www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี

ค่าความนิยม

(1/6) > >>

กัลยา:
หัวข้อเรื่องค่าความนิยมบัญชีมีอะไรบ้างอธิบายด้วย

อ้วน:
ค่าความนิยม ( Goodwill )  คือ  คุณค่าที่เกิดขึ้นภายในกิจการนั้นเอง  คุณค่าที่เกิดขึ้นจนเป็นค่าความนิยมคือ  ความสามารถในการหารายได้  มากกว่ากิจการที่อยู่ในอุตสาหกรรมประเภทเดียวกัน  เกิดจากการมีความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า  สถานที่ตั้งกิจการอยู่ในทำเลที่ดี  การบริหารงานดีเป็นที่เชื่อถือ  ประสิทธิภาพในการผลิตดี  ผลประกอบการดี  ทำกิจการค้ามานานจนเป็นที่รู้จักของบุคคลทั่วไป  ทำให้เกิดความเชื่อถือและเกิดจากการผูกขาดทำกิจการนั้นแต่เพียงผู้เดียว  เป็นต้น  เช่น ชาเขียวโออิชิ , เป็ปซี่  ฯลฯ  กิจการที่ได้รับความนิยมจะตีราคาค่าความนิยมของตนเองขึ้นมาเป็นตัวเลขเพื่อบันทึกไว้ในบัญชีของกิจการไม่ได้



ค่าความนิยมจะเกิดขึ้นได้โดยการซื้อกิจการมาและกำหนดค่าความนิยมขึ้นจากการซื้อกิจการนั้นเท่านั้น   มูลค่าของค่าความนิยมเกิดจากการจ่ายเงินส่วนหนึ่งเพื่อซื้อกิจการ  เงินที่จ่ายเกินไปกว่าทุนของกิจการ  ( สินทรัพย์ - หนี้สิน )  ถือว่าเป็นต้นทุนของค่าความนิยม



การจำหน่ายค่าความนิยมออกจากบัญชี  เมื่อซื้อกิจการผู้อื่นมาดำเนินงานต่อโดยมีค่าความนิยมและได้บันทึกค่าความนิยมในบัญชีเรียบร้อยแล้ว  กิจการจะคงค่าความนิยมไว้ในบัญชีต่อไป  โดยถือว่าค่าความนิยมเป็นสินทรัพย์ที่มีอายุไม่จำกัด  ตราบใดค่าความนิยมยังคงอยู่และดีขึ้นเรื่อยๆ  ให้คงจำนวนค่าความนิยมไว้ในบัญชีตลอดไป  แต่เมื่อไหร่เจ้าของกิจการคิดค่าความนิยมเริ่มลดลงอาจเป็นเพราะการบริหารงานเริ่มไม่ดี  มีคู่แข่งที่ดีกว่า  ฯลฯ  เจ้าของกิจการอาจจะประมาณว่าค่าความนิยมจะคงอยู่ได้เพียง  5  ปี  ก็ให้จำหน่ายค่าความนิยมออกจากบัญชีภายในระยะเวลา  5  ปี

ga:
เรียนคุณอ้วน

เป็นไปได้ไหมถ้าจะตัดค่าความนิยมออกในปีเดียว (ในทางบัญชีและทางภาษี)

ช่วยตอบแยกเป็นสองทางนะครับ ขอบคุณครับ

อ้วน:
ก่อนอื่นผมขออธิบายในหัวข้อสินทรัพย์ถาวรจะแบ่งออกเป็น  2  ประเภทด้วยกันคือ



1.  สินทรัพย์ที่มีตัวตน ( Tangible  Fixed  Assets )  เป็นสินทรัพย์ประเภทที่มีสภาพเป็นวัตถุมองเห็นได้  สัมผัสได้  ซึ่งโดยปกติแล้วสินทรัพย์ที่มีตัวตนจะแบ่งออกเป็น

ก.  ไม่ต้องหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาเนื่องจากอายุการใช้งานไม่จำกัด  เช่น  ที่ดิน

ข.  ต้องคิดค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคา ( Depreciation )  เนื่องจากสามารถกำหนดอายุการใช้งานได้  เช่น  เครื่องจักร  อาคาร  เครื่องใช้สำนักงาน

ค.  ต้องหักค่าเสื่อมสิ้น ( Depletion )  เนื่องจากใช้แล้วหมดไปไม่สามารถทดแทนได้  เช่น  ป่าไม้  เหมืองแร่  บ่อก๊าซ



2.  สินทรัพย์ไม่มีตัวตน ( Intangible  Fixed  Assets )  เป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีสภาพเป็นวัตถุมองเห็นได้  ไม่สามารถสัมผัสหรือจับต้องได้  แต่ยังคงมีมูลค่าหรือสิทธิ์ในสินทรัพย์นั้นที่สามารถวัดค่าเป็นตัวเงินได้  จะแบ่งออกเป็น  2  ประเภทคือ

ก.  ต้องตัดบัญชี  ( Amortized )  เนื่องจากระยะเวลาของสิทธิ์ที่ได้รับลดลงตามส่วนของค่าที่ลดลง  เช่น  ลิขสิทธิ์  สิทธิบัตร  สัญญาเช่า

ข.  ไม่ต้องตัดบัญชี  เนื่องจากไม่มีการเสื่อมค่าหรือเสื่อมมูลค่าของสินทรัพย์นั้น  เช่น  ค่าความนิยม  เครื่องหมายการค้า



ที่นี้เรามาตอบคำถามครับ

1.  เราสามารถตัดค่าความนิยมออกในปีเดียว  ก็ได้ครับ  ถ้ามีหลักเกณฑ์การประมาณที่สมเหตุสมผล  แต่โดยลักษณะของค่าความนิยม  คงจะไม่หมดไปทันทีในปีเดียวครับ  อาจต้องใช้เวลามากกว่านั้น  เช่น  ภายใน  3  ปีเป็นต้น  ในส่วนการจำหน่ายค่าความนิยม ก็ไม่ได้มีกฏเกณฑ์ที่จะใช้ชี้วัดแน่นอนตายตัวครับ  คงจะเป็นเรื่องของหลักเกณฑ์การประมาณที่สมเหตุสมผล  โดยใช้ดุลพินิจเป็นหลักครับ



2.  ในทางบัญชี  ถ้าจะตัดจำหน่ายค่าความนิยมออก ไม่สนใจว่าจะตัดในกี่ปี  ก็สามารถทำได้ครับ  แต่ควรมีหลักเกณฑ์การประมาณที่สมเหตุสมผลประกอบด้วยครับ  โดยจะบันทึกบัญชีดังนี้

Dr.  ค่าความนิยมตัดจ่าย ( เป็นค่าใช้จ่าย )

Cr.  ค่าความนิยม  ( ทรัพย์สินถาวร )  



3.  ในทางภาษี  คงต้องมาดูพระราชกฤษฏีกาว่าด้วยการหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาทรัพย์สิน  ฉบับที่ 145  ครับ  โดยมีการกำหนดอัตราการคิดค่าเสื่อมได้ไม่เกินร้อยละดังนี้  

มาตรา 4 ( 4 ) ต้นทุนเพื่อการได้มาซึ่งสิทธิในกรรมวิธี  สูตรกู๊ดวิลล์  เครื่องหมายการค้า  สิทธิประกอบกิจการตามใบอนุญาต  สิทธิบัตร  ลิขสิทธิ์  หรือสิทธิอย่างอื่น

-  กรณีไม่จำกัดอายุการใช้งาน  ไม่เกินร้อยละ  10

-  กรณีจำกัดอายุการใช้  ไม่เกินร้อยละ  100  หารด้วยจำนวนปีอายุการใช้



จะเห็นได้ว่าในทางภาษี  กรณีที่ไม่จำกัดอายุการใช้งาน  ให้คิดค่าเสื่อมได้ไม่เกิน ร้อยละ 10  ( ถ้าเกินกว่านั้นจะถือว่าเป็นรายจ่ายต้องห้าม ตามมาตรา 65 ตรี  ดูรายละเอียดประกอบได้ที่เว็ปสรรพากร )

http://www.rd.go.th/publish/828.0.html



ถ้าคุณ ga ตัดค่าความนิยมออกในปีเดียว  จะถือเป็นรายจ่ายในทางภาษีได้เพียง  ไม่เกินร้อยละ 10  นอกนั้นอีกร้อยละ 90  จะกลายเป็นรายจ่ายต้องห้ามครับ  แต่ทั้งนี้ในทางประมวลรัษฎากร  กำหนดให้มีการคิดค่าเสื่อมตั้งแต่วันที่ได้มา  แต่ในทางหลักการบัญชี  จะไม่มีการจำหน่ายค่าความนิยมออกจากบัญชี  จนกว่าจะมีหลักเกณฑ์ในการประมาณที่สมเหตุสมผล  แล้วตัดจำหน่ายครับ

ga:
อัพเดทครับ พึ่งรู้มาวันนี้ว่าทางบัญชี ไม่ว่าเมืองไทยหรือต่างประเทศ เค้าไม่มีค่าความนิยมตัดจ่ายกันแล้ว (ในกรณีบริษัทแม่ไปลงทุนในบริษัทย่อย แล้วมีค่าความนิยม เพราะเค้าให้เหตุผลว่า ในเมื่อกิจการยริษัทย่อยยังดีอยู่ทำไมต้องตัดสินทรัพย์ออกจากบัญชี ซึ่งจะตัดจ่ายก็ต่อเมื่อบริษัทย่อยนั้นมีแนวโน้มว่าผลประกอบการจะไม่ดีเหมือนเก่าแล้ว ส่วนจะตัดเท่าไรนั้นอันนี้คงต้องให้ช่วยไปอ่านแล้วกันครับ ผมก็ยังอ่านไม่จบ ไว้จบแล้วจะมาอัพเดทใหม่



ปล. ตอนนี้งบการเงินที่ส่งบริษัทแม่ในต่างประเทศนั้นไม่ต้องตัดค่าความนิยมตัดจ่ายแล้วนะครับ

(ส่วนทางภาษียังไม่เห็นมีประกาศใหม่ออกมา)

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

ตอบ

ไปที่เวอร์ชันเต็ม