www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี
การยกเลิกบริษัท ที่ยังไม่มี Transaction เลยจะยากหรือไม่
(1/1)
รุจ:
หากจดทะเบียนบริษัทไปแล้วแต่มีปัญหาระหว่างหุ้นส่วนและอยากปิด โดยที่เพิ่งจดจัดตั้ง ยังไม่ได้ทำการซื้อขายหรือลงบัญชีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น (ไม่พร้อมจะดำเนินการต่อไป) ขอถามว่าการดำเนินการขอยกเลิกบริษัทยากหรือไม่ และจะต้องใช้เวลานานหรือเปล่าครับ
อ้วน:
ง่ายมากครับ ใช้เวลาประมาณ 3 เดือน
ค่าเลิก 15,000.- ครับ ค่าสอบบัญชีอีก 5,000.-
ติดต่อคุณอ้วนโดยตรงได้เลยครับ
คุณอ้วน 01-845-9008
อ้วน:
ชี้แจงหน่อยครับ ในเรื่องของระยะเวลา ประมาณ 3 เดือน แต่อาจเร็วกว่านั้น ถ้าได้รับความร่วมมือในเรื่องเอกสาร และการเซ็นเอกสารครับ
คำแนะนำการจดทะเบียนเลิกและชำระบัญชีบริษัทจำกัด
บริษัทจำกัดอาจเลิกกันได้ในหลายกรณี ดังต่อไปนี้
1. เลิกโดยผลของกฎหมาย
- กรณีข้อบังคับกำหนดเหตุเลิกไว้และเมื่อมีเหตุนั้นเกิดขึ้น
- ตั้งบริษัทโดยกำหนดระยะเวลาไว้และเมื่อสิ้นสุดระยะเวลานั้น
- ตั้งบริษัทเพื่อทำกิจการอย่างหนึ่งอย่างใด และเมื่อทำกิจการนั้นเสร็จแล้ว
- บริษัทล้มละลาย
- นายทะเบียนขีดชื่อบริษัทออกจากทะเบียน (ถอนทะเบียนร้าง)
2. โดยความประสงค์ของผู้ถือหุ้น
- ผู้ถือหุ้นลงมติให้เลิกบริษัท
3. เลิกโดยคำสั่งศาล เหตุที่ศาลจะสั่งเลิกบริษัท คือ
- ทำผิดในการยื่นรายงานประชุมตั้งบริษัทหรือทำผิดในการประชุมตั้งบริษัท
- บริษัทไม่เริ่มประกอบการภายใน 1 ปี นับแต่จะทะเบียนหรือหยุดทำการถึง 1 ปี
- การค้ามีแต่ขาดทุนและไม่มีหวังกลับฟื้นคืน
- จำนวนผู้ถือหุ้นเหลือไม่ถึง 7 คน
เมื่อบริษัทจำกัดซึ่งเป็นนิติบุคคลเลิกกัน บริษัทจะยังคงตั้งอยู่เพื่อการชำระบัญชี และการเลิกบริษัทกรณีอื่นนอกจากล้มละลายต้องมีการแต่งตั้งผู้ชำระบัญชี เพื่อดำเนินการจดทะเบียนเลิกบริษัทและชำระสะสามบัญชีของบริษัทจำกัดให้เสร็จสิ้นไป
ขั้นตอนการจดทะเบียนเลิกและชำระบัญชีบริษัทจำกัด
การเลิกและชำระบัญชีบริษัทจำกัด ในกรณีที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติพิเศษให้เลิกบริษัท มีขั้นตอนดำเนินการรวม 8 ขั้นตอนดังต่อไปนี้
1. จัดประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น 2 ครั้ง เพื่อลงมติพิเศษให้เลิกบริษัท ดังนี้
การประชุมครั้งแรก
- มีวาระพิจารณาเรื่องเลิกบริษัท
- ที่ประชุมผู้ถือหุ้นจะต้องลงมติให้เลิกบริษัทด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4
การประชุมครั้งที่สอง
- มีวาระพิจารณา 3 วาระ คือ ยืนยันมติให้เลิกบริษัทของที่ประชุมครั้งแรก แต่งตั้งผู้ชำระบัญชีและกำหนดค่าตอบแทนและแต่งตั้งผู้สอบบัญชีและกำหนดค่าตอบแทน
- ที่ประชุมจะต้องลงมติยืนยันให้เลิกบริษัทไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ส่วนมติแต่งตั้งผู้ชำระบัญชีและผู้สอบบัญชีรวมทั้งกำหนดค่าตอบแทนใช้มติธรรมโดยเสียงข้างมาก
- การประชุมผู้ถือหุ้นครั้งที่สองจะต้องห่างจากการประชุมผู้ถือหุ้นครั้งแรกไม่น้อยกว่า 14 วัน และไม่เกินกว่า 6 สัปดาห์
2. ผู้ชำระบัญชีต้องลงประกาศเลิกบริษัทในหนังสือพิมพ์ท้องที่ 2 วัน ต้องแจ้งการเลิกบริษัทให้เจ้าหนี้ทราบโดยส่งหนังสือลงทะเบียนไปรษณีย์และต้องจดทะเบียนเลิกบริษัทต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทภายใน 14 วันนับแต่วันเลิกบริษัท
เอกสารที่ต้องใช้ในการจดทะเบียนเลิกบริษัท
- คำขอจดทะเบียน (แบบ ลช.1)
- รายการจดทะเบียน (แบบ ลช 2)
- คำสั่งศาลให้เลิกบริษัท (กรณีศาลสั่งให้เลิก)
- สำเนารายงานการประชุมผู้ถือหุ้นทั้ง 2 ครั้งซึ่งลงมติให้เลิกบริษัท โดยกรรมการผู้มีอำนาจ
ลงชื่อรับรองความถูกต้อง
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ชำระบัญชีที่ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน
- หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
- สำเนาบัตรทนายความหรือหลักฐานการเป็นสมาชิกเนติบัณฑิตตยสภาของผู้รับรอง
ลายมือชื่อ (ถ้ามี)
3. จัดทำงบการเงิน ณ วันเลิกบริษัทและส่งให้ผู้ตรวจสอบบัญชีตรวจสอบโดยเร็วที่สุด
4. เมื่อผู้ตรวจสอบบัญชีตรวจสอบงบการเงินแล้วเห็นว่าถูกต้องให้ผู้ชำระบัญชีเรียกประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติงบการเงินและพิจารณากว่าจะให้กรรมการบริษัทเป็นผู้ชำระบัญชีต่อไปหรือจะแต่งตั้งผู้ชำระบัญชีขึ้นใหม่
5. ผู้ชำระบัญชีต้องดำเนินการชำระบัญชีโดยรวบรวมทรัพย์สินเรียกให้ผู้ถือหุ้นชำระเงินค่าหุ้น ขายทรัพย์สิน เรียกลูกหนี้ให้ชำระหนี้ ชำระหนี้ให้เจ้าหนี้ ชดใช้เงินทดรองและค่าใช้จ่ายที่กรรมการบริษัทได้ออกไปในการดำเนินกิจการค้าแทนบริษัท หากมีทรัพย์สินเหลือให้คืนทุนผู้ถือหุ้น (กรณีการชำระบัญชีปรากฏว่าทรัพย์สินไม่พอชำระหนี้สินให้ผู้ชำระบัญชีร้องขอต่อศาลเพื่อให้ศาลสั่งให้บริษัทจำกัดล้มละลาย)
6. ในกรณีที่ชำระบัญชีไม่แล้วเสร็จ ผู้ชำระบัญชีต้องจัดทำรายงานการชำระบัญชี ( ตามแบบ ลช 3 ) ยื่นต่อนายทะเบียนทุกระยะ 3 เดือน และในการกรณีชำระบัญชีไม่เสร็จเกินกว่า 1 ปี ผู้ชำระบัญชีต้องจัดประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อครบปีทุกปี เพื่อรายงานความเป็นไปของการชำระบัญชี
7. เมื่อชำระบัญชีดำเนินการชำระบัญชีเสร็จสิ้นแล้ว ผู้ชำระบัญชีต้องจัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อให้พิจารณาอนุมัติรายงานผลการชำระบัญชี
8. เมื่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติแล้ว ผู้ชำระบัญชีต้องจดทะเบียนเสร็จชำระบัญชีต่อนายทะเบียนภายใน 14 วัน นับแต่วันประชุมอนุมัติเสร็จการชำระบัญชี
เอกสารที่ต้องใช้ในการจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี
- คำขอจดทะเบียน (แบบ ลช 1)
- รายการจดทะเบียน (แบบ ลช 2)
- รายงานการชำระบัญชี (แบบ ลช 3) พร้อมเอกสารประกอบ
- รายละเอียดบัญชีและสรรพเอกสาร (แบบ ลช 6)
- สำเนาบัตรประจำตัวของผู้ชำระบัญชีที่ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน
- สำเนาบัตรทนายความหรือหลักฐานการเป็นสมาชิก
- แบบรับรองการตรวจสอบบัญชีของกรมสรรพากร
- หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
เอกสารอื่นที่ต้องเตรียมเพิ่มเติมก่อนดำเนินการแจ้งเลิก
- สำเนาหนังสือรับรองบริษัทฯ ฉบับล่าสุดก่อนแจ้งเลิก
- สำเนารายชื่อผู้ถือหุ้น ( บอจ. 5 ) ฉบับล่าสุดก่อนแจ้งเลิก
- สำเนาข้อบังคับบริษัท ฯ ( ถ้ามี )
- สำเนางบการเงิน พร้อมรายงานผู้สอบบัญชี ( ย้อนหลัง 2 ปี )
- สำเนาแบบแสดงการเสียภาษี ภงด. 50 และ ภงด. 51 และใบเสร็จรับเงิน ( ย้อนหลัง 2 ปี )
- สำเนาแบบ ภพ. 30 และใบเสร็จรับเงิน ( ย้อนหลัง 2 ปี ) หากทางกรมสรรพากรยังไม่มี
หนังสือแจ้งการขีดชื่อออกจากระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ทางบริษัทฯ ยังคงมีหน้าที่ต้องยื่นแบบ ภพ. 30 ต่อไป
- บัตรประจำตัวผู้เสียภาษี ( ฉบับจริง )
- แบบ ภพ. 01 , ภพ. 09 หรือ ภธ. 01 , ภธ. 09 ( ฉบับจริง )
- ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ( ภ.พ. 20 หรือ ภ.ธ. 20 ) ฉบับจริง ( ถ้ามี )
- แผนที่ตั้งสถานประกอบการ 2 ฉบับ
- สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของกรรมการผู้มีอำนาจทุกคน
เอกสารที่จะใช้ในการยื่นแจ้งเลิกกับทางกรมสรรพากร
- สำเนางบการเงิน พร้อมรายงานผู้สอบบัญชี ณ วันเลิก
- สำเนาแบบ ภงด. 50 พร้อมใบเสร็จรับเงิน ณ วันเลิก
- บัตรประชาชน และทะเบียนบ้าน ( ฉบับจริง )
ระยะเวลาในการดำเนินการแจ้งเลิกและเสร็จสิ้นชำระบัญชี
ใช้เวลาในการดำเนินการให้เสร็จสิ้นประมาณ 3 4 เดือน
การดำเนินงานที่จัดทำให้
- จัดทำรายงานการประชุมเพื่อลงมติเลิกบริษัท 2 ครั้ง
- ประกาศเลิกบริษัทในหนังสือพิมพ์
- ยื่นหลักฐานการเลิกบริษัทฯ กับนายทะเบียน ( กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ) พร้อมคัดหนังสือ
รับรอง ณ วันเลิก
- จัดเตรียมเอกสารและดำเนินการแจ้งเลิก กับทางกรมสรรพากรนับแต่วันที่เลิกบริษัทฯ ตาม
หนังสือรับรองภายใน 15 วัน เช่น หนังสือรับรองระบุวันที่เลิก 7 ธันวาคม 2547 จะต้องยื่นเรื่องเลิกกับทางกรมสรรพากรภายในวันที่ 21 ธันวาคม 2547
- จัดทำรายงานการประชุมเพื่อพิจารณาอนุมัติงบการเงิน
- จัดทำรายงานการประชุมเพื่อพิจารณาอนุมัติรายงานผลการชำระบัญชี
- ยื่นหลักฐานการเสร็จสิ้นการชำระบัญชีกับนายทะเบียน ( กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ) พร้อม
คัดหนังสือรับรองการเสร็จสิ้นชำระบัญชี
- จัดเตรียมแบบและเอกสาร พร้อมคืนบัตรประจำตัวผู้เสียภาษี ( ฉบับจริง ) กับทาง
กรมสรรพากร
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการแจ้งเลิก และเสร็จสิ้นชำระบัญชี
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการทั้งสิ้นประมาณ 15,000.- บาท ( ไม่รวมค่าบริการในการจัดทำ
บัญชี และงบการเงิน , การกรอกแบบ ภงด. 50 และค่าบริการตรวจสอบบัญชี ณ วันเลิก )
หมายเหตุ ทางบริษัทฯ ยังคงต้องยื่นแบบ ภพ. 30 ไปจนกว่าทางกรมสรรพากรจะมีหนังสือแจ้งการขีดชื่อบริษัทฯ ออกจากทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
กรกฎ:
ข้อมูลเป็นประโยชน์ต่อผู้อยากรู้มากค่ะ
นำร่อง
[0] ดัชนีข้อความ
ไปที่เวอร์ชันเต็ม