www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี

เงินมัดจำและเงินค่าเช่า

(1/1)

ตะวัน:
เมื่อเช้าดูข่าว เรื่องปิคนิค ซึ่งมีเรื่องการแต่งบัญชีเกี่ยวกับเงินมัดจำ เปลี่ยนเป็น เงินค่าเช่า แล้วยังงงเล็กๆ ว่าจะมีผลทางบัญชีแตกต่างกันมากน้อยอย่างไร

อ้วน:
ต้องขอออกตัวก่อนนะครับว่า  ไม่ได้ตามข่าวเรื่องนี้เลยครับ  แต่เข้าใจว่า  บริษัทนี้  เป็นบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์  ดังนั้น



1.  บริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์  มักจะโชว์ผลประกอบการที่มีกำไรอยู่เสมอ  เนื่องจากจะมีผลกระทบต่อมูลค่าหุ้นที่มีการซื้อขายอยู่ในตลาดหลักทรัพย์  เพราะแมงเม่าชอบแสงไฟ  เปรียบได้กับ  การที่คนเล่นหุ้นดูเห็นแต่ว่าบริษัทนี้  มีผลกำไร  ปัจจัยพื้นฐานดี  ผู้บริหารมีความน่าเชื่อถือ  ดังนั้นหากซื้อหุ้นตัวนี้เก็บไว้ในอนาคตน่าจะดี  แต่หารู้ไม่ว่า  แมงเม่าตายเพราะชอบแสงไฟ  ผมถามจริงๆ  คุณรู้หรือครับว่า  ผลประกอบการของบริษัทนี้ดีจริง  ตัวเลขและข้อมูลที่บริษัทนี้นำเสนอ หรือข้อมูลที่คุณได้รับ  มีความถูกต้อง  ถ้าผมเป็นเจ้าของบริษัท  ผมต้องการให้คนนอกเห็นงบการเงินผมเป็นอย่างไร  ผมคิดว่าไม่ยากที่จะทำให้คนนอกดูเป็นอย่างที่ผมต้องการได้ครับ  แต่ถามว่าถูกต้องหรือไม่  ผมเท่านั้นที่รู้คร๊าบ...  



2.  ที่นี้เรามาดูต่อครับ  เงินมัดจำ ถือเป็นหนี้สินในงบดุล  แต่เงินค่าเช่า  ถือเป็นรายได้  การที่ปีนี้บริษัทรับรู้รายได้  " เร็วกว่ากำหนด "  ย่อมทำให้คนอื่นดูและเข้าใจว่าปีนี้บริษัท มีกำไร  ทั้งที่จริงอาจจะกำไร แต่ไม่มาก หรือ อาจถึงขึ้นขาดทุนเสียด้วยซ้ำ



3.  นึกภาพต่อครับ  สมมติผมเป็นผู้บริหารบริษัท  และมีหุ้นที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์  จำนวน  15,000,000 หุ้น  หุ้นละ  8  บาท  ผมทำให้คนนอกดูว่าบริษัทของผมมีผลประกอบการที่ดี  น่าจะส่งผมทำให้หุ้นของบริษัท  มีอัตราการเสนอซื้อเสนอขายที่สูงขึ้น  สมมติในวันนี้มีการเสนอซื้อที่หุ้นละ 9  บาท  ผมถามว่า  ถ้าผมขายหุ้นที่ผมมีในมือออกสัก  5,000,000  หุ้น  ผมก็จะกำไรจากการขายหุ้น  5,000,000  บาท แล้วครับ



ไว้ผมมีเวลาลองตามข่าวนี้ดูก่อนครับ  แล้วค่อยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันต่อครับ

ตะวัน:
อย่างนี้ก็ถือว่าผิด พรบ.ตลาดหลักทรัพย์ได้แล้วใช่มั๊ยคะ

อ้วน:
การที่นำข้อมูลภายในมาหาผลประโยชน์ส่วนตัว  ถือว่าผิด  พรบ. ตลาดหลักทรัพย์ครับ  อีกทั้งการตกแต่งตัวเลขทางบัญชี  ก็ถือว่าผิดทั้ง  พรบ.การบัญชี พ.ศ. 2543  และ พรบ. ตลาดหลักทรัพย์ครับ  

ga:
เงินมันจำต้องถือเป็นภาระผู้พันที่จะต้องชำระคืน แต่ค่าเช่าถือเป็นรายได้ตามงวดที่เกิด ดังนั้นปิกนิก จะรับรู้รายได้สร้างยอดขายจากค่าเช่า แทนภาระผู้พัน ผลในทางบัญชีและภาษีน่าจะคล้าย ๆ กันนะ เพราะรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นจากค่าเช่าตามงวดเวลาต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้น เค้าก็ยอมครับเพราะเค้าสร้างงบให้ดูดีในสายตาผู้ลงทุนครับปั่นราคาหุ้นที่ถืออยู่ให้สูงขึ้น (ตรงนี้ถือเป็นการตกแต่งบัญชีครับ)

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

ไปที่เวอร์ชันเต็ม