www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี

จะหาที่สัมมนา เรื่องต้นทุน ABC

(1/2) > >>

patcharee:
เป็นต้นทุนเกี่ยวกับ activity base cost

วรสรรค์:
จะนำไปใช้กับธุรกิจผลิตอะไร ระบบผลิตเป็นแบบไหน

เผื่อว่าจะช่วยได้ครับ

อ้วน:
ลองโทรไปสอบถามดูที่  บริษัท ฝึกอบรมและสัมมนาธรรมนิติ จำกัด  โทรศัพท์ 02-831-7300  ว่าจะมีการเปิดสัมมนาเรื่องที่คุณต้องการหรือไม่ครับ  เพราะเท่าที่ผมจำได้เคยเห็นจัดสัมมนา  วิทยากรคือ ดร.วรศักดิ์ ทุมมานนท์

duck:
ลองดูที่ http://www.dharmniti.co.th/cpd/guest_show09.php

007:
โดย ผศ.นาตยา ตรีรัตน์ดิลกกุล



 



การคำนวณต้นทุนของสินค้าหรือบริการ เป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นต่อกิจการ เนื่องจากข้อมูลต้นทุนจะนำมาใช้ในการกำหนดกลยุทธ์ การตั้งราคาขาย การวางแผนกำไร การควบคุม และการตัดสินใจของผู้บริหารเพื่อความเป็นเลิศของธุรกิจ



ดังนั้นการคำนวณต้นทุนให้ถูกต้องใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในสภาพการแข่งขันทางธุรกิจในปัจจุบัน



การคำนวณต้นทุนของสินค้า หรือบริการ จะมีการคำนวณต้นทุนที่เกิดขึ้นซึ่งประกอบด้วยวัตถุทางตรง ค่าแรงงานทางตรง และค่าใช้จ่ายการผลิตอื่นๆ สำหรับต้นทุนวัตถุทางตรงและค่าแรงงานทางตรงจะสามารถคำนวณเป็นต้นทุนของสินค้าได้โดยตรง ส่วนค่าใช้จ่ายการผลิตจะคำนวณเป็นต้นทุนสินค้า โดยใช้ฐานที่มีความสัมพันธ์กับปริมาณการผลิต (Volume Bases) เช่น ชั่วโมงแรงงานทางตรง ชั่วโมงเครื่องจักร เป็นต้น สำหรับการผลิตส่วนใหญ่ปัจจุบันอยู่ภายใต้สภาวะการตลาดที่มีความเคลื่อนไหวตลอดเวลา อีกทั้งรูปแบบของสินค้ามีการปรับเปลี่ยนไป แนวโน้มการผลิตตามคำสั่งพิเศษมีจำนวนมากขึ้น ทำให้ค่าใช้จ่ายการผลิตต่างๆมีมูลค่ามาก เมื่อเทียบกับค่าแรงงานทางตรงและวัตถุทางตรง



การคำนวณค่าใช้จ่ายการผลิตเป็นต้นทุนสินค้าโดยอาศัยปริมาณการผลิตเป็นฐาน จึงทำให้ต้นทุนสินค้าที่คำนวณได้ไม่ถูกต้องเช่น สินค้าที่ผลิตตามคำสั่งพิเศษในปริมาณน้อย แต่มีกรรมวิธีการผลิตที่ยุ่งยาก ควรจะมีต้นทุนการผลิตสูงแต่กลับมีการรับภาระค่าใช้จ่ายการผลิตต่ำหรืออาจมีค่าใช้จ่ายบางรายการที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปตามปริมาณการผลิต เช่น ค่าใช้จ่ายในการ Setup เครื่องจักรจะเปลี่ยนแปลงเมื่อมีคำสั่งผลิต หรือค่าใช้จ่ายทางวิศวกรรม (Engineering Cost) จะเปลี่ยนแปลงตามคำสั่งผลิตสินค้าชนิดใหม่ ซึ่งเหล่านี้เป็นข้อบกพร่องของระบบการบริหารต้นทุนแบบเดิมที่ไม่ได้แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรมต่างๆ ที่ก่อให้เกิดต้นทุนของสินค้าหรือบริการ ไม่สะท้อนให้เห็นถึงค่าใช้จ่ายการผลิตว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร ถ้ากิจกรรมของแผนกผลิตเปลี่ยนแปลงไปจึงเกิดระบบต้นทุนกิจกรรมหรือต้นทุนABC (Activity Based Costing) เกิดขึ้น ซึ่งเป็นการบริหารต้นทุนโดยแบ่งการดำเนินงานของกิจการออกเป็นกิจกรรมต่างๆ เช่น กิจกรรมการผลิต กิจกรรมการตรวจสอบคุณภาพของสินค้า เป็นต้น



ระบบต้นทุนกิจกรรมจะถือว่ากลยุทธ์ของกิจการเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดกิจกรรม และกิจกรรมเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดต้นทุน หากสินค้าชนิดใดผ่านกิจกรรมการผลิตมากก็จะมีต้นทุนสินค้ามาก ดังนั้นต้นทุนสินค้าจะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับวิธีการผลิตว่ายุ่งยาก หรือผ่านกิจกรรมมากน้อยเพียงใด การคำนวณต้นทุนกิจกรรมจะเริ่มจากการวิเคราะห์กิจกรรมขององค์กรว่ามีกิจกรรมใดบ้าง หลังจากนั้นจะมีการคำนวณต้นทุนให้กับกิจกรรมนั้นๆ โดยระบุตัวผลักดันต้นทุน (Cost Driver) ของแต่ละกิจกรรม ว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้นทุนนั้นมากหรือน้อยเช่น กิจกรรมการบรรจุสินค้า ตัวผลักดันต้นทุนคือจำนวนสินค้า หรือกิจกรรมการซ่อมแซมเครื่องจักร ตัวผลักดันต้นทุนคือ จำนวนชั่วโมงเครื่องจักร หลังจากนั้นก็จะคำนวณอัตราต้นทุนกิจกรรมต่อหน่วย โดยนำต้นทุนกิจกรรมหารด้วยปริมาณตัวผลักดันต้นทุน และสุดท้ายก็จะมีการคำนวณต้นทุนสินค้า โดยใช้อัตราต้นทุนต่อหน่วยเป็นเกณฑ์ในการคำนวณค่าใช้จ่ายการผลิต และนำต้นทุนที่คำนวณได้ไปรวมกับวัตถุทางตรง ค่าแรงงานทางตรงของสินค้าแต่ละชนิด ก็จะได้ต้นทุนสินค้าหรือบริการในที่สุด



การใช้ระบบต้นทุนกิจกรรม จะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจถึงการปฏิบัติงานตามกิจกรรมต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น ทำให้สามารถใช้ต้นทุนในการวางแผนพัฒนา กำหนดกลยุทธ์ของกิจการ และพัฒนากิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกิจกรรมที่เพิ่มมูลค่า (Value Added Activity) ซึ่งจะสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าทั้งด้านราคา และคุณภาพของสินค้าในเวลาที่เหมาะสมทันต่อความต้องการของลูกค้า และพยายามลดความสูญเปล่า หรือกิจกรรมที่ไม่เพิ่มมูลค่า (Nonvalue Added Activity) เช่น กิจกรรมการรอคอยคำสั่งผลิตซึ่งเป็นกิจกรรมที่ไม่ก่อให้เกิดคุณค่าในตัวสินค้า อย่างไรก็ตามระบบต้นทุนกิจกรรมมิได้มุ่งเน้นที่จะลดต้นทุนอย่างเดียว แต่จะมีการปรับปรุง และทบทวนกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำไปสู่ความเป็นเลิศของธุรกิจ



 

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

ไปที่เวอร์ชันเต็ม