www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี
ชี้ช่องทางประหยัดภาษี ภงด.90,91 (1)
(1/1)
gto:
ชี้ช่องประหยัดเงิน (ภาษี)
ภ.ง.ด.90, 91
อมรศักดิ์ พงศ์พศุตม์
amornsak@tax-thai.com
ช่วงยื่นแบบ ภ.ง.ด.90, 91 เป็นธรรมเนียมของทุกปี ที่ผู้เขียนจะต้องแนะช่องทางประหยัดเงิน (ภาษี) เป็นกำนัลแด่แฟนๆ คอลัมน์นี้
ดังนั้น เนื้อหา 3-4 สัปดาห์ นับแต่นี้
ขอได้โปรดติดตามอ่านนะครับ
แฮ่ๆ อย่ากระพริบตาเชียว!
สำหรับท่านผู้อ่านประเภทวัยรุ่นใจร้อน
ก็สามารถไปหาอ่านเนื้อหาการประหยัดภาษี (ซึ่งเคยแนะช่องไปบ้างแล้ว) ได้จากพ็อคเก็ตบุคส์ ของผู้เขียน เคล็ด (ไม่) ลับ กับหมอภาษี (เล่ม 1, 2) ส่วนเล่ม 3 (การวางแผนภาษีบุคคลและครอบครัว
ในทุกจังหวะก้าวย่างสู่วัยทอง) กำลังจะวางตลาดในกลางเดือนมีนาคม 2548 นี้ ครับ!
ช่องทาง 1 ยื่นแบบผ่าน Internet จะได้คืนภาษีเร็ว!
ศิโรตม์ สวัสดิ์พาณิชย์ อธิบดีกรมสรรพากร ได้แถลงและให้ข่าวย้ำอยู่เสมอว่า ผู้เสียภาษีที่ยื่นแบบ ภ.ง.ด.90, 91 ผ่านระบบ Internet นอกจากจะง่าย สะดวก รวดเร็วแล้ว กรมสรรพากรจะสามารถคืนภาษี (ถ้ามี) ให้ท่านได้ภายในไม่เกิน 15 วัน
สำหรับผลลัพธ์คำพูดดังกล่าวเป็นจริงหรือไม่นั้น ผู้เขียนได้รับทราบจากกรรมการหลายๆ ท่าน ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ยืนยันกับอธิบดีฯ เมื่อคราพบปะสังสรรค์กันในวัน Valentine (14 ก.พ.2548) ว่าได้รับคืนเงินภาษีเร็วมากอย่างเหลือเชื่อคือ ภายในไม่เกิน 1 สัปดาห์ ภายหลังยื่นแบบด้วยซ้ำ!
สำหรับขั้นตอนการยื่นแบบฯ ท่านผู้อ่านสามารถ Click เข้าไปดูได้ใน Website ของกรมสรรพากร (www.rd.go.th) โดยมีเนื้อหาสำคัญสรุปได้ดังนี้ครับ
- สามารถลงทะเบียน ภ.อ.01 ทางอินเทอร์เน็ต (ออนไลน์) เพื่อใช้บริการโดยจะได้รับหมายเลขประจำตัวผู้ใช้และรหัสผ่านทันที เพื่อใช้ในการยื่นแบบฯ
- เมื่อยื่นสำเร็จ ระบบจะมีข้อความแจ้งผลการยื่นแบบในทันทีว่า กรมสรรพากรได้รับแบบแสดงรายการพร้อมชำระภาษี (ถ้ามี) เรียบร้อยแล้ว เว้นแต่กรณีเกิดเหตุขัดข้องในช่วงเวลาดังกล่าว ก็ให้ติดต่อสำนักบริหารการเสียภาษีทางอิเล็กทรอนิกส์
- กรณีภริยามีเงินได้ประเภทเงินเดือน (ม.40(1)) และยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 ฉบับเดียวกันกับสามี แต่แยกการคำนวณภาษีทางกรมสรรพากรจะออกใบเสร็จรับเงิน ให้ 2 ฉบับ เป็นของสามี 1 ฉบับ และภรรยา 1 ฉบับ
- ช่องทางในการชำระภาษีทำได้หลายทางคือ ระบบ e-Payment, Internet, Mobile Banking, Tele Banking, ATM และเคาน์เตอร์ธนาคารกรุงเทพ กรุงศรีอยุธยา เอเชีย ธกส. นครหลวงไทย และเคาน์เตอร์อัตโนมัติของไปรษณีย์
- การยื่นแบบ ภ.ง.ด.90, 91, 94 ทางอินเทอร์เน็ต ไม่ต้องส่งเอกสารใดๆ โดยให้เก็บไว้ที่ผู้เสียภาษี หากมีข้อสงสัยเจ้าหน้าที่จึงจะขอดู
ฯลฯ
ช่องทาง 2 การหักลดหย่อน ลูกกตัญญู
มาตรการภาษีดังกล่าว ถือเป็นมิติใหม่ที่สนับสนุนสถาบันครอบครัวอย่างน่าชมเชย และเป็นการเปลี่ยนภาพลักษณ์ว่า ข้าฯ ก็มีน้ำใจแก่สูเจ้า
หาใช่รู้จักแต่ถอนขนห่าน นะเฟ้ย!
กฎหมายเรื่องนี้ออกโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 47(1)(ญ) แห่งประมวลรัษฎากร โดยออกเป็นประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่136) ลว. 14 มกราคม 2548 โดยให้มีผลบังคับย้อนหลังไปตั้งแต่ 1 มกราคม 2547!
แนวคิดและแนวทางคร่าวๆ เป็นดังนี้ครับ
(1) ให้หักลดหย่อนได้คนละ 30,000 บาท สำหรับค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาของผู้มีเงินได้ รวมทั้งบิดามารดาของสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้ ตามมาตรา 47(1)(ญ)
ตัวอย่างเช่น ก๊วยเจ๋ง มีเงินได้ประเภทเงินเดือนค่าจ้างตลอดปี 2547 จำนวน 1 ล้านบาท ได้จ่ายค่าเลี้ยงดูแก่บิดามารดาของตนทุกเดือนๆ ละ 4,000 บาทต่อท่าน (รวมตลอดปี 2547 จึงจ่ายเงินดังกล่าวแก่บิดามารดาท่านละ 48,000 บาท) ก๊วยเจ๋ง ย่อมมีสิทธิหักลดหย่อนค่า ลูกกตัญญู ดังกล่าวในการยืนแบบ ภ.ง.ด.91 ปี 2547 ได้ 60,000 บาท (คือหักลดหย่อนบิดา 30,000 บาท + มารดาอีก 30,000 บาท)
สมมติว่า ก๊วยเจ๋ง เป็นลูก double กตัญญู คือในปี 2547 ได้จ่ายค่าเลี้ยงดูบิดามารดาของ อึ้งย้ง (ภริยาของตน) อีกคนละ 4,000 บาทต่อเดือน กรณีเช่นนี้ ก๊วยเจ๋ง ย่อมสามารถหักค่าลดหย่อนสำหรับบิดามารดาของภริยาของตนอีกคนละ 30,000 บาท รวมทั้งปี 2547 จึงอาจหักค่าลดหย่อนดังกล่าวได้สูงสุดถึง 120,000 บาท เลยทีเดียว ทำให้สามารถประหยัดภาษีเงินได้ลงมาทันทีถึง 20% ของ 120,000 ซึ่งเท่ากับ 24,000 บาทเชียว (สมมติอัตราภาษีของก๊วยเจ๋งตกอยู่ในช่วง 20%)
(2) เงื่อนไขสำคัญของการหักลดหย่อนดังกล่าวก็คือ บิดามารดาดังกล่าว ต้องมีอายุ 60 ปีขึ้นไป + อยู่ในอุปการะเลี้ยงดูของผู้มีเงินได้ + ต้องไม่มีเงินได้ในปีที่ขอหักเกิน 30,000 บาทขึ้นไปด้วย
(3) ต้องมีหลักฐานรับรองการอุปการะเลี้ยงดูจากบิดามารดา โดยกรมสรรพากรกำหนดแบบฟอร์ม ล.ย.03 ให้กรอกข้อความอย่างน้อยตามที่ระบุในแบบดังกล่าว (คือ มีชื่อ-สกุล และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของบิดามารดาและมีข้อความรับรองว่าบุตร ชื่อ-สกุล เลขประจำตัวประชาชนและที่อยู่ของบุตรดังกล่าวได้อุปการะเลี้ยงดูตนจริงๆ)
(4) บุตรดังกล่าวต้องเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น
(5) การหักลดหย่อนให้หักได้ตลอดปีภาษี ไม่ว่ากรณีที่หักลดหย่อนได้นั้นจะอยู่ตลอดปีภาษีหรือไม่ (เช่น จ่ายค่าอุปการะเพียงบางเดือน (ไม่ต้องจ่ายทุกเดือน) โดยอาจเริ่มจ่ายระหว่างปีก็ได้ เช่น เริ่มจ่ายเดือนตุลาคม 2547 เป็นต้น)
(6) กรณีผู้มีเงินได้ มิได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย ให้หักลดหย่อนได้เฉพาะบิดามารดาที่อยู่ในประเทศไทยเท่านั้น
ช่องทาง 3 ขยายช่วงการยกเว้นภาษีสำหรับเงินได้สุทธิจาก 80,000 บาทเป็น 100,000 บาท
โดยมีผลบังคับใช้ย้อนหลังไปถึง 1 มกราคม 2547 เช่นกัน ซึ่งหมายความว่าผู้มีเงินเดือนไม่เกิน 10,000 บาท จะไม่มีภาระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จึงเป็นผลให้มนุษย์เงินเดือนประหยัดภาษีทันทีคนละ 10,000 บาท (5% ของ 20,000 บาท)
กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่บริษัทเอกชนทั้งหลายต้องปรับปรุงการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย กันจ้าละหวั่น ในเดือนธันวาคม 2547 เพราะได้มีการคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในช่วงต้นปีตามเกณฑ์เดิม (คือเงินได้สุทธิช่วง 80,000-100,000 บาท ได้ถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ไว้ในอัตรา 5%)
แม้ว่ามาตรการดังกล่าว จะมีผลยกเว้นภาษีแก่ผู้มีเงินได้ทุกประเภท (ม.40(1)-(8)) แต่ผู้ที่ได้รับประโยชน์เต็มๆ อย่างชัดเจนก็คือบรรดามนุษย์เงินเดือน ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวที่อยู่ในระบบฐานข้อมูลของกรมสรรพากรอย่างครบถ้วน จึงถูกเก็บภาษีเต็มเม็ดเต็มหน่วยตลอดมา
นำร่อง
[0] ดัชนีข้อความ
ไปที่เวอร์ชันเต็ม