผม ผมมองว่าหากเป็นประเพณีธุรกิจที่จะต้องมีการจัดเก็บ และจะได้รับคืนเมื่อบอกเลิกการใช้โปรแกรม ก็ไม่เข้าข่ายที่จะต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามแบบ ภงด.54 และก็ไม่เข้าข่ายที่จะต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มตามแบบ ภพ.36
5.2 ค่าบริการรายเดือน ถือเป็นการจ่ายค่าลิขสิทธิ์ใช่หรือไม่นั้น ต้องมาดูข้อเท็จจริง และรายละเอียดของสัญญาประกอบครับ แต่ในเบื้องต้นผมมองว่า ไม่น่าจะถือเป็นค่าลิขสิทธิ์ครับ เพราะปกติหากจะเป็นค่าลิขสิทธิ์ ก็จะมีการกำหนดในเรื่องของระยะเวลาที่ชัดเจนครับ แต่ในส่วนนี้เหมือนกับความพอใจที่เรามีสิทธิเลือกครับว่าจะใช้นานแค่ไหน ก็จ่ายค่าบริการตามจำนวนการใช้งานครับ
5.3 ต้องยื่นภ.ง.ด.54 และภ.พ.36 โดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยย้อนหลัง 1 วัน ถูกต้องหรือเปล่าคะ
ถ้าเป็นก่อนวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2548 ถูกต้องครับ แต่ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2548 ต้องยึดตามประกาศกระทรวงการคลังเรื่อง อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทยตามมาตรา 9 ประกาศ ณ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 ศึกษาได้ที่เวบ
http://www.rd.go.th/publish/25611.0.html
ซึ่งจะเป็นอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่เกิดรายการเลยครับ ไม่ต้องย้อนหลังแล้วครับ
5.4 คงไม่ได้มีสูตรคำนวณ แต่ให้ดูจากสัญญาเป็นหลักครับ เช่น กำหนดจ่ายเงินค่าสิทธิ์ จำนวน US 50,000 ก็ต้องดูครับว่า จำนวน US 50,000 นั้นรวมภาษีหรือไม่ ถ้าไม่รวม
การเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ก็จะคำนวณจากยอด US 50,000 * 7% = US 3,500 เป็นต้น แต่เวลาคำนวณ vat จริงๆ จะต้องแปลงฐานภาษีมูลค่าเพิ่มให้เป็นเงินบาทก่อนนะครับ ไม่ใช่คูณตามตัวอย่างที่ผมแสดงนะครับ
ส่วนการคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย ก็จะคำนวณจากยอดก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม ดังนั้น เมื่อจ่ายค่าสิทธิ์ จำนวน US 50,000 ก็จะเท่ากับ 50,000 * 15% = 7,500 เป็นต้น
5.5 ไม่ต้องครับไม่เกี่ยวครับ เพราะผู้รับมิใช่ผู้ที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย และก็ไม่มีสถานประกอบการถาวรในประเทศไทยครับ
5.6 แบ่งแยกสัญญา และกำหนดค่าตอบแทนในแต่ละส่วนให้ชัดเจน เช่น
5.6.1 ค่าสิทธิการใช้แบรนด์ ระยะเวลา 5 ปี จำนวน us 10,000
5.6.2 ค่าเครื่องมืออุปกรณ์ จำนวน us 5,000
5.6.3 ค่าตำราภาษาอังกฤษ จำนวน 2 ชุด จำนวน us 4,000
กล่าวคือ พยายามอย่าเหมารวม ให้แยกส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับค่าสิทธิ์ออก เพื่อจะได้ไม่เข้าเงื่อนไขที่กฏหมายกำหนด แต่ต้องไม่ลืมความเหมาะสมด้วยนะครับ
5.7 กฏหมายภาษีในต่างประเทศ ผมไม่มีความรู้เลยครับ จึงตอบไม่ได้ครับ แต่หากเทียบเคียงกับกฏหมายอากรไทย ก็คิดว่าน่าจะนำไปใช้ได้ แต่อาจจะต้องให้ทางกรมสรรพากรไทยออกหนังสือรับรองเป็นภาษาอังกฤษให้ครับ
ยินดีนะครับ หากยังไม่เคลียร์ หรือมีข้อมูลเพิ่มเติม
ปอนด์:
ขอบคุณมากค่ะที่คุณอ้วนกรุณาให้ความกระจ่าง และไม่ต้องรอนานเหมือนเวปไซต์อื่นๆเลย
1.ตอนแรกก็คิดเหมือนคุณอ้วนค่ะ เว้นแต่ว่ากรมสรรพากรจะไม่ได้ข้อมูลจากธนาคารนะคะ
2.การโอนเงินไปต่างประเทศไม่ว่าจะโดย T/T หรือ SWIFT ผู้โอนจะต้องแนบ Invoice ว่าเป็นค่าอะไรด้วย และใน Invoice ก็ระบุว่าเป็น Royalty Fee หรือ Software Access Monthly Fee (กรณีนี้ถือเป็นค่าลิขสิทธิ์แน่นอนค่ะเพราะสอบถามไปทางฝ่ายกฏหมายกรมสรรพากรแล้ว) ตรงนี่แหละค่ะที่ไม่ทราบว่าธนาคารจะมีการให้ข้อมูลกรมสรรพากรหรือเปล่า...
3.เพิ่งได้สูตรการคำนวณภาษีที่ออกแทนมาค่ะ
การคำนวณภาษี กรณีออกภาษีแทน
อัตราภาษี (R) x เงินได้ / (100 - R) = ภาษีที่ออกแทน
เงินได้ + ภาษีที่ออกแทน x 15 % ----- ยื่นภ.ง.ด.54 (ยอดจะเท่ากับภาษีออกแทนที่คำนวณได้จากสูตร)
เงินได้ + ภาษีที่ออกแทน x 7 % ----- ยื่นภ.พ.36
(ยอดจะเท่ากับภาษีออกแทนที่คำนวณได้จากสูตร)
ไม่ทราบว่าคุณอ้วนเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีของ A&V หรือเปล่าคะ เพราะตอนนี้บริษัทที่ดิฉันทำบัญชีให้ยังไม่มีผู้ตรวจสอบบัญชีเลยค่ะ กำลังหาอยู่ ไม่ทราบว่าคุณคิดค่าบริการอย่างไรคะ..กรุณาติดต่อกลับมาด้วยนะคะ
ขอบคุณค่ะ
วรสรรค์:
ดูได้ที่
http://www.avaccount.com/audit.htm
นำร่อง
[0] ดัชนีข้อความ
[#] หน้าถัดไป
ไปที่เวอร์ชันเต็ม