www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี

ถามเกี่ยวกับเงินสำรองเลี้ยงชีพที่ได้รับเมื่อลาออกจากงาน

(1/2) > >>

มงคล:
ผมทราบมาว่าเงินที่ได้รับเมื่อลาออกจากงานแบ่งเป็นสี่ส่วน



ส่วนที่1 เงินที่เราสมทบ

ส่วนที่2 เงินที่นายจ้างสมทบ

ส่วนที่3 ผลประโยชน์ของเงินที่เราสมทบ

ส่วนที่4 ผลประโยชน์ของเงินที่นายจ้างสมทบ



หากทำงานถึงห้าปีและลาออกเมื่ออายุ 55 ปีขึ้นไป ทั้งสี่ส่วนไม่เสียภาษี



หากทำงานถึงห้าปีแต่ลาออกก่อนอายุ 55 ให้เสียภาษีเฉพาะส่วนที่ 2-4 โดยหักค่าใช้จ่ายเท่ากับ 7000 คูณ ปีที่ทำงาน และเหลือเท่าไรหักออกอีกครึ่งหนึ่ง



หากทำงานไม่ถึงห้าปี ให้เสียภาษีส่วนที่ 2-4 ไม่สามารถหักค่าใช้จ่ายได้



การคำนวณปี เศษ 183 วันขึ้นไปให้ปัดเป็นหนึ่งปี



คำถามของผมมีดังนี้ครับ



1. ที่ผมเข้าใจมาข้างบนนั้นถูกต้องไหมครับ

2. ผมทำงานมาเกินสี่ปีครึ่ง ในใบแสดงเงินสำรองเลี้ยงชีพที่ได้รับบอกว่า อายุงาน 4.213 อายุกองทุน 4.182 จริงๆ แล้วผมทำงานมา 4 ปี 213 วัน และอายุกองทุนคือ 4 ปี 182 วัน หากนับเศษ 183 วันขึ้นไปเป็นหนึ่งปี นับอายุงานก็จะถึงห้าปี อายุกองทุนไม่ถึงห้าปี ขอถามดังนี้ครับ

2.1 นับห้าปีนี้อายุงานหรืออายุกองทุนครับ

2.2 ใบที่เขียน 4.213 ปี นี้จะมีปัญหาหรือเปล่าครับ เพราะว่าหากเข้าใจว่าเป็นเลขทศนิยม 4.213 ก็ไม่ถึง 4.5 นับเป็น 4 ปี ผมก็จะไม่ได้รับลดหย่อนอะไรเลย ต้องเสียภาษีเต็มๆ



3. เงินรายได้ส่วนที่ต้องเสียภาษีจากเงินสำรองเลี้ยงชีพที่ได้รับเมื่อออกจากงานนี้ จะต้องไปกรอกในใบภาษีช่องไหนครับ ผมหาดูแล้วไม่มี ต้องไปรวมกับช่องเงินเดือนหรือเปล่าครับ



ขอบคุณครับ

007:
ผู้รู้ช่วยตอบหน่อยครับ

town:
1.  ถูกต้องครับ

เงินได้พึงประเมินอะไรบ้างที่ได้รับยกเว้นภาษี?

54. เงินได้เท่าที่ลูกจ้างจ่ายเป็นเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพในอัตราไม่เกินร้อยละ 15 ของค่าจ้างเฉพาะส่วนที่เกิน 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 290,000 บาท สำหรับปีภาษีนั้น

  55. เงินหรือผลประโยชน์ใดๆ ที่ลูกจ้างได้รับจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ตามกฎหมายว่าด้วย กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เมื่อลูกจ้างออกจากงานเพราะเกษียณอายุ ทุพพลภาพหรือตายดังนี้

        (1) กรณีเกษียณอายุลูกจ้างผู้นั้นต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 55 ปีบริบูรณ์ และเป็นสมาชิก กองทุนสำรองเลี้ยงชีพมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี หรือ

        (2) กรณีทุพพลภาพ ต้องเป็นกรณีที่แพทย์ที่ทางราชการรับรองได้ตรวจและ แสดงความเห็นว่าลูกจ้างผู้นั้นไม่สามารถที่จะทำงานในตำแหน่งหน้าที่ซึ่งปฏิบัติอยู่นั้นต่อไป ไม่ว่าเหตุทุพพลภาพนั้นจะเกิดเนื่องจากการปฏิบัติงานให้แก่นายจ้างหรือไม่ก็ตาม

        (3) กรณีตาย ไม่ว่าการตายนั้นจะเกิดจากการปฏิบัติงานให้แก่นายจ้างหรือไม่

http://www.rd.go.th/publish/554.0.html



ยกเว้นเรื่องการคำนวณนับปี  ผมไม่แน่ใจครับว่านับอย่างไร



2.  เท่าที่ทราบ  จะนับวันตามกองทุนครับ  เพราะมีหลักฐานพิสูจน์การนำส่ง  และการแจ้งเข้าทำงานได้ครับ



3.  ผมคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาครับ  แต่เขียนให้ชัดเจนจะดีกว่าครับ  เช่น 4 ปี 182 วัน เป็นต้น



4.  ใช่ครับ ต้องรวมกันเงินเดือน  ตามความเห็นส่วนตัว  ผมก็มองว่าถือเป็นเงินได้ประเภทที่ 1 ได้แก่ เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน ไม่ว่าจะเป็น



- เงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ

- เงินค่าเช่าบ้านที่ได้รับจากนายจ้าง

- เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้าน ซึ่งนายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า

- เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ

- เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน เช่น มูลค่าของการได้รับประทานอาหาร เป็นต้น

http://www.rd.go.th/publish/553.0.html



มงคล:
ขอบคุณมากครับ

M:
อยากกทราบยอดเงินสะสมสชของครูโรงเรียนเคนเน็ตแม็คเคนซีลำปางว่าครูแต่ละคนมียอดเงินสะสมจนถึงปัจจุบันเดือนกรกฏาคมปี 2554นี้คนละเท่าไรขอความกรุณาส่งข้อมูลมาที่โรงเรียนเคนเน็ตแม็คเคนซีเพื่อคณะครูจะได้สบายใจ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

ตอบ

ไปที่เวอร์ชันเต็ม