www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี

การวางแผนภาษีนายหน้า ตัวแทน มีรายละเอียดยังไงบ้างคะ

(1/1)

kyoheun:
ต้องทำรายงานเกี่ยวกับการวางแผนภาษีนิติบุคคลเกี่ยวกับธุรกิจนายหน้าตัวแทน นะคะ แต่ยังหาข้อมูลไม่ได้

อยากทราบรายละเอียดคะ เกี่ยวกับลักษณะ และขอให้ยกตัวอย่างการวางแผนภาษีให้ด้วยคะ

007:
ตอนรับเงินจะถูกหัก ณ ที่จ่าย 5% ถ้ารายได้ถึง 1.8 ล้านต่อปีต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และต้องทำเอกสารรายจ่ายให้รัดกุมครับ

007:
ตัวอย่างการวางแผนภาษี



http://www.pattanakit.net/index.php?lay=show&ac=article&Id=538701363&Ntype=134

007:
การวางแผนภาษี - ตัวแทนนายหน้าประกันชีวิต









 



                                               การวางแผนภาษี - ตัวแทนนายหน้าประกันชีวิต



 



  ไล่เลียงกับการประกาศเพิ่มค่าลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตจาก 10,000 บาท เป็น 50,000 บาท

(กฎกระทรวง #240 (พ.ศ. 2545)) กรมสรรพากรได้ออกคำสั่งที่ ป.115/2545 ลงวันที่ 17 กันยายน2545 โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2545 เป็นต้นไป



ป.115/2545 เป็นการวางหลักเกณฑ์การเสียภาษีทุกประเภทของตัวแทนนายหน้าประกันชีวิต ไม่ว่าจะจัดตั้งหน่วยภาษีในรูปแบบบุคคลธรรมดา คณะบุคคลหรือนิติบุคคล โดยกล่าวครอบคลุมทั้งภาระภาษี เงินได้ (บุคคลธรรมดา, นิติบุคคล) ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายและภาษีมูลค่าเพิ่ม



ในกรณีของ VAT ดูจะเป็นประเด็นปัญหาที่ค้างคาใจของตัวแทนนายหน้าประกันชีวิต

ที่ต้องการจะหลุดบ่วงซึ่งนับแต่นี้คงเป็นยาขมหม้อใหญ่เลยทีเดียว



1.ภาระภาษีของตัวแทน/นายหน้าประกันชีวิต



                         



จากสถิติของทางราชการ พบว่าในปัจจุบันมีประชาชนที่มีการทำประกันชีวิตในรูปแบบต่างๆ รวมกันถึงประมาณ 10 ล้านคนโดยมียอดเบี้ยประกันรวมทั้งสิ้นในปี 2544 ถึง 1 แสนล้านบาท และมีตัวแทน/นายหน้าประกันชีวิต ทั้งที่ยึดเป็นอาชีพประจำและอาชีพเสริม รวมกันถึง 300,000 ราย และได้รับค่าตอบแทนรวมทั้งสิ้นถึง 22,000 ล้านบาทในปี 2544



แน่นอนว่า ด้วยเม็ดเงินจำนวนมหาศาลขนาดนี้

การเคลื่อนไหวแต่ละครั้งของธุรกิจนี้ย่อมส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจเป็นลูกโซ่

และย่อมเป็นที่สนใจจากเหล่านักล่าแห่งคลองประปา กรมสรรพากร)อย่างแน่นอน!



ในอดีต ต้องยอมรับว่ากลุ่มตัวแทน/นายหน้าประกันชีวิตยังมีการเสียภาษีไม่ถูกต้องครบถ้วน ซึ่งเกิดจากหลายสาเหตุ



 - อาจเป็นเพราะไม่เข้าใจในข้อกฎหมาย หรืออาจจะจงใจหลีกเลี่ยงก็คงมี ประกอบกับจำนวนหน่วยภาษีมีมากถึง 300,000 ราย

และมีลักษณะกระจัดกระจายจนยากแก่การตรวจสอบติดตามของกรมสรรพากร



คำสั่ง ป.115/2545 ที่เพิ่งประกาศเป็นหลักเกณฑ์ในการเสียภาษีอย่างละเอียดยิบ ย่อมเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่า นับแต่นี้สูเจ้าทั้งหลายจะต้องทำหน้าที่เป็นพลเมืองผู้เสียภาษีที่ดี + ถูกต้อง จะอ้างลมอ้างฟ้าใดๆไม่ได้แล้ว



แนวคิดของ ป.115/2545 อธิบายสรุปคร่าวๆ ได้ดังนี้ครับ (รายละเอียดดูในตาราง)



(1) นายหน้า ตัวแทนประกันชีวิต สามารถจัดรูปแบบองค์กรได้เป็น 3 ลักษณะคือ บุคคลธรรมดา คณะบุคคลหรือนิติบุคคล



(2) หน่วยภาษีในรูปบุคคลธรรมดา โดยทั่วไปจะถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(1)(2) แห่งประมวลรัษฎากร

มีสิทธิหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาได้เพียง 40% ของค่าตอบแทนที่ได้รับแต่ไม่เกิน 60,000 บาท

และต้องถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50(1) (คำนวณเหมือนเงินเดือน ค่านายหน้าทั่วๆไป)



(3) กรณีประกอบกิจการในรูปแบบของธุรกิจ เช่น มีการเช่าสำนักงานและมีพนักงานลูกจ้าง รวมทั้งเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ เป็นต้น กรณีจะถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งจะต้องคำนวณหักค่าใช้จ่ายตามที่เกิดขึ้นจริง อาทิ ค่าเช่า เงินเดือน ค่าเสื่อมราคา ค่าสาธารณูปโภค ค่ารับรอง ค่าพาหนะ เป็นต้น และจะต้องถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตรา 3% ตามคำสั่ง ท.ป.104/2544



และต้องยื่นแบบชำระภาษีเงินได้ครึ่งปีด้วย (ภ.ง.ด.94 หรือ ภ.ง.ด.51 ตามแต่กรณี)



อนึ่งรูปแบบองค์กรในกรณีนี้อาจเป็นได้ทั้งในรูปของบุคคลธรรมดา คณะบุคคลและนิติบุคคล



(4) ภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่ว่านายหน้า ตัวแทนประกันชีวิต จะจัดรูปแบบองค์กรอย่างไร (บุคคลธรรมดา คณะบุคคล หรือนิติบุคคล)กรณีจะถือเป็นการให้บริการในราชอาณาจักร ตามนัยมาตรา 77/1(10) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งจะต้องจดทะเบียนเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม หากมีรายรับก่อนหักรายจ่ายเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี



ผลก็คือ จะต้องมีการออกใบกำกับภาษี จัดทำรายงานภาษีขาย รายงานภาษีซื้อ และต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 เช่นเดียวกับธุรกิจการค้าในระบบ VAT ทั่วๆไป



หน่วยภาษี



ภาระภาษีบุคคลธรรมดา/คณะบุคคล/นิติบุคคล



1. ภาษีที่ต้องชำระ ภาษีเงินได้, ภาษีหัก ณ ที่จ่าย, VAT ภาษีเงินได้, ภาษีหัก ณ ที่จ่าย, VAT ภาษีเงินได้,



ภาษีหัก ณ ที่จ่าย, VAT



2. ผลประโยชน์ตอบแทนอื่น เช่น ได้ไปท่องเที่ยว/สัมมนา ในต่างประเทศ, รางวัลตามเป้าฯลฯต้องนำรวมเป็นฐานภาษีทุกประเภทตามแต่กรณีเหมือนกรณีบุคคลธรรมดาเหมือนกรณีบุคคลธรรมดา



3. การคำนวณภาษีเงินได้รายได้คำนวณตามเกณฑ์เงินสด (Cash basis)



กรณีเป็น 40(1)(2) หัก เหมาได้ 40% ไม่เกิน 60,000บาท



กรณีเป็น 40(8) หักค่าใช้จ่ายตามเกิดจริงเหมือนกรณีบุคคลธรรมดา  



รายได้คำนวณตามเกณฑ์สิทธิ (ม.65)



รายจ่ายคำนวณตามที่เกิดจริง ตามนัยมาตรา 65 ทวิ และ 65 ตรีแห่งประมวลรัษฎากร



4. ภาษีเงินได้ครึ่งปีกรณีเป็น 40(8) ต้องยื่น ภ.ง.ด.94

ภายในเดือนกันยายนของทุกปีเหมือนกรณีบุคคลธรรมดาต้องยื่น ภ.ง.ด.51

เหมือนบริษัทห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลทั่วๆไป



2. การวางแผนภาษีของตัวแทน /นายหน้าประกันชีวิต



พิจารณาจากหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้วอาจกล่าวได้ว่า

หน่วยภาษีที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจประกันชีวิตทั้ง 3 หน่วยคือ บริษัทประกันชีวิต ตัวแทน/นายหน้าประกันชีวิต และผู้ทำประกันชีวิตสามารถเก็บเกี่ยวสิทธิประโยชน์ทางภาษีได้ดังนี้ครับ



2.1 ตัวแทน/นายหน้าประกันชีวิตมีแง่มุมและประเด็นภาษีที่พึงพิจารณาดังนี้ครับ



(1) การจัดรูปแบบของหน่วยภาษี สามารถทำได้ 3 ทางเลือกด้วยกันคือ จัดตั้งเป็นบุคคลธรรมดา คณะบุคคล

หรือนิติบุคคล ซึ่งแต่ละทางเลือกมีข้อดีข้อด้อยแตกต่างกันไปตามแต่กรณี และคุณลักษณะของแต่ละราย

โดยต้องพิจารณาจากปัจจัยต่างๆอาทิ



- ขนาดของเงินได้ที่ได้รับ ถ้ามียอดต่ำเช่นมีเงินได้สุทธิไม่เกิน 1 ล้านบาท

ก็ควรตั้งเป็นรูปบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลซึ่งจะเสียภาษีเงินได้ในอัตราไม่เกิน 10%



- ผู้เสียภาษีดังกล่าวมีเงินได้ประเภทอื่นๆ หรือไม่ ถ้ามีเงินได้หลายประเภทอยู่แล้วในนามบุคคลธรรมดา การจัดตั้งคณะบุคคลแยกเงินได้ค่านายหน้าออกมาย่อมประหยัดภาษีลงมาได้



(2) การจดทะเบียนเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม จะทำให้เกิดภาระหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย VAT หลายประการ เช่น การออกใบกำกับภาษี การจัดทำรายงานภาษีขาย รายงานภาษีซื้อ การยื่น ภ.พ. 30 เป็นต้น



ท่านผู้อ่านคงหลับตานึกภาพออกกระมังว่าจะมีภาระมากน้อยเพียงใด? ดังนั้น การแตกหน่วยภาษีมิให้มีรายรับถึง

1.8 ล้านบาทต่อหน่วยย่อมเป็นหนทางที่พึงปฏิบัติ



2.2 บริษัทประกันชีวิต ตามนัยข้อ 5 แห่งคำสั่ง ป.115/2545 ได้กล่าวถึงรายจ่ายค่าส่งเสริมการขาย เช่น

ให้ตัวแทนไปเที่ยวหรือสัมมนาในต่างประเทศ หรือกรณีแจกรางวัลพิเศษตามเป้านั้น

บริษัทประกันชีวิตจะต้องมีข้อตกลง (Commitment)

และหลักเกณฑ์เงื่อนไขในการให้รางวัลอย่างชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร

มิฉะนั้นจะกลายเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (13)แห่งประมวลรัษฎากร



2.3 ผู้ทำประกันชีวิต กฎกระทรวง #240 เปิดช่องให้ผู้มีเงินได้สามารถนำค่าเบี้ยประกันของคู่สมรส มาหักลดหย่อนภาษีได้ ตามเงื่อนไขบางประการที่กำหนดในประกาศอธิบดีฯเกี่ยวกับภาษีเงินได้ #112

กรณีจึงมีโอกาสที่จะหักลดหย่อนได้สูงสุดถึง 50,000 + 50,000 = 100,000 บาท



3.ส่งท้าย



จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ผู้เขียนมักได้รับคำถามจากเพื่อนๆ + ลูกศิษย์ที่เป็นนักธุรกิจ และบุคคลต่างๆ อยู่เสมอ ในทำนองวิตกและเกรงกลัวภาระภาษีจนเกินเหตุ ทั้งๆ ที่ยังมิได้ศึกษาข้อมูลในรายละเอียดของตนด้วยซ้ำ และส่วนใหญ่มักจะโน้มไปในทางพยายามหาช่องทางหนีภาษี (tax evasion)



บทความชิ้นนี้ คงจะเป็นข้อเขียนอีกอันหนึ่งที่บ่งชี้ว่าวิธีเสียภาษีให้ถูกๆ (เงิน)

นั้นสามารถทำได้อย่างถูกกฎหมายและสง่าผ่าเผย!





 

บทความจาก : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

วิ:
ในกรณี ที่เป็นหัวหน้าหน่วยตัวแทนประกันชีวิต



แล้วมีรายได้เยอะมาก ต้องการจดทะเบียนในรูปแบบบริษัท



1 ต้องดำเนินอย่างไร กับบริษัทประกันที่เราเป็นตัวแทน

2. ต้องดำเนินการอย่างไร ในการจดทะเบียนบริษัท (เหมือนการจดทะเบียนบริษัททั่วไปหรือไม่)



รบกวนตอบทางอีเมลล์น่ะ ค่ะ



wi_wn@hotmail.com



ปล. อยากทราบด่วนมากคะ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

ตอบ

ไปที่เวอร์ชันเต็ม