www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี
อยากถามคุณเอ
ตะวัน:
เราอยากถามเรื่องภาษีโรงเรือน ที่ใช้บ้านทำเป็นสำนักงาน คุณดำเนินการอย่างไร ยื่นย้อนหลังหรือเปล่าคะ เรามีปัญหาเหมือนคุณ ไม่เคยยื่นเลยหลายปีแล้ว
เอ:
พอดีสรรพากรท่านมาตรวจ แต่ท่านไม่เห็นว่าอะไร ก็เลยไม่เสียตัง
ตะวัน:
ขอบคุณค่ะ
วิฑูรย์:
ภาษีโรงเรืยนเป็นเรื่องของเขต เป็นภาษีท้องถิ่น ท่านสรรไม่ม่อำนาจในการประเมินเรียกเก็บ แต่เขตเจ้าของท้องที่ มีอำนาจประเมินได้ในอายุความ 10 ปี
ถ้ามีบ้าน อาคาร นำไปทำธุรกิจ ต้องไปยื่นแบบขอให้ทางเขตประเมินภายในเดือนกุมภาพัรธ์ของปีถัดไป คือว่า ภาษีโรงเรือนเป็นการเสียสำหรับปีที่ผ่านมา ถ้าปิดไว้เฉย ก็ต้องยื่นเสียภาษีบำรุงท้องที่ภายใน เข้าใจว่า เป็นเดือนเมษายน
วิฑูรย์:
เดือนกุมภาพันธ์ของทุกปีเป็นเดือนที่ผู้ประกอบการ ผู้ให้เช่าโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ จะต้องเตรียมตัวเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน บางท่านอาจจะมีความคุ้นเคยกับการเสียภาษีเหมือนเช่นการรับประทานโอสถอันจำเป็นสำหรับร่างกาย ภาษีโรงเรือนและที่ดิน เป็นภาษีซึ่งจัดเก็บโดย องค์กรบริหารราชการส่วนท้องถิ่น เช่น เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบลเพื่อเป็น รายได้ขององค์กรนั้น ๆ หลักเกณฑ์ในการจัดเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดินนั้นเป็นไปตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือน และที่ดิน พ.ศ. 2475 โดยมีหลักเกณฑ์สำคัญ ดังนี้
ประเภทของทรัพย์สินที่ต้องเสียภาษีโรงเรือน และที่ดิน
ทรัพย์สินที่จะต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน ได้แก่ "โรงเรือน" หรือ "สิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น" กับที่ดินที่ใช้ปลูกสร้างโรงเรือน หรือสิ่งปลูกสร้างนั้น ๆ รวมทั้งที่ดินต่อเนื่องด้วย ตัวอย่างเช่น อาคารสำนักงานและบริเวณสนามหญ้ารอบ ๆ สำนักงานจะต้องเสียภาษีโรงเรือนและ ที่ดิน เป็นต้น
ผู้มีหน้าที่เสียภาษี
ผู้มีหน้าที่เสียภาษี ได้แก่ เจ้าของโรงเรือนและที่ดิน ในกรณีที่ให้ผู้อื่นเช่าโรงเรือน หน้าที่ในการชำระภาษียังคงตกอยู่แก่เจ้าของโรงเรือนและที่ดินดังกล่าว ไม่ใช่ผู้เช่า แม้จะได้ระบุไว้ในสัญญาเช่าว่าให้ผู้เช่าเป็นฝ่ายชำระภาษีโรงเรือนและที่ดินก็ตาม หากผู้เช่ามิได้ชำระ เจ้าของโรงเรือนซึ่งเป็นผู้ให้เช่ายังคงต้องเป็นผู้รับผิดชอบชำระภาษีดังกล่าว แล้วจึงมาเรียกเงินที่ชำระไปคืนจากผู้เช่าตามสัญญาเช่าในภายหลัง
อัตราภาษี
ภาษีโรงเรือนและที่ดินนั้น จะต้องชำระปีละครั้งในอัตราร้อยละ 12.5 ของ "ค่ารายปี" ซึ่งค่ารายปีคือ จำนวนเงินซึ่งสมควรจะได้รับหากนำทรัพย์สินที่อยู่ในบังคับของการเสียภาษีออกให้เช่าในปีหนี่ง ๆ การที่กฎหมายให้คำนวณค่ารายปีจากเงินที่ควรจะได้รับนั้น นอกจากจะมีเจตนาให้ค่ารายปี หมายถึง ค่าเช่าที่เจ้าของโรงเรือนและที่ดินได้รับแล้ว ยังมีเจตนาที่จะให้ความหมายของคำว่าค่ารายปีครอบคลุมถึง กรณีที่เจ้าของโรงเรือนใช้โรงเรือนในการประกอบกิจการของตนเองด้วย ในชั้นต้นเจ้าของโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างมีหน้าที่ต้องประเมินค่ารายปี โดยตั้งข้อสมมุติฐานว่าหากจะนำทรัพย์สินนั้นออกให้เช่าในแต่ละปี ค่าเช่านั้นควรจะเป็นจำนวนเท่าใด นอกจากนี้ยังเป็นการป้องกันการกำหนดค่าเช่าต่ำเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอีกส่วนหนึ่งด้วย ในทางกลับกันหาก เจ้าพนักงานเห็นว่าค่ารายปีที่แสดงในแบบแสดงรายการไม่เหมาะสม เจ้าพนักงานย่อมมีอำนาจประเมินค่ารายปีใหม่โดยคำนึงถึงลักษณะของทรัพย์ ขนาด พื้นที่ ทำเลที่ตั้ง และบริการสาธารณะที่ทรัพย์สินนั้น ได้รับประโยชน์
วิธีการเสียภาษี
เจ้าของโรงเรือน มีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการทรัพย์สิน (ภงด.2) เพื่อแจ้ง รายการทรัพย์สินต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในท้องที่ทรัพย์สินตั้งอยู่ ภายในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับแบบดังกล่าวแล้วจะพิจารณาและคำนวณค่ารายปี คิดคำนวณค่าภาษีที่ต้องเสียแล้วแจ้งให้เจ้าของ โรงเรือนทราบ เพื่อให้ไปชำระภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้ง
การอุทธรณ์
หากผู้มีหน้าที่ต้องเสียภาษีหรือผู้รับประเมิน เห็นว่า ค่าภาษีที่เจ้าพนักงานกำหนดให้ชำระนั้นสูงเกินไป ก็สามารถอุทธรณ์ต่อหน่วยงานที่ประเมินค่ารายปีและภาษีนั้นได้ภายใน 15 วันนับตั้งแต่วันที่ได้รับการประเมินดังกล่าว แต่ถ้าหากไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยชี้ขาดคำอุทธรณ์ดังกล่าว ผู้รับประเมินก็มีสิทธิยื่นฟ้องต่อศาลภาษีอากรกลางภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัย ที่สำคัญต้องไม่ลืมว่าการอุทธรณ์ไม่เป็นการทุเลาการชำระค่าภาษีตามการแจ้งประเมิน ผู้รับประเมินต้องชำระภาษีตามการประเมินเสียก่อนจึงจะมีสิทธิฟ้องศาลได้ และหากศาลตัดสินให้ลดค่ารายปีและจำนวนภาษี ผู้รับประเมินก็มีสิทธิเรียกภาษีในส่วนที่ชำระเกินไปแล้วคืนได้ในภายหลัง
ผลของการไม่ชำระภาษีหรือชำระล่าช้า
ในกรณีผู้เสียภาษีชำระภาษีล่าช้าแต่ยังอยู่ภายใน 4 เดือน กฎหมายกำหนดให้ชำระเงินเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.5-10 ของจำนวนวันที่ต้องชำระ แล้วแต่ระยะเวลาที่ชำระล่าช้านั้น แต่หากมิได้ชำระภายใน 4 เดือน กฎหมายให้อำนาจผู้บริหารท้องถิ่นแล้วแต่กรณี ในการออกคำสั่งโดยทำเป็นหนังสือให้ยึด อายัดหรือขายทอดตลาด ทรัพย์สินของผู้ค้างชำระภาษี เพื่อนำมาชำระภาษีและ ค่าธรรมเนียมอื่นโดยไม่ต้องฟ้องศาลอีก
ที่กล่าวมานั้นเป็นหลักการพื้นฐานในการจัดเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดิน อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีตามเกณฑ์ที่กล่าวมาแล้วอาจได้รับการยกเว้น หรือลดหย่อนภาษี แล้วแต่กรณี เช่น กรณีที่โรงเรือนติดตั้งส่วนควบที่สำคัญในโรงเรือน ซึ่งมีลักษณะเป็นเครื่องจักร เพื่อใช้ประกอบการอุตสาหกรรม ก็จะได้ลดค่ารายปีลง 1 ใน 3 ของค่ารายปี เป็นต้น ดังนั้นเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้เสียภาษี จึงควรตรวจสอบให้ดีว่าทรัพย์สินของตนอยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีตามกฎหมายหรือไม่ การเสียภาษีเกินกว่าจำนวนที่ต้องเสีย แม้จะเป็นผลดีต่อประเทศชาติ แต่จำนวนภาษีที่ชำระเกินทุก ๆ หนึ่งสตางค์คือต้นทุนในทางธุรกิจที่สูงกว่าผู้ประกอบการอื่น ๆ ที่เสียภาษีครบตามจำนวนตามที่กฎหมายกำหนด
จากเวป ธรรมนิติ
นำร่อง
[0] ดัชนีข้อความ
[#] หน้าถัดไป
ไปที่เวอร์ชันเต็ม