www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี
ต้นทุนเครื่องจักร
แมว:
บริษัทซื้อเครื่องจักรจากต่างประเทศเป็นจำนวนเงิน 51,000 US โดยโอนเงินผ่านธนาคาร 80% เป็น
จำนวน 40,800 เหรียญ ส่วนที่เหลือ 20% บริษัทจะจ่ายให้
เมื่อผู้ขายส่งช่างจากต่างประเทศมาติดตั้งให้เครื่องจักรอยู่ในสภาพใช้การได้โดยจ่ายให้เป็นเงินดอลล่าร์ 10,200 เหรียญให้กับช่างที่มาติดตั้งและได้รับใบเสร็จรับเงินครบถ้วน บริษัทเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าอาหาร ค่าที่พักให้กับช่างที่มา และบ.เสียภาษีมูลค่าเพ่ม+ค่าอากรขาเข้า+ค่าใช้จ่ายในการออกของอีก 40,000 บาท
อยากทราบว่าจะบันทึกบัญชีอย่างไร และคิดต้นทุน
เครื่องจักรและหักค่าเสื่อมอย่างไรและในการที่เราจ่ายเงิน
ไม่ผ่านธนาคารควรจะมีเอกสารหลักฐานหรืออัตราแลก
เปลี่ยนในการคำณวนอย่างไร ช่วยตอบด้วยนะคะ
duck:
ลองหาอ่านในภาคผนวกม.การบัญชี ฉ.ที่ 32 เรื่องที่ดินอาคารและอุปกรณ์ จะมีตัวอย่างและวีธีการบันทึก
และลองอ่านหนังสือคู่มือปฎิบัติการนักบัญชี เล่ม 1-3 ของ.อ.สุขสิรี เจษฏาพรชัย เล่มละ500-750บ.เป็นคู่มือหากินของผมครับ
อ้วน:
1. เรามาดูเรื่องการบันทึกบัญชีก่อนครับ
1.1 เมื่อจ่ายเงินผ่านธนาคารไป 80% จำนวน US 40,800
Dr. เครื่องจักร ( 40,800 * ใช้อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันโอน )
Cr. ธนาคาร
1.2 เมื่อจ่ายค่าอากร ภาษีมูลค่าเพิ่ม และ คชจ.ออกของ
Dr. เครื่องจักร ( ค่าอากร + คชจ. ออกของ ) 37,000.-
Dr. ภาษีมูลค่าเพิ่ม 3,000.-
Cr. ธนาคาร / เงินสด 40,000.-
ผมมองว่า คชจ. ใดๆ ที่จ่ายไปเพื่อให้เครื่องจักรพร้อมใช้งาน ถือเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนของเครื่องจักรครับ ส่วนตัวเลขผมสมมติขึ้นมาเองครับ
1.3 เมื่อจ่าย คชจ. ในการเดินทาง + ที่พัก + อาหาร
Dr. เครื่องจักร ( คชจ.ในการเดินทาง + ที่พัก + อาหาร )
Dr. ภาษีมูลค่าเพิ่ม
Cr. ธนาคาร / เงินสด
ในส่วนนี้ผมขอขยายความหน่อยครับว่า สำคัญมากนะครับ เพราะในส่วนนี้จะถือเป็นต้นทุนทรัพย์สินได้หรือไม่ และ จะถูกมองว่าค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ถือเป็นบริการนำเข้าหรือไม่ ต้องมีหัก ณ ที่จ่ายหรือไม่ และมีสิทธิ์เครดิตภาษีซื้อหรือไม่ มาดูกันครับ
1.3.1 ควรมีการจัดทำสัญญาซื้อขายเครื่องจักรที่ชัดเจนนะครับ ว่าเป็นราคาเครื่องจักรเท่าใด มีการแบ่งจ่ายอย่างไร อะไรบ้างที่เราจะได้ อะไรบ้างที่เราต้องจ่ายเพิ่ม เพราะหากเป็นการซื้อเครื่องจักรพร้อมติดตั้ง โดยไม่ได้แยกราคาค่าติดตั้งออกมา ยอดจำนวนทั้ง US 51,000 ก็ถือว่าเป็นการซื้อเครื่องจักรทั้งจำนวน เงินที่จ่ายไปก็จะไม่มีภาระในเรื่องหัก ณ ที่จ่าย และไม่ถือเป็นบริการนำเข้า ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 104/2544 เรื่อง การเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการให้บริการที่กระทำในต่างประเทศ และได้มีการ ใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร
http://www.rd.go.th/publish/3549.0.html
1.3.2 และเมื่อมีข้อตกลงทางการค้าว่า ผู้ซื้อจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในค่าใช้จ่ายในการเดินทาง + ค่าที่พัก + อาหาร ซึ่งก็จะทำให้พิสูจน์ได้ว่าเป็นรายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับกิจการ อันเนื่องมาจากการซื้อทรัพย์สิน ( ในความเห็นส่วนตัวผมจึงมองว่าหากค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ หากมีภาษีมูลค่าเพิ่ม ทางบริษัทฯ ก็มีสิทธิ์ขอเครดิตภาษีซื้อได้ครับ ) ซึ่งปกติในสัญญาก็ควรจะมีการคำนวณ จำนวนคน และระยะเวลาที่ต้องใช้ และต้องไม่เป็นการจ่ายที่เกินสมควร และเมื่อช่างเดินทางเข้ามาแล้ว ก็ควรมีหนังสือแนะนำตัวจากทางบริษัทผู้ผลิตด้วย
1.4 เมื่อจ่ายส่วนที่เหลืออีก 20% จำนวน US 10,200
Dr. เครื่องจักร ( 10,200 * อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่จ่าย )
Cr. เงินสด
อย่าลืมเรื่องหลักฐานการรับเงิน รวมถึงคู่มือการใช้เครื่องจักรและหากมีหนังสือรับประกันก็ยิ่งดี
2. เนื่องจากตอนที่จ่ายเงินที่เหลืออีก 20% นั้น ไม่มีการโอนเงินผ่านทางธนาคารเป็นหลักฐาน ดังนั้น จะขอเน้นให้มีหนังสือแต่งตั้งจากบริษัทผู้ผลิตว่า ทางบริษัทผู้ผลิตมีความประสงค์ขอรับเงินในไทยและขอแต่งตั้งนาย ... เข้ามาในประเทศ ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจรับเงินแทนบริษัท
3. ค่าเสื่อมราคาเครื่องจักร จะคิดจากมูลค่าต้นทุนของเครื่องจักร จำนวน US 51,000 + ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าอาหาร ค่าที่พักให้กับช่างที่มา และ + ค่าอากรขาเข้า+ค่าใช้จ่ายในการออก ( ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม เนื่องจากขอเครดิตได้ )
และเริ่มคิดค่าเสื่อมราคาเครื่องจักรเมื่อ เครื่องจักรพร้อมใช้งานครับ
แมว:
ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงนะคะคุณอ้วนที่ช่วยตอบ
คำถามได้อย่างชัดเจนและมีหลักการณ์ขอบคุณจิรง ๆ
กนก:
ถามคุณ ถ้าบันทึกบัญชีตามที่คุณอ้สนแนะนำ
แล้วค่าเสื่อมราคา จะคำนวณเมื่อเครื่องจักรเริ่มใช้งาน
ดังนั้น ถ้าเครื่องจักรยังไม่พร้อมใช้งาน ก็ให้บัทึกเป็นสินทรัพย์ ไว้ก่อน 80% แต่ไม่ต้องคิดค่าเสื่อมใช้ไหมค่ะ
นำร่อง
[0] ดัชนีข้อความ
[#] หน้าถัดไป
ไปที่เวอร์ชันเต็ม