www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี

ทำธุรกิจขายน้ำตาล จะตั้งคณะบุคคลได้ไหม่

(1/1)

มาริษา:
ทำธุรกิจขายน้ำตาล มีรายได้ปีละประมาณ 5 ล้านบาท แต่ไม่อยากตั้งบริษัท จะตั้งคณะบุคคลได้หรือไม่ และเกณฑ์ตามกฎหมายคณะบุคคลจะต้องมีรายได้ไม่เกินเท่าไหร่ ถ้าจะตั้งคณะบุคคลในกรณีข้างต้นนี้จะต้องตั้งกี่คณะบุคคลและสามารถนำค่าใช้จ่ายอะไรมาหักได้บางหรือจะเหมาจ่ายในอัตรา 80 % หรือไม่

สุณิษา:
ข้อควรรู้ก่อนจดทะเบียนธุรกิจ

 1.  บุคคลธรรมดา

     

    หรืออีกนัยหนึ่ง คือ “ธุรกิจเจ้าของคนเดียว” ลักษณะของกิจการประเภทนี้คือ การ

ตัดสินใจต่าง ๆ เป็นสิทธิของผู้เป็นเจ้าของเพียงคนเดียว การตัดสินใจต่าง ๆ อยู่ในลักษณะ

คิดคนเดียว ทำคนเดียว  ซึ่งผลดีคือตัดสินใจง่ายและรวดเร็ว   แต่ผลจากการคิดคนเดียว

ไม่ว่าจะเป็นผลดี…ได้กำไร หรือเป็นผลเสีย….ขาดทุน ก็รับผลคนเดียวเต็ม ๆ  ซึ่งลักษณะ

ธุรกิจประเภทนี้จะดีมากถ้าเจ้าของไม่มีปัญหาเรื่องเงินทุนหมุนเวียน เพราะธุรกิจประเภทนี้

ไม่สามารถระดมทุนจากใครได้

        ลักษณะการเสียภาษี เป็นไปตาม  “อัตราก้าวหน้า”   ซึ่งหมายถึง  ถ้ารายได้มาก

ก็จะเสียภาษีมาก  โดยอัตราภาษี สูงสุด ถึง 37% ของกำไรหลังหักค่าใช้จ่าย

          นั่นคือ ค่าใช้จ่ายจะถูกกำหนดไว้ เป็น 2 ลักษณะ  คือ อัตราเหมา ( กำหนดเป็น

เปอร์เซ็นต์ตายตัวตามประเภทของธุรกิจ)    และค่าใช้จ่ายตามจริง   (ต้องอ้างอิงเอกสาร

ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่สรรพากรยอมรับได้   หลังจากนั้นจึงนำมาหักค่าลดหย่อนส่วนตัว จึงจะ

เป็นฐานภาษีสำหรับคำนวณภาษีที่ต้องชำระ  

 

2.นิติบุคคล   

      เป็นรูปแบบธุรกิจที่บุคคล 2 คนขึ้นไป ตกลงทำกิจการร่วมกัน โดยมีวัตถุประสงค์

จะแบ่งเป็นผลกำไร ตามอัตราส่วนที่แต่ละคนได้ลงทุน ซึ่งแบ่งได้ เป็น 2 ประเภท คือ



1.      หุ้างหุ้นส่วนสามัญ

      - ลักษณะธุรกิจประเภทนี้ ไม่จำเป็นต้องเป็นนิติบุคคล  

      - ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนต้องรับผิดชอบในหนี้สินไม่จำกัดจำนวน

      - ถ้าไม่จดทะเบียนจะมีสถานะเป็นคณะบุคคล

                 - ถ้าจดทะเบียน มีสถานะเป็นนิติบุคคล เรียกว่า “ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล"

               

                การจัดทำบัญชีและเสียภาษี การเสียภาษีเงินได้ของคณะบุคคล

จะเสียภาษีเงินได้เหมือนกับบุคคลธรรมดาที่แยกออกจากตัวบุคคล ถือเป็นบุคคลอีก

คนหนึ่งตามมาตรา 56 วรรค (2) ของประมวลรัษฏากร นอกจากนี้เงินส่วนแบ่งกำไรจาก

ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ด้วย





           2 .  ห้างหุ้นส่วนจำกัด

                 - ต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล  

                 - ความรับผิดชอบของผู้เป็นหุ้นส่วนแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ

                 - ผู้เป็นหุ้นส่วนรับผิดชอบในหนี้สินจำกัด ไม่เกินเงินที่ได้ลงทุนไป ซึ่งหุ้นส่วน

                   ประเภทนี้จะไม่มีสิทธิในการตัดสินใจในกิจการ

                 - ผู้เป็นหุ้นส่วนรับผิดชอบในหนี้สิน “ไม่จำกัดจำนวน”  ในที่นี้คือ “หุ้นส่วนผู้จัดการ”  

                   ซึ่งหุ้นส่วนประเภทนี้จะมีหน้าที่รับผิดชอบ และมีสิทธิเต็มที่ในการตัดสินใจใน

                   เรื่องต่าง ๆ ของกิจการ

     

                การจัดทำบัญชีและเสียภาษี มีหน้าที่ต้องจัดทำบัญชี เหมือน

กรณีตั้งบริษัท และเสียภาษีตามอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล

 

           3 .  บริษัทจำกัด

                 มีลักษณะจำเพาะดังนี้คือ

                 -   แบ่งเงินลงทุนเป็นหุ้นมีมูลค่าหุ้นละ เท่า  ๆ กัน

                 -   มีผู้เริ่มก่อการจัดตั้งบริษัท ไม่น้อยกว่า 7 คน

                 -   ผู้ถือหุ้นรับผิดชอบไม่เกินจำนวนค่าหุ้นที่ยังชำระไม่ครบถ้วน

                 -   มีสภาพเป็นนิติบุคคล

                 -   สามารถระดมทุนได้มากและง่าย

                 -   ลักษณะการตัดสินใจในการบริหารงานเป็นในรูปของคณะกรรมการบริษัท

                    จึงทำให้ได้รับความน่าเชื่อถือมากกว่าแบบบุคคลธรรมดา

                   

                 การจัดทำบัญชีและเสียภาษี   มีหน้าที่ต้องจัดทำบัญชี และเสียภาษีตาม

อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล













 

เปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของธุรกิจประเภทต่าง ๆ  

รายละเอียด   เจ้าของคนเดียว   ห้างหุ้นส่วน   บริษัทจำกัด

1. เงินลงทุน    มีเงินทุนจำกัด   ระดมทุนได้มากขึ้น   ระดมทุนได้ง่ายและมาก

2. การบริหารงาน    มีอำนาจตัดสินใจคนเดียว   ต้องปรึกษากับหุ้นส่วน   บริหารโดยคณะกรรมการบริษัท

3. ความรับผิดในหนี้สิน    เต็มจำนวน   - เต็มจำนวน(กรณีไม่จำกัดความรับผิดชอบ)

- จำกัด ไม่เกินมูลค่าหุ้น (กรณีจำกัดความรับผิดชอบ)   จำกัดเฉพาะมูลค่าหุ้นที่ยังชำระไม่ครบ

4. ผลกำไรขาดทุน    รับเพียงคนเดียว   เฉลี่ยให้ผู้เป็นหุ้นส่วน   จ่ายเป็นเงินปันผลตามจำนวนหุ้นที่ถือ

5. ภาษีเงินได้    ตามอัตราก้าวหน้า สูงถึง 37%   ตามอัตราก้าวหน้า สูงถึง 37%   แต่ถ้าจดเป็นนิติฯ จะเสีย 15%-30% กรณีขาดทุนไม่ต้องเสียภาษี    อัตราร้อยละ 30 ของกำไรสุทธิ (SME เสียภาษีตามอัตราก้าวหน้า 15%-30%) ในกรณีขาดทุนไม่ต้องเสียภาษี

6. ความน่าเชื่อถือ    ต่ำ   ปานกลาง   สูง

 

 

   วัตถุประสงค์และรูปแบบของการจดทะเบียน



       การจดทะเบียนธุรกิจนั้นเริ่มตั้งแต่ผู้ประกอบการตัดสินใจได้ว่าจะเลือกประกอบธุรกิจ

ในรูปแบบใด  ก็จะจดทะเบียนธุรกิจตามประเภทธุรกิจนั้น เช่น

 

- ธุรกิจเจ้าของคนเดียว      จดทะเบียนเป็นทะเบียนพาณิชย์

- ธุรกิจห้างหุ้นส่วนสามัญ   จดทะเบียนเป็นรูปแบบคณะบุคคล

- ธุรกิจห้างหุ้นส่วนจำกัด   จดทะเบียนเป็นรูปแบบห้างหุ้นส่วนจำกัด

- ธุรกิจบริษัทจำกัด      จดทะเบียนเป็นรูปแบบบริษัทจำกัด









หน้าต่อไป  สุ  ขอยกตัวอย่างการทำธุรกิจรับเหมอก่อสร้างให้ดูนะ  จะได้ดูเป็นแนวทาง สำหรับประยุกต์ใช้กับของตัวเอง  ลองอ่านให้เข้าใจดู  และลองใส่ตัวเลข  ความน่าจะเป็นของที่ตัวเองจะเปิดดู   จะได้รู้ว่า  จะทำยังงัยต่อไป



























 

     

รับเหมาก่อสร้าง ซ่อมแซมอาคาร

 

ลักษณะธุรกิจ

   เป็นธุรกิจที่ผู้ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้างขนาดเล็ก ให้บริการการก่อสร้างขนาดเล็ก  การซ่อมแซมและต่อเติมอาคาร  งานระบบสุขาภิบาล และงานระบบไฟฟ้า  เป็นต้น

 

วิธีการจัดตั้งและเริ่มต้นธุรกิจ

การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจ

ประเภทบุคคลธรรมดา

มีลักษณะเป็นกิจการที่มีเจ้าของเป็นบุคคลธรรมดา คนเดียวหรือหลายคน หรือห้างหุ้นส่วนสามัญ ประเภทไม่จดทะเบียน  ผู้ประกอบธุรกิจประเภทบุคคลธรรมดา ไม่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์

      ประเภทนิติบุคคล  บริษัทจำกัด  ห้างหุ้นส่วนจำกัด  ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล  

       ผู้ประกอบการธุรกิจต้องจดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

       สถานที่ยื่นขอจดทะเบียน

          กรุงเทพฯ  ยื่นขอจดทะเบียน ณ สำนักงานบริการจดทะเบียนธุรกิจ 1 – 7  และส่งจดทะเบียนธุรกิจกลาง  

           สำนักทะเบียนธุรกิจ  กรมพัฒนาธุรกิจการค้า  กระทรวงพาณิชย์

          ต่างจังหวัด  ยื่นขอจดทะเบียน ณ สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัด  ที่ห้างหุ้นส่วนบริษัทมี

          สำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่

ค่าธรรมเนียม

           จดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วน

       -  ผู้เป็นหุ้นส่วนไม่เกินสามคน                    1,000  บาท

-  ผู้เป็นหุ้นส่วนเกินสามคน  ชำระเพิ่มสำหรับจำนวนในที่เกินอีก  คนละ      200  บาท

          จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัด

-  จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ                   500 – 25,000  บาท

-  จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัด                                     5,000 – 250,000  บาท

 

ภาษีเงินได้

บุคคลธรรมดา

      ต้องยื่นขอเป็นผู้มีบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากรต่อ สรรพากรพื้นที่ ที่ตั้งของสถานประกอบการ

-   -         ต้องยื่นแบบแสดงรายการชำระภาษี   เงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีและครึ่งปี (ภ.ง.ด.90 และ 94)

-   -         หากมีรายได้เกิน 1,800,000 ต่อปี ต้องยื่นชำระภาษีมูลค่าเพิ่มตามแบบ ภ.พ. 30

นิติบุคคล

      ต้องยื่นขอเป็นผู้มีบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากรต่อ สรรพากรพื้นที่ ที่ตั้งของสถานประกอบการ

-   -         ต้องยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคล ประจำปี และ ครึ่งปี (ภ.ง.ด.50 และ 51)

-   -         หากมีรายได้เกิน 1,800,000 ต่อปี ต้องยื่นชำระภาษีมูลค่าเพิ่มตามแบบ ภ.พ. 30

 

ภาษีป้าย

      ผู้ประกอบธุรกิจที่ติดตั้งป้ายใหม่ หรือแสดงป้ายใหม่ จะต้องชำระภาษีป้ายต่อเจ้าพนักงาน ภายใน 15 วัน และจะต้องยื่นชำระภาษีป้ายทุกปีที่ยังติดตั้งป้าย

สถานที่ขออนุญาต   

กรุงเทพฯ    ยื่นขอ ณ สำนักงานเขต ที่ป้ายนั้นติดตั้งอยู่

ต่างจังหวัด ยื่นขอ ณ   สำนักงานเทศบาล หรือสุขาภิบาล หรือ องค์การบริหารส่วนตำบล      

                  ซึ่งดูแลพื้นที่ที่ป้ายนั้นติดตั้งอยู่

 

กฎหมายและระเบียบเฉพาะธุรกิจ   

ผู้ประกอบการธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ต้องถือปฏิบัติตามกฎ ระเบียบของกระทรวงมหาดไทย และ องค์กรส่วนท้องถิ่นเกี่ยวกับการควบคุมการก่อสร้าง  ความปลอดภัยในการทำงาน  การประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรม  วิศวกรรม  และ  ด้านสิ่งแวดล้อม

 

 รายละเอียดการลงทุน

      ค่าใช้จ่ายสำหรับการลงทุนเริ่มต้น

จะแตกต่างกันตามขนาดและลักษณะของกิจการจากข้อมูลเฉลี่ยของการสำรวจการลงทุนเริ่มต้นของผู้ประกอบธุรกิจ   จำแนกดังนี้

-   -         ตกแต่งอาคาร เฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้สำนักงาน คิดเป็นร้อยละ   9

-   -         เครื่องมือและอุปกรณ์ในบริษัทรับเหมาก่อสร้าง คิดเป็นร้อยละ 61 ประกอบด้วย  เครื่องโม่ปูน เครื่องบดพื้น สว่านไฟฟ้า และเครื่องขัดพื้นไม้แบบ เป็นต้น

-   -         เงินทุนหมุนเวียน คิดเป็นร้อยละ 30ส่วนใหญ่เป็นค่าวัสดุก่อสร้าง  ค่าใช้จ่ายสำนักงาน

        เงินเดือนพนักงาน ค่าน้ำประปาและ ไฟฟ้า เป็นต้น      

                             

       อัตราผลตอบแทนทางการเงิน

      ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น ขนาดของธุรกิจ ความสามารถในการบริหารธุรกิจ  จากการสำรวจพบว่า  ผลตอบแทนที่ได้รับจากรายได้ทั้งปี ประมาณ ร้อยละ 10   ส่วนผลตอบแทนที่ได้จากเงินลงทุนทั้งหมด  ประมาณร้อยละ 13 ต่อปี   โดยจะได้รับเงินลงทุนทั้งหมดคืน ภายในระยะเวลาประมาณ 3  ปี

      

การตั้งราคาและโครงสร้างราคาที่เป็นธรรม

      ปัจจัยการตั้งราคา

      ประกอบด้วย

-   -         ต้นทุน

-   -         ลักษณะ และ เวลาที่ต้องปฏิบัติงาน

-   -         ค่าบริการของบริษัทรับเหมาก่อสร้างในระดับเดียวกันในท้องตลาด

       โครงสร้างราคา

    คำนวณโดย ต้นทุนผันแปร  บวก  ต้นทุนคงที่จัดสรร  บวก  กำไรที่ต้องการ

-   -         ต้นทุนผันแปร  ประกอบด้วย  ค่าส่วนแบ่งช่าง ค่าวัสดุต่าง ๆ  เป็นต้น

-   -         ต้นทุนคงที่จัดสรร  ประกอบด้วย  ค่าเช่า เงินเดือนพนักงาน ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า  และค่าเสื่อมราคาสิ่งปลูกสร้าง เครื่องมืออุปกรณ์  เป็นต้น

           

 

การบริหาร/การจัดการ

       โครงสร้างองค์กร

      ประกอบด้วยงานหลักดังนี้

1.   1.       ด้านการบริหาร รับผิดชอบด้านการเงิน บัญชี จัดซื้อ บุคคล ธุรการ ดูแลความสะอาดของร้าน ต้อนรับลูกค้า และบริหารงานทั่วไป

2.   2.       ด้านการก่อสร้าง  มีหน้าที่ความรับผิดชอบในการก่อสร้างตามที่ตกลงกันกับลูกค้า

3.   3.       ด้านการตลาด และการประเมินราคา  มีหน้าที่รับผิดชอบในการติดต่อหาลูกค้ารวมถึงการจัดทำสัญญาและการแบ่งงวดงานเพื่อเก็บเงินจากลูกค้า

      พนักงานและการอบรมพนักงาน

   พนักงาน

1.   1.       ผู้ประกอบกิจการอาจมีพนักงานประจำจำนวนหนึ่งเพื่อทำงานทั่วไปของกิจการ

2.   2.       ไม่กำหนดว่าต้องมีวุฒิการศึกษา

3.   3.       พนักงานควรจะมีประสบการณ์ด้านช่างมาก่อน

การอบรมพนักงาน

ช่างผู้ชำนาญการจะเป็นผู้ให้การฝึกฝนแก่แรงงาน ระหว่างปฏิบัติงานจริง

   

วิเคราะห์ข้อดี ข้อด้อย โอกาส และอุปสรรค

       ข้อดีและข้อด้อย

   ข้อดี

1.   1.       เป็นธุรกิจที่ไม่มีความสลับซับซ้อน  ผู้ประกอบกิจการไม่จำเป็นต้องมีความรู้สูง

2.   2.       มีสถานศึกษาด้านวิชาชีพและบริษัทรับเหมาก่อสร้างจำนวนมาก  ซึ่งสร้างโอกาสในการฝึกฝน

        หาความรู้ได้มาก

      ข้อด้อย

1.   1.       ช่างฝีมือดีหายากและ เข้าออกเปลี่ยนงานบ่อย

2.   2.       ใช้เงินทุนหมุนเวียนสูง   

 

 

 

       โอกาสและอุปสรรค

      โอกาส

1.   1.       ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ผู้ประกอบกิจการต้องปิดกิจการไปเป็นจำนวนมาก จึงทำให้จำนวนคู่แข่งลดลง

2.   2.       การที่สถาบันการเงินปล่อยกู้ด้านอสังหาริมทรัพย์ในอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ต่ำทำให้มีการกระตุ้น

        การใช้บริการ

3.   3.       ความจำเป็นใช้บริการซ่อมแซมอาคารสถานที่มีอยู่อย่างต่อเนื่อง

      อุปสรรค

1.   1.       อาคารสิ่งปลูกสร้างที่ว่างอยู่มีเป็นจำนวนมากเกินความต้องการ

2.   2.       สถาบันการเงินเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อด้านอสังหาริมทรัพย์  ส่งผลให้กระตุ้นงานด้านก่อสร้างไม่มากเท่าที่ควร

3.   3.       สถาบันการเงินเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อทำให้ผู้ประกอบกิจการมีข้อจำกัดในการรับงานก่อสร้าง

4.   4.       การก่อสร้างต้องใช้ระยะเวลา  ซึ่งต้นทุนวัสดุก่อสร้างมีการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลง บางครั้งอาจประสบปัญหาขาดทุน

 

ข้อเสนอแนะ

   ด้านการบริหารจัดการ

1.   1.       ต้องมีความรู้พื้นฐานในธุรกิจให้บริการของตนเอง และติดตามความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

2.   2.       ต้องมีความเป็นผู้นำและพื้นฐานความรู้ด้านการบริหารจัดการ

3.   3.       ส่งเสริมและให้โอกาสพนักงานเข้ามามีส่วนร่วมในธุรกิจในลักษณะแบ่งปันผลประโยชน์จากรายได้

4.   4.       ให้ความสำคัญกับการสรรหาและฝึกอบรมพัฒนาบุคลากร

5.   5.       ให้ผลตอบแทนและสิ่งจูงใจที่เหมาะสมเพื่อให้แรงกระตุ้นในการปฏิบัติงานของพนักงาน

6.   6.       ให้พนักงานมีส่วนร่วมในการบริหารหรือเสนอความคิดเห็น มีความรักและภักดีต่อองค์กร

7.   7.       ดำเนินการให้ถูกต้องต่อกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ

8.   8.       จัดทำแผนธุรกิจที่เหมาะสม ทั้งภายในและภายนอกองค์กร

9.   9.       ต้องให้ความสำคัญและเวลากับการบริหารอย่างใกล้ชิด

      ด้านการตลาด

         การบริการและสถานที่ให้บริการ

      การบริการ

1.   1.       ให้บริการที่ดีและเป็นกันเองกับผู้มาใช้บริการ

2.   2.       อบรมให้พนักงานมีมารยาทในการให้บริการ

3.   3.       ปรับปรุงรูปแบบการพิมพ์ให้ดูน่าสนใจ เพื่อจูงใจให้มีผู้มาใช้บริการจำนวนมาก

4.   4.       สร้างตราหรือเครื่องหมายเพื่อให้ลูกค้าระลึกถึงและจดจำได้ง่าย

5.   5.       สร้างมาตรฐานด้านการให้บริการและอัตราค่าบริการ

         สถานที่ให้บริการ

1.   1.       ใช้เครื่องมืออุปกรณ์ที่ทันสมัย และอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน

2.   2.       สร้างความสะดวกในการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้ว่าจ้าง และ ผู้รับจ้าง

 

 

   การส่งเสริมการขาย

1.   1.       ทำป้ายโฆษณาหน้าสถานบริการให้สะดุดตา

2.   2.       ทำโบว์ชัว แผ่นพับ แนะนำบริการ แจกแก่กลุ่มเป้าหมาย

3.   3.       ลงโฆษณาในสื่อต่างๆ เช่น หนังสือพิมพ์ สมุดโทรศัพท์หน้าเหลือง เป็นต้น

ด้านบัญชีและการเงิน

1.   1.       ไม่สร้างภาระค่าใช้จ่ายประจำมากเกินไป

2.   2.       มีโครงสร้างเงินลงทุนที่เหมาะสม ไม่ก่อภาระหนี้มากเกินไป

3.   3.       บริหารการเงินอย่างเหมาะสมให้ธุรกิจมีสภาพคล่องทางการเงินสูง

4.   4.       นำกำไรจากการดำเนินงานเป็นเงินทุนสำรองหรือสำหรับการขยายธุรกิจ

5.   5.       แยกบัญชีระหว่างธุรกิจและส่วนตัวเพื่อสามารถควบคุมและวิเคราะห์ผลการดำเนินงานของธุรกิจได้ถูกต้อง

6.   6.       ควรจัดทำงบการเงินให้ถูกต้อง

7.   7.       นำระบบคอมพิวเตอร์และโปรแกรมสำเร็จรูปทางบัญชีมาช่วยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดค่าใช้จ่ายด้านแรงงาน

            

ขอรายละเอียดข้อมูลผ่านเครื่องโทรสาร หรือติดต่อสำนักส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ โทร 0-2547-5954-5  โทรสาร 0-2547-5954

 

 

ตัวอย่าง  รายละเอียดเงินลงทุนของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง

รายการ   จำนวนเงิน(บาท)

เฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้สำนักงาน   

   - ชุดรับแขก          8,500

   - โต๊ะ/เก้าอี้         4,000

   - ตู้เอกสาร         3,000

   - เครื่องปรับอากาศ                              48,000

   - โทรทัศน์                              17,000

   - ตู้เย็น                                8,500

   - เครื่องคอมพิวเตอร์ และเครื่องพิมพ์                              52,000

   - เครื่องโทรศัพท์                                7,500

   - เครื่องคิดเลข                                1,500

   - เฟอร์นิเจอร์อื่นๆ                                3,500

                รวม                            153,500

เครื่องมืออุปกรณ์สำหรับการให้บริการ   

   - รถปิกอัพ                           820,000

   - เครื่องโม่ปูน                             60,000

   - สว่านไฟฟ้า                             18,000

   - เครื่องตัดเหล็ก                             13,000

   - เครื่องขัดพื้น(ลูกหมู)                              9,000

   - แจ๊กแฮมเมอร์ (ขุดปูน)                            13,000

   - เลื่อยไฟฟ้า                              8,500

   - ไม้แบบ                            50,000

   - นั่งร้านเหล็ก                            27,000

   - อุปกรณ์ช่างอื่นๆ                            10,000

               รวม                       1,028,500

เงินทุนหมุนเวียน                          500,000

รวมเงินลงทุนทั้งหมด                       1,682,000

ที่มา  ประมาณการจากการสัมภาษณ์ผู้ประกอบกิจการจำนวน 10 ราย ในช่วงเดือนธันวาคม  

           พ.ศ.2543-มกราคม

           พ.ศ.2544 และปรับปรุงรายการลงทุนซึ่งผู้ประกอบกิจการ ส่วนใหญ่ไม่ได้ลงทุนและมี

            ความจำเป็นต่ำออก

         

      

 

 

ตัวอย่าง  รายละเอียดรายรับ - รายจ่าย ของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง

รายการ   จำนวนเงิน(บาท)

 รายได้                    2,784,000

 รายจ่าย    

    - เงินเดือนพนักงาน                       236,214

    - ค่าจ้างรายวัน                       716,496

    - ค่าเช่าสถานที่                         19,440

    - ค่าเช่าเครื่องมืออุปกรณ์                         12,960

    - ค่าวัสดุสิ้นเปลือง                       499,542

    - ค่าน้ำมัน                         83,855

    - ค่าขนส่ง                           2,400

    - ค่าน้ำประปา                           9,984

    - ค่าไฟฟ้า                         26,520

    - ค่าโทรศัพท์                         23,951

    - ดอกเบี้ยจ่าย                         94,099

    - ค่าธรรมเนียมธนาคาร                           3,415

    - ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด                         20,173

    - ค่าประกันภัย                         21,570

    - ค่าภาษีต่างๆ                         69,180

    - ค่าต่อทะเบียนรถยนต์                           6,160

    - ค่าทำบัญชี                         10,160

    - ค่าประกันสังคม                           1,500

    - ค่าเสื่อมราคาและค่าใช้จ่ายตัดจ่าย                       540,145

                รวม                    2,397,764

 กำไรก่อนหักภาษีเงินได้                       386,236

หัก ภาษีเงินได้(30%)                      115,871

กำไร(ขาดทุน)สุทธิ                      270,365

ที่มา  ค่าเฉลี่ยจากผลประกอบการปี พ.ศ.2543 ของผู้ประกอบกิจการจำนวน 10 ราย

          ซึ่งได้จากการสัมภาษณ์ในช่วงเดือนธันวาคม พ.ศ.2543-มกราคม พ.ศ.2544

 

 

ตัวอย่าง การคำนวณราคา ผู้ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้างรายหนึ่ง ได้ลงทุนเช่าอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น 1 คูหา อายุสัญญา 1 ปี ค่าเช่าเดือนละ 20,000 บาท และมีรายละเอียดต่างๆ ดังนี้

 

1.   1.       ต้นทุนคงที่

1.1   1.1    ต้นทุนคงที่ที่เป็นตัวเงิน (ต่อปี)

(1) ค่าเช่าอาคาร               =   240,000      บาท

(2) เงินเดือนพนักงานประจำ         =   192,000      บาท

(3) ค่าไฟฟ้า               =     36,000      บาท

(4) ค่าน้ำประปา               =       8,400      บาท

(5) ค่าโทรศัพท์               =     36,000      บาท

(6) ค่าดอกเบี้ยจ่าย            =   138,000      บาท

(7) ค่าภาษี               =     15,000      บาท

(8) ค่าต่อทะเบียนรถยนต์            =     20,000      บาท

     รวม                =     685,400      บาท

1.2   1.2    ต้นทุนคงที่ที่ไม่เป็นตัวเงิน

(1)   (1)     ค่าตกแต่งภายใน 100,000 บาท

คิดค่าเสื่อมราคาร้อยละ 20         =            20,000      บาท

      (2)  ค่าเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้สำนักงาน 130,400 บาท

             คิดค่าเสื่อมราคาร้อยละ 20         =   26,080      บาท

(3)   (3)     ค่าเครื่องมืออุปกรณ์ 18,500 บาท

คิดค่าเสื่อมราคาร้อยละ 20         =             3,700      บาท

                     (4)  ค่ายานพาหนะ 500,000 บาท

               คิดค่าเสื่อมราคาร้อยละ 20         =         100,000      บาท

                  รวม               =         149,780      บาท

         รวมต้นทุนคงที่ทั้งหมด         =         835,180      บาท

 

2.   2.       ประมาณการจำนวนพื้นที่ที่สามารถให้บริการได้ต่อปี

2.1 ในเวลา 1 ปีสามารถให้บริการได้         =   1,200      ตารางเมตร

2.2 ประมาณการมีลูกค้ามาใช้บริการร้อยละ 80      =                 960      ตารางเมตร

     

   3. ต้นทุนคงที่จัดสรรต่อตารางเมตร      =  835,180       =            869.98          บาท

                         960

 

   4. ต้นทุนผันแปรต่อตารางเมตรต่อโครงการ (โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก)

      4.1  ค่าแรงงาน                  =         500   บาท

      4.2  ค่าวัสดุสิ้นเปลือง               =          3,000   บาท

      4.3  ค่าขนส่ง                  =            50   บาท

         รวม                  =        3,550   บาท

 

   5. ต้นทุนทั้งหมดต่อตารางเมตร          = 869.98 + 3,550.00        =   4,419.98      บาท

 

   6. ผู้ประกอบกิจการต้องการมีกำไรร้อยละ 10 ของต้นทุนทั้งหมด           =      441.99   บาท

 

   7. ผู้ประกอบกิจการตั้งราคาให้บริการโครงการนี้ตารางเมตรละ       =      4,419.98+441.99       บาท

                           =      4,861.97        บาท

               หรือโดยประมาณ                   =       5,000      บาท

 





   หน้าต่อไปสุได้ นำคำถามที่มีคนถามมาบ่อยๆ ให้คุณ สุพัฒน์  ดูนะ  เผื่อจะตรงกับที่คุณสุพัฒน์ อยากรู้แต่ไม่รู้จะถามสุยังงัย  สุได้แยกระหว่างคำถามของ  ผู้ที่ จดบริษัท  กับ  ห้างหุ้นส่วน  ออกจากกัน   ว่างๆ   ลองอ่านและ คิด ดีๆ  ธุรกิจ ตอนตั้งนะมันง่ายนิดเดียว  แต่ตอนเลิกนี้เกือบตาย    คิดก่อนทำดีที่สุด  ค่ะ































 

 

-----------------------------------------      

บริษทจำกัด

คำถามที่พบบ่อย









 

1. ลักษณะของบริษัทจำกัด





 

1. แบ่งทุนออกเป็นหุ้นๆ ละเท่าๆ กัน 2. ผู้ถือหุ้นรับผิดจำกัดเพียงเงินค่าหุ้นที่ยังส่งไม่ครบ 3. มูลค่าของหุ้นๆ หนึ่งนั้น ต้องไม่ต่ำกว่า 5 บาท 4. หุ้นนั้นแบ่งแยกไม่ได้



 

2. ที่อยู่ของผู้เริ่มก่อการต่างชาติจะต้องระบุที่ใด





 

1. กรณีที่มีถิ่นอยู่อย่างถาวรในประเทศไทย และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านให้ระบุ ที่อยู่ในประเทศไทย ตามทะเบียนบ้าน 2. กรณีที่มีถิ่นอยู่ในต่างประเทศ ให้ระบุที่อยู่ซึ่งสามารถติดต่อได้ในต่างประเทศ



 

3. ผู้เริ่มก่อการ 1 ใน 7 ต้องเป็นกรรมการตอนตั้งบริษัทด้วยหรือไม่





 

ไม่ต้องเป็น เว้นแต่ที่ประชุมตั้งบริษัทเลือกตั้งผู้เริ่มก่อการคนนั้นขึ้นเป็นกรรมการของบริษัท



 

4. ผู้เริ่มก่อการต้องเป็นผู้ถือหุ้นตอนตั้งบริษัทด้วยหรือไม่





 

ผู้เริ่มก่อการทุกคนต้องเป็นผู้ถือหุ้นตอนตั้งบริษัทด้วย โดยถือหุ้นอย่างน้อยคนละหนึ่งหุ้น



 

5. ผู้เริ่มก่อการตายไป 1 คน จะต้องทำอย่างไร





 

1. กรณีที่ผู้เริ่มก่อการมีทั้งหมด 7 คน หากผู้เริ่มก่อการคนใดคนหนึ่งตายไป ทำให้จำนวนผู้เริ่มก่อการ เหลือไม่ถึง 7 คนไม่อาจดำเนินการจัดตั้งบริษัทได้ 2. กรณีที่ผู้เริ่มก่อการมีมากกว่า 7 คน หากผู้เริ่มก่อการคนใดคนหนึ่งตายไป มีผู้เริ่มก่อการเดิมเหลืออยู่ ไม่น้อยกว่า 7 คน และมีความประสงค์จะดำเนินการจัดตั้งบริษัท ให้ยื่นขอคำจดทะเบียนแก้ไข เพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิก่อนการจัดตั้งบริษัท ข้อ.6 (แก้ไขผู้เริ่มก่อการ) พร้อมทั้งแนบสำเนา ใบมรณะบัตรของผู้เริ่มก่อการที่ตายประกอบเรื่องด้วย



 

6. นิติบุคคลเป็นผู้เริ่มก่อการได้หรือไม่





 

“ไม่ได้”



 

7. ผู้เยาว์เป็นผู้เริ่มก่อการได้หรือไม่





 

ผู้เยาว์เป็นผู้เริ่มก่อการได้ ต้องปรากฏว่า 1. มีอายุไม่น้อยกว่า 12 ปี 2. ได้ลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบด้วยตนเอง



 

8. ผู้ถือหุ้นของบริษัทเหลือไม่ถึง 7 คน จะได้ไหม





 

ได้ แต่อาจเป็นเหตุให้ศาลสั่งให้เลิกบริษัท



 

9. หลักเกณฑ์การควบบริษัท





 

1. บริษัทจะควบเข้ากันได้ โดยแต่ละบริษัทเรียกประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อให้มีมติพิเศษให้ควบบริษัท 2. ถ้าหากมีเจ้าหนี้คัดค้าน บริษัทจะต้องใช้หนี้หรือได้ให้ประกัน เพื่อหนี้รายนั้นก่อนจึงจะควบ เข้ากันได้ 3. จำนวนทุนและหุ้นของบริษัทใหม่นั้น ต้องเท่ากับยอดรวมจำนวนทุนและหุ้นของบริษัทเดิม ที่มาจะควบเข้ากัน 4. สิทธิและความรับผิดของแต่ละบริษัทเดิมที่ได้มาควบบริษัทกัน ย่อมเป็นสิทธิและความรับผิด ของบริษัทใหม่



 

10. จดทะเบียนว่าชำระค่าเต็มมูลค่าแล้ว จะขอเปลี่ยนเป็นชำระ 25% ได้หรือไม่





 

เอกสารในการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัทเป็นเอกสารมหาชน เมื่อนายทะเบียนได้รับจดทะเบียนแล้วจึงไม่สามารถจะขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายละเอียดนั้นได้ ดังนั้นในการจดทะเบียนแต่ละครั้ง ผู้เกี่ยวข้องจึงต้องตรวจสอบรายละเอียดให้ถูกต้องและตรงตามความจริงทุกครั้งก่อนยื่นจดทะเบียน และขอเตือนว่าอย่าได้ลงชื่อในคำขอจดทะเบียนโดยยังไม่มีการกรอกรายละเอียดเด็ดขาด



 

11. อยากทราบทุนจดทะเบียนขั้นต่ำสุด





 

บริษัทจำกัด ตามกฎหมาย (ป.พ.พ.) กำหนดมูลค่าหุ้นไม่น้อยกว่าหุ้นละ 5 บาท ฉะนั้น ทุนจดทะเบียนขั้นต่ำสุดของบริษัท คือ 35 บาท ก็สามารถจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทได้แล้ว ห้างหุ้นส่วน กฎหมายไม่ได้กำหนดทุนขั้นต่ำไว้



 

12. หลักเกณฑ์การเพิ่มทุนของบริษัท





 

1. การเพิ่มทุนบริษัทจำกัดต้องได้รับมติพิเศษของที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น ให้เพิ่มทุน 2. บริษัทจำกัดเพิ่มทุนได้ด้วยการออกหุ้นใหม่ 3. หุ้นของบริษัทจำกัดที่ออกใหม่ ถ้าจะชำระด้วยสิ่งอื่นนอกจากตัวเงิน ต้องมีมติพิเศษของที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น 4. หุ้นของบริษัทจำกัดที่ออกใหม่นั้น จะขายให้แก่บุคคลภายนอกไม่ได้



 

13. หลักเกณฑ์การลดทุนของบริษัท





 

1. การลดทุนบริษัทจำกัด ต้องได้รับมติพิเศษของที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นให้ลดทุนได้ 2. บริษัทจะลดทุนโดยการลดมูลค่าแต่ละหุ้น ๆ ให้ต่ำลง หรือลดจำนวนหุ้นให้น้อยลงก็ได้ 3. ทุนของบริษัทจะลดลงให้ต่ำกว่าหนึ่งในสี่ของทุนเดิมไม่ได้ 4. ถ้าหากมีเจ้าหนี้คัดค้านการลดทุน บริษัทจะต้องใช้หนี้หรือให้ประกันเพื่อหนี้รายนั้นก่อน จึงจะ ลดทุนได้



 

14. หลักเกณฑ์การแก้ไขเพิ่มเติมชื่อของบริษัท





 

1. การแก้ไขเพิ่มเติมชื่อของบริษัท ต้องได้รับมติพิเศษของที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นให้แก้ไขชื่อได้ 2. หากบริษัทได้จดทะเบียนดวงตราไว้และตรานั้นมีชื่อบริษัทอยู่ ต้องจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติม ตราของบริษัทด้วย



 

15. วัตถุที่ประสงค์จะพิมพ์ขึ้นมาเอง โดยไม่ใช้วัตถุที่ประสงค์สำเร็จรูปของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้หรือไม่





 

“ได้” โดยให้พิมพ์ลงในแบบ ว. (สีขาว) ซึ่งเป็นแบบพิมพ์ที่นายทะเบียนจัดพิมพ์ขึ้น



 

16. ใครจะเป็นผู้ลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมบริษัท





 

คำขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมบริษัททุกประเภท ต้องลงชื่อโดยกรรมการตามอำนาจที่ได้จดทะเบียนไว้เดิม



 

17. กรรมการลาออกและจะแต่งตั้งกรรมการใหม่แทน จะต้องประชุมกรรมการหรือผู้ถือหุ้น





 

1. ถ้ากรรมการลาออกก่อนครบกำหนดวาระการเป็นกรรมการและบริษัทต้องการจะแต่งตั้งกรรมการ ใหม่แทน จะประชุมกรรมการหรือผู้ถือหุ้นก็ได้ 2. ถ้ากรรมการลาออกเมื่อครบกำหนดวาระการเป็นกรรมการและบริษัทต้องการแต่งตั้งกรรมการ ใหม่แทน ต้องประชุมผู้ถือหุ้น



 

18. กรรมการตายต้องทำอย่างไร





 

ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนกรรมการออกจากตำแหน่ง หากกรรมการที่ตายเป็นกรรมการผู้มีอำนาจ ให้จดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมอำนาจกรรมการด้วย



 

19. กรรมการบริษัทจะต้องมีกี่คน





 

1. กรณีที่บริษัทได้กำหนดจำนวนของกรรมการไว้ในข้อบังคับของบริษัท การแต่งตั้งกรรมการก็ต้อง เป็นไปตามจำนวนตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ 2. กรณีที่บริษัทไม่ได้กำหนดจำนวนกรรมการไว้ในข้อบังคับของบริษัท การแต่งตั้งกรรมการเป็นไปตามมติ ของที่ประชุมผู้ถือหุ้น ที่จะกำหนดว่ากรรมการของบริษัทจะมีกี่คน



 

20. การเปลี่ยนอำนาจกรรมการจะต้องประชุมผู้ถือหุ้นหรือกรรมการ





 

การเปลี่ยนอำนาจกรรมการจะต้องประชุมผู้ถือหุ้น เว้นแต่ข้อบังคับของบริษัท จะกำหนดให้คณะกรรมการ เป็นผู้กำหนด อำนาจกรรมการได้



 

21. ทางราชการมีการแก้ไขเลขที่ ถนน แขวง เขตของสำนักงาน จะต้องทำอย่างไร





 

1. ให้กรรมการผู้มีอำนาจทำการแทนบริษัท หรือหุ้นส่วนผู้จัดการ ทำหนังสือถึงนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท ขอแก้ไขเลขที่ ถนน แขวง เขตให้ถูกต้อง 2. แนบหลักฐานที่ราชการแก้ไขประกอบหนังสือด้วย



 

22. บริษัทจำเป็นต้องจดทะเบียนตราของบริษัทด้วยหรือไม่





 

บริษัทขอจดทะเบียนตราของบริษัทหรือไม่ก็ได้ เว้นแต่อำนาจกรรมการ ระบุว่าต้องประทับตราสำคัญบริษัท ต้องขอจดทะเบียนดวงตราสำคัญด้วย



 

23. คำแสดงนิติฐานะของบริษัทในดวงตรา จะใช้คำย่อได้หรือไม่





 

ไม่ได้ การใช้ชื่อและบริษัทจำกัดเป็นตราหรือส่วนหนึ่งของตรา จะต้องระบุคำแสดงนิติฐานะ โดยใช้ “บริษัท” ไว้หน้าชื่อ และ “จำกัด” ไว้ท้ายชื่อ (ยกเว้นธนาคารพาณิชย์ ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้คำว่า “บริษัท” ไว้หน้าชื่อ



 

24. หลักเกณฑ์การจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมตราของบริษัท





 

การแก้ไขเพิ่มเติมตราของบริษัท จะต้องได้รับมติจากที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น หรือที่ประชุมคณะกรรมการ



 

25. เหตุที่จะเลิกบริษัท





 

1.เลิกตามที่ข้อบังคับกำหนดกรณีที่จะเลิกไว้ 2.เลิกตามกำหนดเวลาที่จดทะเบียนไว้ 3.ถ้าบริษัทตั้งขึ้นเฉพาะเพื่อทำกิจการอย่างใดอย่างหนึ่งแต่อย่างเดียว บริษัทย่อมเลิกกันเมื่อเสร็จการนั้น 4.เมื่อมีมติพิเศษให้เลิก 5.เมื่อบริษัทล้มละลาย 6.เมื่อศาลสั่งให้เลิก



 

26. การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียน





 

การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนผู้ขอจดทะเบียนต้องลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนต่อหน้านายทะเบียน พร้อมแสดงบัตรประจำตัว ในกรณีที่ไม่อาจลงลายมือชื่อต่อหน้านายทะเบียนได้ไม่ว่าด้วยระการใดๆ ให้ถือว่าลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนเป็นที่ถูกต้อง เมื่อผู้ขอจดทะเบียนลงลายมือชื่อด้วยตนเองต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้ 1. กรณีลงลายมือชื่อในราชอาณาจักร ก. พนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ซึ่งประจำอยู่ในท้องที่ที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาอยู่ ข. สามัญสมาชิกหรือสมาชิกวิสามัญแห่งเนติบัณฑิตยสภา หรือ ค. บุคคลอื่นตามที่นายทะเบียนกลางประกาศกำหนด 2. กรณีลงลายมือชื่อในต่างประเทศ ก. เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยหรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งรับผิดชอบการดำเนินงาน ณ ประเทศนั้น หรือเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบหมายให้ทำการแทนบุคคลดังกล่าว ข.บุคคลซึ่งสามารถให้การรับรองที่สมบูรณ์ตามแบบของกฎหมายแห่งประเทศนั้น หรือ ค.บุคคลที่ควรเชื่อถือได้สองคนมาลงลายมือชื่อรับรองต่อหน้านายทะเบียนว่าเป็นลายมือชื่อผู้นั้นจริง



 

ห้างหุ้นส่วน

คำถามที่พบบ่อย









 

1. การถอนคำขอจดทะเบียนจะต้องทำอย่างไร





 

ให้ทำหนังสือขอถอนคำขอจดทะเบียนยื่นต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท โดยผู้ที่ลงลายมือชื่อในหนังสือ ขอถอนคำขอ จะต้องเป็นผู้ที่ลงลายมือชื่อตามอำนาจไว้ในคำขอจดทะเบียนที่จะขอถอนนั้น



 

2. การยื่นคำขอจดทะเบียนต่างจังหวัดใช้เอกสารกี่ชุด





 

ใช้ 1 ชุด



 

3. ผู้รับมอบอำนาจอายุต่ำกว่า 20 ปี บริบูรณ์ ได้หรือไม่





 

“ได้”



 

4. ถ้ามีการจดทะเบียนไว้ผิดจะทำหนังสือขอแก้ไขได้หรือไม่





 

ไม่ได้ เนื่องจากเป็นรายการทางทะเบียนที่ต้องจดทะเบียน ดังนั้นต้องแก้ไขโดยการจดทะเบียน และ ชำระค่าธรรมเนียมตามระเบียบ



 

5. การแก้ไขรายการ ทางทะเบียนที่ไม่ต้องจดทะเบียน มีอะไรบ้าง





 

1. การขอเปลี่ยนคำนำหน้านาม ชื่อตัว ชื่อสกุล ของผู้เป็นหุ้นส่วนหรือกรรมการบริษัท 2. การขอแก้ไขเกี่ยวกับที่ตั้งสำนักงานของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทในกรณีที่ทางราชการมีการแก้ไข เช่น การเปลี่ยนชื่อ ถนน แขวง เขต



 

6. การจดทะเบียนสำนักงานสาขาจะต้องทำอย่างไร





 

ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมที่ตั้งสำนักงานโดยระบุที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ และสำนักสาขาที่มีทั้งหมดยื่นขอจดทะเบียน ณ สำนักงานบริการจดทะเบียนธุรกิจ ที่สำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในความรับผิดชอบ



 

7. ผู้ให้เช่าเปลี่ยนเลขที่ห้องของสำนักงานจะต้องดำเนินการอย่างไร





 

จะต้องดำเนินการยื่นคำขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมที่ตั้งสำนักงานให้ถูกต้อง



 

8. จดทะเบียนที่ตั้งของสำนักงานไว้ผิดจะต้องทำอย่างไร





 

จะต้องดำเนินการยื่นคำขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมที่ตั้งสำนักงานให้ถูกต้อง



 

9. ชื่อในตราต้องตรงกับชื่อที่ขอจองไว้ในแบบจองชื่อนิติบุคคลทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศหรือไม่





 

ชื่อในตราต้องตรงกับชื่อที่ขอจองไว้ในแบบจองชื่อนิติบุคคลทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศด้วย



 

10. ตราหายต้องทำอย่างไร





 

ตราหายต้องดำเนินการยื่นคำขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมตรา



 

11. ห้างหุ้นส่วนบริษัท จะจดทะเบียนดวงตรามากกว่า 1 ดวงได้หรือไม่





 

ห้างหุ้นส่วนบริษัท จะจดทะเบียนดวงตรามากกว่า 1 ดวงก็ได้ ซึ่งหากจดทะเบียนดวงตรามากกว่า 1 ดวง ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องจดทะเบียนรายการอื่น ๆ ซึ่งเห็นสมควรจะให้ประชาชนทราบด้วย โดยระบุให้ชัดเจน ว่าตราดวงใดใช้ในกรณีใด



 

12. ตราจะต้องมีชื่อห้างหุ้นส่วนบริษัท ด้วยหรือไม่





 

ตราจะมีชื่อห้างหุ้นส่วนบริษัท ด้วยหรือไม่ก็ได้ แต่หากในดวงตรามีชื่อห้างหุ้นส่วนบริษัท ชื่อในตรานั้นต้อง ชัดเจนตรงกับชื่อที่ขอจดทะเบียนหรือตรงกับชื่อภาษาต่างประเทศที่ขอใช้ และต้องมีคำแสดงนิติฐานะของ นิติบุคคลประกอบด้วย



 

13. ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล และห้างหุ้นส่วนจำกัดจะต้องจดทะเบียนตราหรือไม่





 

ห้างหุ้นส่วน ทั้ง 2 ประเภท ต้องจดทะเบียนตราด้วย



 

14. ลักษณะของห้างหุ้นส่วนจำกัด





 

1. ประกอบด้วยผู้เป็นหุ้นส่วนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป 2. มีหุ้นส่วน 2 จำพวก คือ (1) หุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิด ได้แก่ ผู้เป็นหุ้นส่วนคนเดียวหรือหลายคน ซึ่งรับผิดจำกัด เพียงจำนวนเงินที่ตนรับว่าจะลงทุนในห้างหุ้นส่วนเท่านั้น (2) หุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิด ได้แก่ หุ้นส่วนคนเดียวหรือหลายคน ซึ่งรับผิดในบรรดาหนี้สิน ทั้งปวงของห้างหุ้นส่วน โดยไม่จำกัดจำนวน 3. หุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิด ต้องลงหุ้นด้วยเงินหรือทรัพย์สินจะลงหุ้นด้วยแรงงานไม่ได้ 4. ผู้เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ จะเป็นได้เฉพาะแต่ผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดเท่านั้น



 

15. ลักษณะของห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล





 

1. ประกอบด้วยผู้เป็นหุ้นส่วนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป 2. ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนต้องรับผิดร่วมกันในบรรดาหนี้สินทั้งปวงของห้างหุ้นส่วน โดยไม่จำกัดจำนวนในระหว่างผู้เป็นหุ้นส่วนด้วยกันเอง จะตกลงให้มีผู้เป็นหุ้นส่วนคนเดียวหรือหลายคนเป็นผู้จัดการของหุ้นส่วนก็ได้ 3. ผู้เป็นหุ้นส่วนสามารถลงหุ้นได้ทั้งเงินสด ทรัพย์สิน และแรงงาน



 

16. สถานที่รับจดทะเบียน





 

ในการยื่นคำขอจดทะเบียนเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วน ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องยื่น ณ. สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท ที่สำนักงานแห่งใหญ่ของห้างฯ นั้นตั้งอยู่ เช่น ห้างหุ้นส่วนมีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร ก็ให้ยื่น ณ สำนักงานบริการจดทะเบียนธุรกิจแห่งใดแห่งหนึ่งทั้ง 8 แห่ง หรือหากว่าสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดอื่นก็ให้ยื่น ณ สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทจังหวัด ที่สำนักงานแห่งใหญ่ของห้างฯนั้นตั้งอยู่



 

17. การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียน





 

การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนหุ้นส่วนผู้จัดการจะต้องลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนต่อหน้านายทะเบียน พร้อมแสดงบัตรประจำตัว ในกรณีที่ไม่อาจลงลายมือชื่อต่อหน้านายทะเบียนได้ไม่ว่าด้วยระการใดๆ ให้ถือว่าลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนเป็นที่ถูกต้อง เมื่อผู้ขอจดทะเบียนลงลายมือชื่อด้วยตนเองต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้ 1. กรณีลงลายมือชื่อในราชอาณาจักร ก. พนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ซึ่งประจำอยู่ในท้องที่ที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาอยู่ ข. สามัญสมาชิกหรือสมาชิกวิสามัญแห่งเนติบัณฑิตยสภา หรือ ค. บุคคลอื่นตามที่นายทะเบียนกลางประกาศกำหนด 2. กรณีลงลายมือชื่อในต่างประเทศ ก. เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยหรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งรับผิดชอบการดำเนินงาน ณ ประเทศนั้น หรือเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบหมายให้ทำการแทนบุคคลดังกล่าว ข.บุคคลซึ่งสามารถให้การรับรองที่สมบูรณ์ตามแบบของกฎหมายแห่งประเทศนั้น หรือ ค.บุคคลที่ควรเชื่อถือได้สองคนมาลงลายมือชื่อรับรองต่อหน้านายทะเบียนว่าเป็นลายมือชื่อผู้นั้นจริง



 

18. หลักเกณฑ์การแก้ไขเพิ่มเติมรายการจดทะเบียนของห้างหุ้นส่วน





 

การแก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้เป็นหุ้นส่วนทุกรายการ เช่น หุ้นส่วนเข้า-ออก เพิ่มทุน-ลดทุน เปลี่ยนจำพวกหุ้นส่วน แก้ไขข้อจำกัดอำนาจ หุ้นส่วนผู้จัดการ และแก้ไขหุ้นส่วนผู้จัดการ ต้องได้รับความยินยอมจาก ผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งหมดด้วยกันทุกคน



 







พอเข้าใจแล้วใช่มั้ยค่ะ  มีอะไรก็ปรึกษาสุได้  สุก็ไม่ได้เก่งในเรื่องนี้เท่าไหร่นัก แต่คิดว่าคงจะพอเป็นที่ปรึกษาให้คุณสุพัฒน์ได้คนหนี่งแหละ สุแนะนำให้อ่านเกี่ยวกับกรณีศึกษา จะทำให้มีไอเดีย ต่างๆ    ในการคำนวณผลที่เกิดขึ้นในอนาคต   เสมือนมีประสบการณ์เองเลย   (ลองทำดู)

                สำนักงาน บัญชี “ เรืองหิรัญ คลังบัญชีและภาษีอากร”

                 40/3167 ม. 4   ต.คลองสาม   อ.คลองหลวง    จ.ปทุมธานี  12120  เลขที่ผู้เสียภาษี  2781515926

                                    Tel/Fax   02-2918662   มือถือ    086-0896768

                                            E-Mail     sunisa_r2524@hotmail.com



    รับจ้างทำบัญชี บริการตรวจสอบบัญชี รับจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจ



 .............บริการรจดทะเบียนธุรกิจ..........



1. จดทะเบียนบริษัท 9,500 บาท ( ฟรีจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม, จดเลขประจำตัวผู้เสียภาษี )

2. จดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วน 4,500 บาท (ฟรีจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม, เลขประจำตัวผู้เสียภาษี)

3. ขึ้นทะเบียนประกันสังคม 1,000 บาท



  ........บริการรับทำบัญชีรายเดือน………

      ( ราคาเริ่มต้นเพียง 1,000 บาท/เดือน )



1.จัดทำบัญชีโดยโปรแกรมบัญชีสำเร็จรูปที่สรรพากรยอมรับ

2. จัดทำสมุดบัญชี,รายงานทางบัญชีต่างๆ ตามที่กฎหมาย และสรรพากรกำหนด

3. จัดทำรายงานภาษีซี้อ - ขายพร้อมยื่น ภพ.30

4. คำนวณและยื่นแบบภาษีรายเดือน ซึ่งได้แก่ ภงด.1 , ภงด.3 , ภงด.53 ,และประกันสังคม.

5. ปิดบัญชีรายเดือน/รายปี

6. จัดทำรายงานสินค้าและวัตถุดิบคงเหลือ



    ..........บริการตรวจสอบบัญชี………..

             (ราคาเริ่มต้นเพียง 5,000 บาท )



1. ตรวจสอบบัญชี-งบการเงิน โดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่มีประสบการณ์

2.เสนอข้อสังเกตและให้คำปรึกษาแนวปฏิบัติที่ถูกต้องในการจัดทำบัญชี

3.ทำภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี (ภงด.51) และภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี (ภงด.50)

4.จัดทำงบการเงินซึ่งรวมหมายเหตุประกอบงบการเงิน และเอกสารประกอบการยื่น

ต่อกระทรวงพาณิชย์และ กรมสรรพากร

             สนในราคาต่อรองกันได้นะค่ะ



                   สำนักงาน บริการรับ - ส่งเอกสารเองถึงที่ค่ะ



สุณิษา:
                สำนักงาน บัญชี “ เรืองหิรัญ คลังบัญชีและภาษีอากร”

                 40/3167 ม. 4   ต.คลองสาม   อ.คลองหลวง    จ.ปทุมธานี  12120  เลขที่ผู้เสียภาษี  2781515926

                                    Tel/Fax   02-2918662   มือถือ    086-0896768

                                            E-Mail     sunisa_r2524@hotmail.com



    รับจ้างทำบัญชี บริการตรวจสอบบัญชี รับจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจ



 .............บริการรจดทะเบียนธุรกิจ..........



1. จดทะเบียนบริษัท 9,500 บาท ( ฟรีจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม, จดเลขประจำตัวผู้เสียภาษี )

2. จดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วน 4,500 บาท (ฟรีจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม, เลขประจำตัวผู้เสียภาษี)

3. ขึ้นทะเบียนประกันสังคม 1,000 บาท



  ........บริการรับทำบัญชีรายเดือน………

      ( ราคาเริ่มต้นเพียง 1,000 บาท/เดือน )



1.จัดทำบัญชีโดยโปรแกรมบัญชีสำเร็จรูปที่สรรพากรยอมรับ

2. จัดทำสมุดบัญชี,รายงานทางบัญชีต่างๆ ตามที่กฎหมาย และสรรพากรกำหนด

3. จัดทำรายงานภาษีซี้อ - ขายพร้อมยื่น ภพ.30

4. คำนวณและยื่นแบบภาษีรายเดือน ซึ่งได้แก่ ภงด.1 , ภงด.3 , ภงด.53 ,และประกันสังคม.

5. ปิดบัญชีรายเดือน/รายปี

6. จัดทำรายงานสินค้าและวัตถุดิบคงเหลือ



    ..........บริการตรวจสอบบัญชี………..

             (ราคาเริ่มต้นเพียง 5,000 บาท )



1. ตรวจสอบบัญชี-งบการเงิน โดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่มีประสบการณ์

2.เสนอข้อสังเกตและให้คำปรึกษาแนวปฏิบัติที่ถูกต้องในการจัดทำบัญชี

3.ทำภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี (ภงด.51) และภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี (ภงด.50)

4.จัดทำงบการเงินซึ่งรวมหมายเหตุประกอบงบการเงิน และเอกสารประกอบการยื่น

ต่อกระทรวงพาณิชย์และ กรมสรรพากร

             สนในราคาต่อรองกันได้นะค่ะ



                   สำนักงาน บริการรับ - ส่งเอกสารเองถึงที่ค่ะ

007:
ถ้าซื้อน้ำตาลมาขาย หักค่าใช้จ่ายเหมาได้ 80%

แต่ถ้าทำน้ำตาลขาย หักค่าใช้จ่ายเหมาได้ 85%



ดังนั้นถ้าคุณมีหุ้นส่วนสัก 5 คน จดคณะ 5 คณะ เปิดบัญชีเงินฝากธนาคารให้ถูกต้อง และยื่นรายได้คณะละประมาณ 1 ล้านบาท ก็แทบไม่ต้องเสียภาษีครับ  



แต่ถ้าทำคนเดียว ก็ยื่นในนามบุคคลธรรมดาก็ได้นะครับ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

ตอบ

ไปที่เวอร์ชันเต็ม