www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี
จะเปิดคลีนิค จะต้องเสียภาษีอย่างไร เสียแบบบุคคลธรรมดาหรือไม่
(1/1)
nop:
จะเปิดคลีนิค จะต้องเสียภาษีอย่างไร เสียแบบบุคคลธรรมดาหรือไม่ อันนี้เจ้าของคนเดียวนะครับ หรือว่า จะทำเป็นคณะบุคคลดีกว่า
อ้วน:
ผมขอทำความเข้าใจดังนี้ครับ
การประกอบโรคศิลปะ หมายความครอบคลุมถึงแพทย์ ทันตกรรม เภสัชกรรม พยาบาล ผดุงครรภ์ กายภาพบำบัด และเทคนิคการแพทย์
ตามประมวลรัษฎากร เงินได้ของนายแพทย์สามารถตีความเป็นเงินได้ที่แตกต่างกันถึง 4 ประเภทคือ
1. ถือเป็นประเภทเงินเดือนค่าจ้างตาม มาตรา 40 ( 1 ) แห่งประมวลรัษฎากร สามารถหักค่าใช้จ่ายเหมาได้เพียง 40% แต่ไม่เกิน 60,000 บาท
2. ถือเป็นเงินได้จากการรับทำงานให้ตามมาตรา 40 ( 2 ) ซึ่งหักค่าใช้จ่ายรวมกันกับประเภท 40 ( 1 ) ได้เพียง 40% แต่ไม่เกิน 60,000 บาท
3. เข้าลักษณะเป็นวิชาชีพอิสระตามนัยมาตรา 40 ( 6 ) ซึ่งสามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายได้ 2 แบบคือหักเหมาได้ 60% โดยไม่จำกัดเพดาน หรือจะเลือกขอหักค่าใช้จ่ายได้ตามที่เกิดขึ้นจริงก็ได้ ( เช่น เงินเดือน ค่าเช่าร้าน ค่าเสื่อมราคาเครื่องมือเครื่องใช้ ค่าสาธารณูปโภค ค่าซื้อยาและเวชภัณฑ์ เป็นต้น )
4. เงินได้ตามมาตรา 40 ( 8 ) กรณีดำเนินกิจการในรูปธุรกิจ โดยมีรายจ่ายดำเนินงานมาก เช่น โพลีคลินิก หรือกรณีให้บริการ 24 ชั่วโมงโดยมีเตียงไว้รับผู้ป่วยค้างคืน เป็นต้น ซึ่งสามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายได้ 2 วิธีคือ หักเหมา 75% หรือหักรายจ่ายตามที่เกิดขึ้นจริง
หลักในการพิจารณาของกรมสรรพากรมีตัวอย่างดังนี้
1. กรณีเงินได้จากการจ้างแรงงานตามมาตรา 40 ( 1 )
จะต้องเป็นลักษณะที่แพทย์มีความสัมพันธ์กับโรงพยาบาลในฐานะนายจ้างกับลูกจ้าง เช่น นายแพทย์ทั้งหลายที่รับราชการตามโรงพยาบาลของรัฐ เช่น โรงพยาบาลจุฬา โรงพยาบาลศิริราช หรือทำงานประจำตามโรงพยาบาลเอกชน เป็นต้น
ตัวอย่างเช่น
นาย ฮ. เป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาล แสดงรายได้จากการประกอบอาชีพโรคศิลปะที่ได้รับจากโรงพยาบาล ในอัตราค่าธรรมเนียมแพทย์ร้อยละ 60 และประกันรายได้ขั้นต่ำให้แพทย์เดือนละ 65,000 บาท ซึ่งหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายของโรงพยาบาล ระบุว่านาย ฮ. ได้รับเงินได้จากการประกอบโรคศิลปะในปี พ.ศ. 2547 เพียง 3 เดือน จำนวนเงิน 200,500 บาท แต่จากหลักฐานการจ่ายเงินได้ของโรงพยาบาล ปรากฏว่าโรงพยาบาลได้หักภาษี ณ ที่จ่ายของนาย ฮ. นำส่งด้วยแบบ ภงด.1 ตั้งแต่เดือน ตุลาคม - ธันวาคม พ.ศ. 2547 และเดือนมกราคม พ.ศ. 2548 จ่ายเงินได้ในอัตราที่เท่ากันเดือนละ 65,000 บาท ไม่ปรากฏว่ามีการจ่ายเงินได้สูงกว่าการประกันรายได้ขั้นต่ำ
กรณีดังกล่าว หากเป็นกรณีที่ผู้ป่วยเป็นคนไข้ของโรงพยาบาล มิใช่คนไข้ที่แพทย์ นำเข้ารักษาในโรงพยาบาลเองเป็นครั้งคราว โดยแพทย์มีกำหนดระยะเวลาปฏิบัติงานที่แน่นอน และมีรายได้ในลักษณะเป็นประจำเดือน แม้จะมีข้อตกลงการแบ่งรายได้และประกันรายได้ขั้นต่ำของแพทย์ดังกล่าว เงินได้ที่แพทย์ได้รับถือได้ว่าเป็นเงินได้จากการจ้างแรงงานในลักษณะเงินเดือนตามมาตรา 40 ( 1 )
2. กรณีที่ถือเป็นเงินได้จากการับทำงานให้ตามมาตรา 40 ( 2 )
เงินได้ในกรณีนี้จะมีลักษณะคล้ายกับมาตรา 40 ( 1 ) ข้อแตกต่างก็คือ มาตรา 40 ( 2 ) เป็นต่าตอบแทนที่โรงพยาบาลคิดให้ตามผลสำเร็จของงาน ไม่ใช่ลักษณะนายจ้างกับลูกจ้าง
ตัวอย่างเช่น
นายแพทย์ ก. เป็นสูตินรีแพทย์โรงพยาบาลหัวเฉียว และไปทำงานช่วงเย็นเป็นครั้งคราวในสถานพยาบาลอีกแห่งหนึ่ง โดยได้รับค่าตอบแทนหรือค่าจ้างจากการทำงานเป็นจำนวนแน่นอนในแต่ละเดือนไม่ว่าหน้าที่ ตำแหน่งงาน หรืองานที่รับทำให้นั้นจะเป็นงานประจำหรือชั่วคราว ค่าตอบแทนที่ได้รับถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ( 2 )
3. กรณีถือเป็นการประกอบวิชาชีพอิสระตามมาตรา 40 ( 6 )
การตีความเป็นวิชาชีพอิสระตามมาตรา 40 ( 6 ) จะต้องเป็นค่าตอบแทนที่ได้รับจากการใช้วิชาชีพแพทย์รักษาคนไข้ เช่น เปิดคลินิกรักษาไข้ หรือหากเป็นกรณีรักษาคนไข้ตามโรงพยาบาล นายแพทย์จะเป็นผู้รับคนไข้มาทำการรักษาแล้วแบ่งรายได้แก่โรงพยาบาล
ตัวอย่างเช่น
โจทย์ได้รับอนุญาตให้ประกอบโรคศิลปะเป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาลหัวเฉียว ได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือน และยังได้รับเงินจากการักษาคนไข้ในโรงพยาบาลหัวเฉียว นอกจากเวลาทำงานปกติ รายได้ในส่วนหลังจะต้องแบ่งเข้าโรงพยาบาลหัวเฉียว ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20 อย่างสูงไม่เกินร้อยละ 80 จึงเป็นรายได้ที่โจทย์ได้รับจากคนไข้ที่โจทย์รับมาทำการรักษา โดยโจทย์ใช้สถานที่ของโรงพยาบาลหัวเฉียว มิใช่เงินที่โรงพยาบาลจ่ายให้เป็นเงินเดือนหรือค่าจ้างแก่โจทย์ ดังนี้จึงเป็นเงินที่โจทย์ได้รับจากการประกอบวิชาชีพอิสระ ตามมาตรา 40 ( 6 ) มิใช่เงินได้ตามมาตรา 40 ( 2 )
เมื่อเราทราบถึงข้อแตกต่างแล้ว ต่อไปก็ต้องมาดูครับว่าถ้าเปิดคลีนิคอยู่ในรูปของบุคคลธรรมดา หรือ คณะบุคคล จะประหยัดภาษีได้มากกว่ากัน โดยต้องดูจากรายละเอียดของเราเองครับ ถึงค่อยทำทางเลือกเพื่อเปรียบเทียบ ก่อนตัดสินใจครับ
คุณแหม่ม:
จะทำอย่างไรให้เจ้าของกิจการเข้าใจถึงภาษีที่ต้องเสีย
อย่างง่าย และถ้าได้เป็นภาษาอังกฤษด้วยก็ดี
นก:
ผมมีอาคารพาณิช์ ติดถนนใหญ่ที่เชียงใหม่ทำเลดีมากเป็นย่านชุมชนขนาดใหญ่เหมาะสำหรับเปิดคลีนิค อาคาร 3ชั้นครึ่ง ขายหรือเซ้งราคาไม่แพงมีรายได้ประจำจากการให้เช่าพื้นที่โฆษณา(ข้างตึก)ปีละ 60,000 บาท สนใจโทรสอบถามรายละเอียดได้ที่ คูณนก 086-6714694,053432180 อีเมล. red_new237@hotmail.com
นำร่อง
[0] ดัชนีข้อความ
ไปที่เวอร์ชันเต็ม