www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี
อยากทราบว่าจดทะเบียนแบบ หสน. กับ หจก. ต่างกันยังไงค่ะ
แก้ว:
ถ้าเป็นกิจการร้านอาหารรายได้ก่อนหักค่าใช้จ่ายประมาณ
100000-120000 /เดือน ควรจดแบบ หสน. หรือ หจก.ดีค่ะ
อ้วน:
ผมขอแสดงความคิดเห็นเท่าที่ผมทราบนะครับ
1. เรามาดูความหมายของคำว่า " หสม. และ หจก. " กันก่อนครับ ส่วนคำย่อ " หสน." อันนี้ผมไม่แน่ใจครับ เรามาลองดูความหมาย และ ข้อแตกต่างกันครับ
1.1 ห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน ( Ordinary Partnerships ) คำย่อ " หสม."
1.1.1 คำนิยาม ตามประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1025 บัญญัติว่า ห้างหุ้นส่วนสามัญ คือ ห้างหุ้นส่วนประเภทซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนหมดทุกคนต้องรับผิดชอบร่วมกันเพื่อหนี้ทั้งปวงของหุ้นส่วนโดยไม่มีจำกัด
1.1.2 สถานะ เป็นบุคคลธรรมดา ไม่เป็นนิติบุคคล จึงไม่มีตัวตนแยกออกต่างหากจากผู้เป็นหุ้นส่วน ดังนั้นการที่ห้างชนิดนี้จะไปทำสัญญาติดต่อค้าขายกับบุคคลภายนอก จะเอาชื่อห้างไปเป็นคู่สัญญาไม่ได้ จะต้องเอาชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการเป็นคู่สัญญา แต่หุ้นส่วนผู้จัดการนั้นจะต้องระบุไว้ในสัญญาด้วยว่า ทำการแทนหุ้นส่วนคนอื่นๆ ด้วย มิฉะนั้นจะกลายเป็นสัญญาส่วนตัวของหุ้นส่วนผู้จัดการคนนั้นไป
1.2 ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล ( Registered Ordinary Partnership ) คำย่อไม่แน่ใจครับว่าจะใช่ "หสน." หรือไม่ ไม่ชัวร์เลยครับ
1.2.1 คำนิยาม เนื่องจากในบทบัญญัติห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลไม่ได้บัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น จึงต้องนำบทนิยามของห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียนตามมาตรา 1025 มาใช้เช่นเดียวกันคือ " ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล คือ ห้างหุ้นส่วนประเภทซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนหมดทุกคนต้องร่วมรับผิดชอบกันเพื่อหนี้ทั้งปวงของหุ้นส่วนโดยไม่มีจำกัด "
1.2.2 สถานะ เป็นนิติบุคคล เหมือนกับห้างหุ้นส่วนจำกัด และ บริษัทจำกัด แต่ในปัจจุบัน ไม่เป็นที่นิยมเนื่องจากลักษณะของห้างชนิดนี้ ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนต้องร่วมรับผิดชอบโดยไม่จำกัด
หมายเหตุ จะเห็นได้ว่าห้างหุ้นส่วนสามัญกฏหมายมิได้บังคับให้ต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล คือจะจดทะเบียนหรือไม่ก็ได้ ดังนั้น ห้างหุ้นส่วนสามัญตามกฏหมายไทยจึงมี 2 ประเภทคือ
( 1 ) ห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน ( สถานะเป็นบุคคลธรรมดา )
( 2 ) ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน ( สถานะเป็นนิติบุคคล )
1.3 ห้างหุ้นส่วนจำกัด ( Limited Partnerships ) คำย่อ "หจก."
1.3.1 คำนิยามตามประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์ ตามาตรา 1077 บัญญัติว่า " อันห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้น คือ ห้างหุ้นส่วนประเภทหนึ่ง ซึ่งมีผู้เป็นหุ้นส่วน 2 จำพวกดังจะกล่าวต่อไปนี้คือ
( 1 ) ผู้เป็นหุ้นส่วนคนเดียว หรือ หลายคน ซึ่งมีจำกัดความรับผิดเพียงไม่เกินจำนวนเงินที่ตนรับจะลงหุ้นในห้างหุ้นส่วนนั้นจำนวนพวกหนึ่ง และ
( 2 ) ผู้เป็นหุ้นส่วนคนเดียวหรือหลายคน ซึ่งต้องรับผิดร่วมกันในบรรดาหนี้ของห้างหุ้นส่วนไม่มีจำกัดจำนวนอีกพวกหนึ่ง "
ดังนั้นผู้เป็นหุ้นส่วนประเภทไม่จำกัดความรับผิดในห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้น มีลักษณะคล้ายกับผู้เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญ คือ
1. ต้องรับผิดในหนี้สินของห้างโดยไม่มีการจำกัดจำนวน
2. ต้องรับผิดร่วมกันในระหว่างผู้เป็นหุ้นส่วนประเภทไม่จำกัดความรับผิดด้วยกัน
3. คุณสมบัติของผู้เป็นหุ้นส่วนเป็นสาระสำคัญ
ส่วนผู้เป็นหุ้นส่วนประเภทจำกัดความรับผิดมีลักษณะแตกต่างกับผู้เป็นหุ้นส่วนประเภทไม่จำกัดความรับผิด และผู้เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญ คือมีลักษณะดังนี้คือ
1. รับผิดในหนี้สินของห้างเพียงไม่เกินจำนวนเงินที่รับจะลงหุ้น
2. ไม่ต้องรับผิดในหนี้สินของห้างร่วมกัน
3. คุณสมบัติของผู้เป็นหุ้นส่วนไม่เป็นสาระสำคัญ
หมายเหตุ
1. ห้างหุ้นส่วนจำกัด จะต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเสมอ จะไม่จดทะเบียนไม่ได้ ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 1078 วรรค 1 จึงเป็นข้อแตกต่างกับห้างหุ้นส่วนสามัญ เพราะห้างหุ้นส่วนสามัญจะจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลหรือไม่ก็ได้
2. ผู้ที่จะเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการในห้างหุ้นส่วนจำกัดได้นั้น จะต้องเป็นหุ้นส่วนประเภทไม่จำกัดความรับผิดเท่านั้น ( มาตรา 1067 )
2. ถ้าถามตามความเห็นส่วนตัวผมแล้ว ผมมองว่าธุรกิจร้านอาหารนั้น มีความไม่แน่นอนสูง หากไม่มีเงินทุนหมุนเวียน และทำเลที่ตั้งไม่ดี โอกาสประสบความสำเร็จในธุรกิจค่อนข้างยากครับ ( มีองค์ประกอบอีกหลายอย่างที่ต้องพิจารณานะครับ ) ในเบื้องต้นผมเสนอให้ประกอบธุรกิจในรูปของบุคคลธรรมดาก่อนครับ เพราะมีภาระและค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่านิติบุคคลครับ ไว้เมื่อมีรายได้มากขึ้น และแนวโน้มของธุรกิจมีความมั่นคง ค่อยมาดำเนินการในรูปของนิติบุคคลก็ได้ครับ
gto:
ชายชราสอนการจัดการสากล
เรื่อง ...ภาษีที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจร้านอาหาร
คำถาม
เรื่อง ขอปรึกษาปัญหาเกี่ยวกับธุรกิจ
เรียน คุณชาย กิตติคุณาภรณ์
สวัสดีครับ ท่านอาจารย์ผมคิดว่าจะทำธุรกิจเกี่ยวกับร้านอาหารน่ะครับ แต่ยังมีหลายๆ อย่างที่ไม่เข้าใจเกี่ยวกับภาษีน่ะครับ คือผมจะต้องวางแผนภาษีในด้านรายรับรายจ่ายอย่างไร ต้องจดทะเบียนอะไรอย่างไง ประเภทภาษีของธุรกิจที่เกี่ยวข้อง และถ้าผมจะเลิกกิจการต้องทำอย่างไรบ้างครับ ขอบพระคุณมากครับ
ต้องการให้ตอบกลับทาง : อีเมล์ (E-mail)
ขอบคุณครับ
วชิระ
คำตอบ
เรื่อง ตอบคำถาม
เรียน คุณวชิระ
อ้างถึง E-mail ของท่านลงวันที่ 18/8/48
ท่านจะเลิกกิจการต้องปฏิบัติตามมาตรา 1236, 1247-1273 (ให้ดูใน Web)
การทำธุรกิจร้านอาหาร
1. กรณีทำในนามบุคคลธรรมดา ไม่ต้องจดทะเบียน แต่ถ้าหากขึ้นป้ายร้านอาหารก็ให้ไปทำการเสียภาษี ป้ายต่อปี จะต้องยื่นแบบภาษี ภ.ง.ด.90, 94
ตัวอย่างการคำนวณ
สมมติรายได้ต่อปี 1,000,000
หัก ค่าใช้จ่ายเป็นการเหมา 70% 700,000
คงเหลือ 300,000
หัก ค่าลดหย่อนตัวเอง 30,000
คงเหลือเงินได้สุทธิ 270,000
.
ขั้นเงินได้สุทธิตั้งแต่ เงินได้สุทธิจำนวนสูงสุดของขั้น อัตราภาษีร้อยละ ภาษีในแต่ละขั้นเงินได้
0 100,000 100,000 5 ยกเว้น
100,001 500,000 170,000 10 17,000
270,000 17,000
สรุป ภาษีที่จะต้องเสียต่อปี = 17,000 บาท
หมายเหตุ : อาจจะมีค่าลดหย่อนอื่นๆ อาทิ ภรรยาที่ไม่มีเงินได้, บุตร, บิดามารดา, เบี้ยประกันชีวิต เป็นต้น ซึ่งมีเกณฑ์กำหนดไว้
2. กรณีทำในนามคณะบุคคล ก็ต้องไปจดทะเบียนตั้งเป็นคณะบุคคล และยื่นแบบภาษี ภ.ง.ด.90, 94
ตัวอย่างการคำนวณ
สมมติรายได้ต่อปี 1,000,000
หัก ค่าใช้จ่ายเป็นการเหมา 70% 700,000
คงเหลือ 300,000
หัก ค่าลดหย่อนคณะบุคคล 60,000
คงเหลือเงินได้สุทธิ 240,000
ขั้นเงินได้สุทธิตั้งแต่ เงินได้สุทธิจำนวนสูงสุดของขั้น อัตราภาษีร้อยละ ภาษีในแต่ละขั้นเงินได้
0 100,000 100,000 5 ยกเว้น
100,001 500,000 140,000 10 14,000
240,000 14,000
สรุป ภาษีที่จะต้องเสียต่อปี = 14,000 บาท
หมายเหตุ : ภ.ง.ด.94 ยื่นแบบครึ่งปีภายใน 1 ก.ค. ถึง 30 ก.ย. ของทุกปีภาษี และ ภ.ง.ด.90 ยื่นแบบเต็มปี ภายใน 1 ม.ค. ถึง 31 มี.ค. ของทุกๆ ปีถัดจากปีภาษี
3. กรณีทำในนามบริษัท ก็ต้องไปจดทะเบียนในนามบริษัทและสามารถคำนวณรายรับ รายจ่าย ตาม รายการที่เกิดขึ้นจริง ตามตัวอย่าง
สมมติรายได้ต่อปี 1,000,000
ค่าใช้จ่ายต่อปี 700,000
กำไรสุทธิ 300,000
คำนวณภาษีสำหรับบริษัทที่มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท
ขั้นกำไรสุทธิ 0 1,000,000 บาท อัตราร้อยละ 15
ขั้นกำไรสุทธิ 1,000,001 3,000,000 บาท อัตราร้อยละ 25
ขั้นกำไรสุทธิ 3,000,001 บาท ขึ้นไป อัตราร้อยละ 30
สรุป ต้องจ่ายภาษีต่อปี 300,000 x 15% = 45,000 บาท
ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.50, 51
ข้อดีของการตั้งบริษัท - สามารถบริหารภาษีได้
แต่ถ้าตั้งเป็นบริษัทท่านจะต้องปฏิบัติดังนี้
- ต้องขึ้นทะเบียนเข้าประกันสังคม
- ต้องทำการบันทึกบัญชีตาม พ.ร.บ.บัญชี 2543
- ต้องทำการยื่นภาษีต่างๆ เช่น ภ.ง.ด.1, 3, 53, ภ.พ.30 (กรณีเข้าภาษีมูลค่าเพิ่ม) ฯลฯ
- ต้องมีผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบงบการเงิน
- ฯลฯ
หมายเหตุ : ภ.ง.ด.51 ยื่นแบบครึ่งปี ภายใน 1 ก.ค. - 31 ส.ค. ของทุกปีภาษี และ ภ.ง.ด.50 ยื่นแบบเต็มปี ภายใน 1 ม.ค. - 30 พ.ค. ของทุกๆ ปีถัดจากปีภาษี
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ
ชาย กิตติคุณาภรณ์
www.fpmconsultant.com
E-mail: sumrej@fpmconsultant.com
เจน:
ข้อดี ข้อเสีย ของห้างหุ้นส่วนสามัญ(ไม่จดทะเบียน) และ (จดทะเบียน) กับ ห้างหุ้นส่วนจำกัดแตกต่างกันอย่างไร
หมาน้อย:
อยากทราบว่าต้องการเปิดรับจำนำรถยนต์ต้องทำอย่างไรบ้างค่ะ
นำร่อง
[0] ดัชนีข้อความ
[#] หน้าถัดไป
ไปที่เวอร์ชันเต็ม