www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี
บริษัทถูกเก็บเงินค่าเช่าล่วงหน้า
(1/1)
เอ:
เป็นค่าเช่าล่วงหน้า 1 เดือนและค่าประกัน 1 เดือน โดยแยกเป็นค่าเช่า 3500 บาท ค่าบริการ 11,500 บาทและภาษี 805บาท(แต่ไม่ออกใบกำกับภาษี) บริษัทบันทึกบัญขีแบบนี้
เดบิต เงินมัดจำค่าเช่า 3500
เงินมัดจำค่าบริการ 11500
บัญชีตั้งพัก 805
ค่าเช่าและค่าบริการ 15000
ภาษีซื้อ 805
เครดิต หัก ณ ที่จ่าย 520
ธนาคาร 31090
1. บันทึกแบบนี้ได้หรือไม่
2. เริ่มเช่าตั้งแต่เดือนสค แต่มีการจ่ายค่าเช่าล่วงหน้า 1 เดือน(เลิกเช่าเมื่อไหร่เดือนสุดท้ายไม่ต้องจ่าย) พอสิ้นปีบริษัทฯจะมีค่าเช่า สค-ธค รวม 5 เดือนรวมค่าเช่าล่วงหน้าอีก 1 เดือนเป็นค่าเช่าทั้งสิ้น 6 เดือน ฉะนั้นค่าเช่าล่วงหน้า 1 เดือนถือเป็นค่าใช้จ่ายต้องห้ามหรือค่าจ่ายล่วงหน้า
duck:
โดยส่วนตัวผมจะดูสัญญาก่อนว่าคิดค่าเช่า,ค่าบริการ,
วางเงินประกัน,มัดจำกันอย่างไรจากนั้นให้ทางผู้ให้เช่าส่งใบแจ้งหนี้มาก่อน ผมถึงจะบันทึกบัญชี ว่ารายละเอียดใบใบแจ้งหนี้ ระบุอะไรบ้าง โดยที่ผมเจอมาก็จะเป็นสัญญาเช่าพื้นที่กับห้างสรรพฯ โดยส่วนใหญ่จะแจ้งหนี้เก็บเงินมัดจำก่อน แล้วค่าเช่าบริการของเดือนอะไรจะแจ้งตามมาทีหลังหากเรียกเก็บที่เดียวตั้งแต่งวดแรกผมก็จะบันทึก
1.เดบิต เงินมัดจำค่าเช่า,ค่าบริการ 15,000
ค่าเช่า 8/48 3,500
ค่าบริการ 8/48 11,500
ภาษีซื้อ-ยังไม่ถึงกำหนด 805
เครดิต เจ้าหนี้อื่น/ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย 30,805
พอจ่ายเงินและได้ใบเสร็จ/ใบกำกับภาษี
2.เดบิต เจ้าหนี้อื่น/ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย 30,805
ภาษีซื้อ 805
เครดิต เงินสด/เงินฝาก/เช็ค 31,090
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 520
แต่ผมคิดว่าต้องหัก ณ ที่จ่ายเงินมัดจำด้วย ไม่แน่ใจข้อนี้รบกวนคุณอ้วนครับ
ส่วนตอนที่งวดสุดท้ายที่เราจะได้เงินมัดจำคืนหรือไม่ก็กลับรายการ
เดบิต ค่าเช่า 3,500
ค่าบริการ 11,500
เครดิต เงินมัดจำค่าเช่า,ค่าบริการ 15,000
อ้วน:
ก่อนจะดูในเรื่องของการบันทึกบัญชี ขอให้ดูคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.73/2541 เรื่อง การเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับการเรียกเก็บเงินจ่ายล่วงหน้า เงินประกัน เงินมัดจำ หรือเงินจอง ที่เว็ป
http://www.rd.go.th/publish/3580.0.html
ตามประมวลรัษฎากร ไม่สนว่าจะเรียกว่าจะใช้ชื่อเรียกเงินที่รับมาว่า เงินจ่ายล่วงหน้า เงินประกัน เงินมัดจำ หรือเงินจอง ก็ถือว่าเป็นตัวเดียวกันครับ และตามคำสั่งกรมสรรพากรฉบับนี้ให้มาดู
ในข้อ 2 ครับ ซึ่งจะเป็นการกำหนดในเรื่องของการให้เช่าทรัพย์สิน หรือการให้บริการอื่น
และในข้อ 2 ( 2 ) ก็จะพูดถึงการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย เอาไว้ครับ
ส่วนข้อ 2 ( 3 ) ก็จะพูดถึงการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
โดยมีการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามข้อ 1 และข้อ 2 ถ้าเป็นการประกอบกิจการการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ ตามข้อ 3 ( 2 ) ซึ่งจะต้องเข้าเงื่อนไขทุกข้อครับ
สรุปได้ดังนี้ครับ
1. ถ้าผู้ให้เช่าประกอบกิจการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ และสามารถปฏิบัติได้ตามเงื่อนไขในคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 73/2541 ข้อ 3 ( 2 ) ครบทุกข้อดังนี้
(ก) โดยขนบธรรมเนียมประเพณีทางธุรกิจได้มีการเรียกเก็บเงินประกันหรือเงินมัดจำ
(ข) ต้องมีการคืนเงินประกัน หรือเงินมัดจำให้แก่ผู้เช่าทันทีที่สัญญาสิ้นสุดลงโดยไม่มีเงื่อนไข แต่กรณีเกิดความเสียหาย ผู้ให้เช่ามีสิทธิหักกลบลบหนี้ได้
(ค) เงินประกัน หรือเงินมัดจำที่เรียกเก็บต้องไม่เกิน 3-6 เท่าของค่าเช่ารายเดือน และ
(ง) สัญญาให้เช่าทรัพย์สินมีอายุสัญญาไม่เกิน 3 ปี
(แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.74/2541 สั่ง ณ วันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2541)
1.1 ผู้เช่าก็ไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายเฉพาะในส่วนของเงินจ่ายล่วงหน้า และเงินประกัน
1.2 ผู้ให้เช่าก็ไม่ต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม เฉพาะในส่วนของเงินจ่ายล่วงหน้า และเงินประกัน
2. เมื่อเราเข้าใจในตัวกฏหมายแล้ว จึงค่อยมาดูวิธีการบันทึกบัญชีครับ สมมติว่าผู้ให้เช่าเข้าเงื่อนไขตามสรุป 1. ทางผู้เช่าก็จะบันทึกเมื่อมีการจ่ายชำระโดย
Dr. เงินจ่ายล่วงหน้า-ค่าเช่า 3,500
Dr. เงินจ่ายล่วงหน้า-ค่าบริการ 11,500
Dr. เงินประกัน-ค่าเช่า 3,500
Dr. เงินประกัน-ค่าบริการ 11,500
Cr. ธนาคาร 30,000
ซึ่งโดยปกติแล้ว ก็มักจะมีการทำอยู่ในรูปของสัญญาเช่า และมักจะระบุด้วยว่ามีการชำระค่าเช่าล่วงหน้า และเงินประกันไว้เท่าไหร่ ในสัญญาเช่าและต่างฝ่ายต่างเก็บไว้คนละฉบับครับ ( อย่าลืมติดอากรแสตมป์ด้วยครับ ในอัตราค่าเช่า 1,000 เสียอากรแสตมป์ 1 บาท ส่วนสัญญาคู่ฉบับติดอากรแสตมป์ 5 บาทนะครับ )
เอ:
รบกวนอีกหน่อยนะคะ
1. "ถ้าผู้ให้เช่าประกอบกิจการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ และสามารถปฏิบัติได้ตามเงื่อนไขในคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 73/2541 ข้อ 3 ( 2 ) ครบทุกข้อดังนี้" จาก (ก) ถึง (ง)
ไม่มีหัก ณ ที่จ่าย และไม่มีภาษีมุลค่าเพิ่ม
ฉะนั้นเงินมัดจำในส่วนของค่าเช่า เป็นไปตามที่คุณอ้วนบอก แต่ค่าบริการทางตึกบอกว่าต้องเก็บเงินค่าภาษีมูลเพิ่มด้วยเพราะยกเว้นเฉพาะค่าเช่า แต่ไม่ต้องหัก ณ ที่จ่าย
2. หากทางตึกปฎิบัติไม่เข้า (ก)ถึง(ง) เงินแป๊ะเจี๊ยะ เงินจอง เงินประกัน
2.1 ในส่วนของค่าเช่าต้องหัก 5%
2.2 ในส่วนของค่าบริการมี ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%,หักณที่จ่าย 3%
2.3 ในข้อ 2.1และ2.2 ในด้านของทางตึกต้องบันทึกเป็นรายได้ ส่วนด้านผู้เช่าก็บันทึกเป็นเงินมัดจำ เงินประกันเหมือนคุณอ้วน
อ้วน:
1. ครับคงต้องดูรายละเอียดของสัญญาบริการครับ ว่ามีลักษณะเงื่อนไขการให้บริการเป็นอย่างไร ซึ่งอาจจะเป็นไปตามทางผู้ให้เช่ากล่าว
2. ครับเห็นด้วยตามที่คุณเอสรุปทั้ง 2.1 - 2.3 ครับ
นำร่อง
[0] ดัชนีข้อความ
ไปที่เวอร์ชันเต็ม