www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี
บันทึกอย่างไรดีคะ
(1/1)
gogo_kai:
ถ้าบ.ขายเครื่องจักรให้ลูกค้าและให้แบ่งชำระ 3งวด
20% ค่ามัดจำ
70% เมื่อเครื่องจักรถึงท่าเรื่อที่ญี่ปุ่น
10% เมื่อถึงโรงงานลูกค้า
ปัญหาคือบ.เราออกใบแจ้งหนี้โดยแจ้งหนี้เป็น งวด ๆ เช่น งวดแรกเราแจ้งหนี้ไปเป็นเงิน20%ของราคาเครื่องจักร เราบันทึกว่า เดบิต เงินฝากธนาคาร,ภาษีถูกหัก ณ ที่จ่าย เครดิต เงินมัดจำรับ , ภาษีขาย
ถูกต้องหรือไม่คะ แล้วพอเครื่องจักรมาถึงท่าเรื่อแล้วเราออกใบแจ้งหนี้งวดที่สอง 70% บันทึกว่า
เดบิต เงินฝากธนาคาร
เงินมัดจำรับ
ภาษีถูกหัก ณ ที่จ่าย
เครดิต ขายในประเทศ
ภาษีขาย
ถูกต้องหรือไม่คะ
คือเราจะไม่ตั้งลูกค้าเป็นลูกหนี้ เนื่องจากเราออกใบแจ้งหนี้ ทีละงวด ไม่ได้แจ้งหนี้ทั้งจำนวนทีเดียว ทำอย่างนี้ถูกต้องหรือไม่คะ หรือต้องเปลี่ยนวิธีออกใบแจ้งหนี้ใหม่ให้ออกเป็นตัวเลขทั้งจำนวนแล้ว บันทึกตั้งลูกค้าเป็นลูกหนี้ แล้วล้างหนี้เป็นงวด ๆ คือแบบไหนถึงจะถูกต้องคะ
duck:
ตามความเห็นผมนะ
1.เรียกเก็บงวดที่1
เดบิตเงินสด/ธนาคาร
เครดิต รายได้รับล่วงหน้า-ค่าสินค้า
ภาษีขาย
2.เรียกเก็บงวดที่ 2
บันทึกเหมืองวดที่1
3.เรียกเก็บงวดที่3
เดบิตเงินสด/ธนาคาร
เครดิตรายได้จากการขาย-สินค้า
ภาษีขาย
กลับรายการที่1และสอง
เดบิตรายได้รับล่วงหน้า-ค่าสินค้า
เครดิตรายได้จากการขายสินค้า
อ้วน:
ผมอ่านแล้วสับสนครับ ตกลงไม่ทราบว่าเราขายเครื่องจักรในประเทศหรือต่างประเทศครับ
แต่หลักการซื้อ-ขาย เรามาดูกันครับ ปกติเราจะบันทึกตั้งเป็นลูกหนี้การค้าในตอนที่เรามีการส่งมอบสินค้าให้กับลูกค้าแล้ว ดังนั้นหากยังไม่มีการส่งมอบสินค้า ก็จะไม่มีการตั้งลูกหนี้ครับ
ที่นี้เรามาดูกรณีศึกษาครับ เราได้รับเงินก่อนส่งมอบสินค้า ดังนั้นเงินที่เราได้รับมาก่อนมักจะบันทึกเป็นเงินรับล่วงหน้าค่าสินค้า ซึ่งในทางบัญชีถือเป็นหนี้สินครับ
Dr. เงินฝากธนาคาร 20
Cr. เงินรับล่วงหน้าค่าสินค้า ( หนี้สิน ) 20 หรือจะใช้ชื่ออื่นที่สื่อความหมายใกล้เคียงกันก็ได้ครับ
ส่วนตัวอย่างที่มีหัก ณ ที่จ่าย อันนี้ผมไม่ทราบว่ามาจากไหนครับ ไม่น่าจะถูกต้องครับ
และจะมีภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่นั้น ก็ต้องดูครับว่าขายในประเทศหรือขายต่างประเทศ ถ้าขายในประเทศ ก็จะต้องเรียกเก็บ vat ด้วยครับและออกใบกำกับภาษี แต่ถ้าขายต่างประเทศ ก็ให้ดูครับว่าถ้าปฏิบัติได้ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 97/2543 เรื่อง การส่งออกสินค้า ซึ่งผู้ประกอบการจดทะเบียนได้รับสิทธิเสีย ภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ก็จะไม่มี vat ครับ
http://www.rd.go.th/publish/3557.0.html
ครับมาดูต่อครับ เมื่อมีการส่งมอบสินค้าโดยส่งสินค้าออกจากประเทศไทยแล้วตามใบขนส่งขาออก ก็จะถือว่าบริษัทมีรายได้ ก็จะต้องบันทึกตั้งลูกหนี้ 100 บาทครับแต่เนื่องจากเรามีการรับมาแล้วล่วงหน้า 20 จึงต้องตั้งลูกหนี้ค้างไว้อีก 80 ครับ มาดูการบันทึกบัญชีครับ
Dr. ลูกหนี้การค้า 80
Dr. เงินรับล่วงหน้าค่าสินค้า ( หนี้สิน ) 20
Cr. รายได้จากการขาย 100
และเมื่อมีการรับเงิน ในส่วนอีก 70 ก็มาบันทึกดังนี้ครับ
Dr. เงินฝากธนาคาร 70
Cr. ลูกหนี้การค้า 70
ส่วนภาษีถูกหัก ณ ที่จ่ายก็ไม่เข้าใจที่มาครับ เลยคิดว่าไม่น่าจะถูกครับ
เมื่อมารับอีก 10 ที่เหลือ ก็จะบันทึก
Dr. เงินฝากธนาคาร 10
Cr. ลูกหนี้การค้า 10
หากมีค่าธรรมเนียมธนาคารก็บันทึกตามปกติครับ
gogo_kai:
คือภาษีหัก ณ ที่จ่าย เป็นค่าติดตั้งเครื่องจักรที่เราชาร์จไป จึงโดนหักล่วงหน้า และลูกค้าหัก ตามอัตราของการจ่ายตามลำดับคะ
นำร่อง
[0] ดัชนีข้อความ
ไปที่เวอร์ชันเต็ม