www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี

ไม่ได้ยื่นภ.ง.ด.54 และภ.พ.36 กรณีบุคคลธรรมดาสรรพากรจะทราบหรือไม่

(1/2) > >>

ปอนด์:
1. อยากทราบว่ากรมสรรพากรมีวิธีการตรวจสอบอย่างไรกรณีที่บุคคลธรรมดาโอนเงินไปต่างประเทศแต่ไม่ได้ยื่นภ.ง.ด.54 และภ.พ.36 เนื่องจากบุคคลธรรมดาส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้เรื่องภาษีอากร

2. เคยมีกรณีตัวอย่างที่บุคคลธรรมดาถูกเจ้าพนักงานเรียกประเมินภาษีกรณีไม่นำส่งภ.ง.ด.54 และภ.พ.36 หรือไม่

3. ถ้ามีการถูกประเมิน ในส่วนของค่าปรับอาญา และเงินเพิ่มสามารถขอละเว้นได้หรือไม่ เนื่องจากบุคคลที่ไม่รู้เรื่องภาษีอากร ไม่ได้มีความตั้งใจจะเลี่ยงภาษี

4. บุคคลธรรมดาจ่ายค่าลิขสิทธิ์(Rolyalty)ให้กับบริษัทซอฟท์แวร์ต่างประเทศ เพื่อให้ได้สิทธิการเป็นตัวแทนจำหน่ายซอฟท์แวร์ในประเทศไทยโดยที่ลิขสิทธิ์ยังคงเป็นของต่างประเทศ ต้องยื่นภ.ง.ด.54 และภ.พ.36 หรือไม่

5.บุคคลธรรมดาจ่ายค่าประกันการใช้โปรแกรมซอฟท์แวร์ให้บริษัทต่างประเทศ และค่าบริการการใช้ซอฟท์แวร์รายเดือน โดยค่าประกันจะได้คืนเมื่อมีการบอกเลิกสัญญาการใช้โปรแกรมถามว่า

- ค่าประกันการใช้โปรแกรม ต้องยื่นภ.ง.ด.54 และภ.พ.36 หรือไม่

- ค่าบริการรายเดือน ถือเป็นการจ่ายค่าลิขสิทธิ์ใช่หรือไม่

- ต้องยื่นภ.ง.ด.54 และภ.พ.36 โดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยย้อนหลัง 1 วัน ถูกต้องหรือเปล่าคะ

- ถ้าต้องออกภาษี (ภ.ง.ด.54 และภ.พ.36) แทนให้บริษัทต่างประเทศ มีสูตรการคำนวณอย่างไร

- ภาษีที่ออกแทนต้องนำมาถือเป็นรายได้บุคคลธรรมดาที่ต้องยื่นภงด.90 หรือไม่

- มีวิธีใดที่จ่ายเงินไปต่างประเทศ กรณีค่าลิขสิทธิ์ที่ไม่ต้องยื่นภ.ง.ด.54 และภ.พ.36 หรือไม่เพราะยุ่งยากมากสำหรับบุคคลธรรมดา และต้องออกภาษีแทนบริษัทต่างประเทศด้วย ช่วยแนะนำหน่อยนะคะ

- กรณีภ.ง.ด.54 ที่บริษัทต่างประเทศถูกหักไว้ บริษัทนั้นสามารถนำไปลดหย่อนภาษีในประเทศเขาได้ใช่หรือไม่ (ประเทศมาเลเซีย)

รบกวนช่วยให้ความกระจ่างด้วยนะคะ

ขอบคุณค่ะ

อ้วน:
1.  ยากมากครับ  ที่เจ้าหน้าที่สรรพากรจะรู้ได้



2.  เท่าที่ทราบ  ไม่มีครับ  ผมถามว่าหากผมโอนเงินไปต่างประเทศ  จำนวน us 4,000  คุณปอนด์  จะทราบหรือไม่ครับว่า  ผมโอนเงินไปเป็นค่าอะไรครับ  และยิ่งผู้รับเป็นบุคคล  ก็ยิ่งพิสูจน์ และตรวจสอบยากครับ ( ยกเว้นถ้าผมจำไม่ผิด  หากมีการโอนเงินเกินกว่า 5 แสนบาทน่าจะต้องมีการแจ้งกับทางธนาคารแห่งประเทศไทยว่าเป็นค่าอะไร )



3.  ต้องดูภาษีเป็นตัวๆ ไปครับ  แต่ถ้าเราไม่มีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษี  อย่างน้อยการยื่นประเมินตนเอง ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ประเมิน  ก็จะช่วยลดภาระในส่วนนี้ได้ครับ  ( แต่ในเบื้องต้นผมขอดูไปก่อนครับ  ยังไม่รีบยื่น )



4.  เหตุที่ไม่รีบยื่นเพราะ เราต้องศึกษาให้ดีก่อนครับว่าตกลงแล้วเรามีหน้าที่ต้องยื่นหรือไม่  ซึ่งเรามาดูกันครับตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 104/2544 เรื่อง การเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการให้บริการที่กระทำในต่างประเทศ และได้มีการ ใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร

http://www.rd.go.th/publish/3549.0.html



จากข้อมูลเบื้องต้น  ลองดูในข้อ 3 ( 7 ) และข้อ 8  ตามประกาศฉบับนี้ดูครับ  ซึ่งผมแนะนำว่ายังต้องดูสัญญาประกอบอีกครับว่า  มีลักษณะเงื่อนไขเป็นอย่างไร  จึงยังไม่ขอวิเคราะห์ในส่วนนี้ตอนนี้นะครับ



5.  คงต้องขอตอบพรุ่งนี้นะครับ  ( ไม่ไหวแล้ว )

อ้วน:
ต้องขอต่อจากเมื่อวานนะครับ  



4.  จากคำถามการจ่ายค่าลิขสิทธิ์(Rolyalty)  นั้นตามข้อมูลเพื่อให้ได้สิทธิในการเป็นตัวแทนจำหน่ายซอฟท์แวร์ในประเทศไทย  มีประเด็นที่ต้องพิจารณาอยู่ 2 ประเด็นคือ



4.1  ภาษีหัก ณ ที่จ่าย  

ในส่วนนี้ก็ต้องมาดูว่าประเทศไทยมีอนุสัญญาภาษีซ้อน กับประเทศมาเลเซีย หรือไม่   คำตอบคือ มีครับ และได้กำหนดคำนิยามของคำว่า  " ค่าสิทธิ "  ไว้ในข้อ 12  ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่เวบ

http://www.rd.go.th/publish/633.0.html



จากคำนิยามที่ให้ไว้ตามข้อ 12  ผมมองว่าเข้าข่ายถือเป็นค่าสิทธิ  ตามคำนิยามนี้  ผู้จ่ายจึงมีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ในอัตราร้อยละ 15 ครับ และต้องนำส่งตามแบบ ภงด.54  ภายใน 7 วันนับแต่วันสิ้นเดือนที่มีการหัก



4.2  ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ซึ่งเรามาดูกันครับตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 104/2544 เรื่อง การเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการให้บริการที่กระทำในต่างประเทศ และได้มีการ ใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร

http://www.rd.go.th/publish/3549.0.html



ซึ่งในมุมมองส่วนตัวผม  ผมมองว่าเป็นบริการนำเข้าครับ  เมื่อเป็นบริการนำเข้า  ก็จะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มครับในอัตราร้อยละ 7  และต้องนำส่งตามแบบ ภพ.36  ภายใน 7 วันนับแต่วันสิ้นเดือนที่มีการหัก



5.  มาวิเคราะห์ทีละปัญหากันครับ

5.1  ค่าประกันการใช้โปรแกรม  ในความเห็นส่วนตัวผม  ผมมองว่าหากเป็นประเพณีธุรกิจที่จะต้องมีการจัดเก็บ และจะได้รับคืนเมื่อบอกเลิกการใช้โปรแกรม  ก็ไม่เข้าข่ายที่จะต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามแบบ ภงด.54 และก็ไม่เข้าข่ายที่จะต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มตามแบบ ภพ.36



5.2  ค่าบริการรายเดือน ถือเป็นการจ่ายค่าลิขสิทธิ์ใช่หรือไม่นั้น  ต้องมาดูข้อเท็จจริง และรายละเอียดของสัญญาประกอบครับ  แต่ในเบื้องต้นผมมองว่า  ไม่น่าจะถือเป็นค่าลิขสิทธิ์ครับ  เพราะปกติหากจะเป็นค่าลิขสิทธิ์  ก็จะมีการกำหนดในเรื่องของระยะเวลาที่ชัดเจนครับ  แต่ในส่วนนี้เหมือนกับความพอใจที่เรามีสิทธิเลือกครับว่าจะใช้นานแค่ไหน  ก็จ่ายค่าบริการตามจำนวนการใช้งานครับ



5.3  ต้องยื่นภ.ง.ด.54 และภ.พ.36 โดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยย้อนหลัง 1 วัน ถูกต้องหรือเปล่าคะ  

ถ้าเป็นก่อนวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2548  ถูกต้องครับ  แต่ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม  2548  ต้องยึดตามประกาศกระทรวงการคลังเรื่อง  อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทยตามมาตรา 9  ประกาศ ณ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548  ศึกษาได้ที่เวบ

http://www.rd.go.th/publish/25611.0.html



ซึ่งจะเป็นอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่เกิดรายการเลยครับ  ไม่ต้องย้อนหลังแล้วครับ



5.4  คงไม่ได้มีสูตรคำนวณ  แต่ให้ดูจากสัญญาเป็นหลักครับ  เช่น  กำหนดจ่ายเงินค่าสิทธิ์  จำนวน  US 50,000  ก็ต้องดูครับว่า จำนวน US 50,000 นั้นรวมภาษีหรือไม่  ถ้าไม่รวม  

การเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม  ก็จะคำนวณจากยอด  US 50,000 * 7%  =  US 3,500  เป็นต้น  แต่เวลาคำนวณ vat จริงๆ  จะต้องแปลงฐานภาษีมูลค่าเพิ่มให้เป็นเงินบาทก่อนนะครับ  ไม่ใช่คูณตามตัวอย่างที่ผมแสดงนะครับ

ส่วนการคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย  ก็จะคำนวณจากยอดก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม  ดังนั้น  เมื่อจ่ายค่าสิทธิ์ จำนวน US 50,000  ก็จะเท่ากับ 50,000 * 15%  =  7,500  เป็นต้น



5.5  ไม่ต้องครับไม่เกี่ยวครับ  เพราะผู้รับมิใช่ผู้ที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย และก็ไม่มีสถานประกอบการถาวรในประเทศไทยครับ



5.6  แบ่งแยกสัญญา และกำหนดค่าตอบแทนในแต่ละส่วนให้ชัดเจน  เช่น  

5.6.1  ค่าสิทธิการใช้แบรนด์  ระยะเวลา  5 ปี จำนวน  us 10,000

5.6.2  ค่าเครื่องมืออุปกรณ์  จำนวน  us  5,000

5.6.3  ค่าตำราภาษาอังกฤษ  จำนวน 2 ชุด จำนวน us 4,000



กล่าวคือ พยายามอย่าเหมารวม  ให้แยกส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับค่าสิทธิ์ออก  เพื่อจะได้ไม่เข้าเงื่อนไขที่กฏหมายกำหนด  แต่ต้องไม่ลืมความเหมาะสมด้วยนะครับ



5.7  กฏหมายภาษีในต่างประเทศ  ผมไม่มีความรู้เลยครับ  จึงตอบไม่ได้ครับ  แต่หากเทียบเคียงกับกฏหมายอากรไทย  ก็คิดว่าน่าจะนำไปใช้ได้  แต่อาจจะต้องให้ทางกรมสรรพากรไทยออกหนังสือรับรองเป็นภาษาอังกฤษให้ครับ



ยินดีนะครับ  หากยังไม่เคลียร์ หรือมีข้อมูลเพิ่มเติม

ปอนด์:
ขอบคุณมากค่ะที่คุณอ้วนกรุณาให้ความกระจ่าง และไม่ต้องรอนานเหมือนเวปไซต์อื่นๆเลย



1.ตอนแรกก็คิดเหมือนคุณอ้วนค่ะ เว้นแต่ว่ากรมสรรพากรจะไม่ได้ข้อมูลจากธนาคารนะคะ



2.การโอนเงินไปต่างประเทศไม่ว่าจะโดย T/T หรือ SWIFT ผู้โอนจะต้องแนบ Invoice ว่าเป็นค่าอะไรด้วย และใน Invoice ก็ระบุว่าเป็น Royalty Fee หรือ Software Access Monthly Fee (กรณีนี้ถือเป็นค่าลิขสิทธิ์แน่นอนค่ะเพราะสอบถามไปทางฝ่ายกฏหมายกรมสรรพากรแล้ว) ตรงนี่แหละค่ะที่ไม่ทราบว่าธนาคารจะมีการให้ข้อมูลกรมสรรพากรหรือเปล่า...



3.เพิ่งได้สูตรการคำนวณภาษีที่ออกแทนมาค่ะ

การคำนวณภาษี กรณีออกภาษีแทน

อัตราภาษี (R) x เงินได้ / (100 - R) = ภาษีที่ออกแทน



เงินได้ + ภาษีที่ออกแทน x 15 % ----- ยื่นภ.ง.ด.54 (ยอดจะเท่ากับภาษีออกแทนที่คำนวณได้จากสูตร)

เงินได้ + ภาษีที่ออกแทน x  7 % ----- ยื่นภ.พ.36

(ยอดจะเท่ากับภาษีออกแทนที่คำนวณได้จากสูตร)



ไม่ทราบว่าคุณอ้วนเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีของ A&V หรือเปล่าคะ เพราะตอนนี้บริษัทที่ดิฉันทำบัญชีให้ยังไม่มีผู้ตรวจสอบบัญชีเลยค่ะ กำลังหาอยู่ ไม่ทราบว่าคุณคิดค่าบริการอย่างไรคะ..กรุณาติดต่อกลับมาด้วยนะคะ

ขอบคุณค่ะ



วรสรรค์:
ดูได้ที่



http://www.avaccount.com/audit.htm

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

ไปที่เวอร์ชันเต็ม