www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี

หนี้สินมากกว่าทุนเป็นจำนวนมาก ความเสี่ยง?

(1/1)

ติ่ง:
บริษัทจะจัดตั้งใหม่ เน้นการลงทุนในเงินลงทุนประมาณ 100 ล้านบาท  แต่จะจดทะเบียนทุนแค่ 1 ล้านบาท ที่เหลือ 99 ล้านบาทเป็นเงินกู้ยืมจากกรรมการไม่มีดอกเบี้ย

ไม่ทราบว่า ในแง่บริษัทจะมีปัญหา หรือความเสี่ยงด้านใดบ้่าง จะมีประเด็นทางภาษีอะไรบ้างหรือเปล่า รบกวนผู้รู้ด้วยค่ะ   ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

อีกคำถามค่ะ แล้วบริษัทถือเป็น SME ที่สามารถจ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคลแบบSME คือเริ่มต้นที่ 15% ใช่มั๊ยค่ะ  อย่างนี้หลายบริษัทก็ควรให้มีหนี้สินมากกว่าทุนจะได้ประหยัดภาษี?

อ้วน:
1.  ในสายตานักลงทุน

1.1  หากพิจารณาในแง่ความมั่นคง และความน่าเชื่อถือ  ก็ดูแล้วว่า เป็นกิจการที่ไม่มีความมั่นคง และความน่าเชื่อถือเลย  เพราะเมื่อใดก็ตามหากไม่ได้รับการสนับสนุนทางการเงินแล้ว  กิจการก็จะต้องปิดตัวอย่างแน่นอน  อีกทั้งแหล่งเงินกู้ก็เป็นบุคคล  ที่การตรวจสอบทำได้ยาก  จึงขาดซึ่งความน่าเชื่อถือจากบุคคลภายนอก



1.2  ถ้าคิดแล้วว่าจะต้องมีเงินที่จะใช้ในการดำเนินธุรกิจประมาณ  100 ล้านบาท  แต่จดทุนจดทะเบียนไว้เพียง  1  ล้านบาท  แล้วส่วนต่างมาจากการกู้ยืม  จะทำให้การบริหารสภาพคล่องเป็นไปอย่างลำบาก  และในการดำเนินธุรกิจ  ก็มองไม่เห็นถึงความโปร่งใสในการบริหารงาน  ที่มีที่มาของเงินกู้ที่สูงและกู้มาจากบุคคล



1.3  การจะติดต่อกับทางสถาบันการเงิน  ก็จะมีขั้นตอนที่ต้องตรวจสอบมาก  เนื่องจากมียอดจำนวนเงินกู้ที่สูง และมีแหล่งเงินกู้มาจากบุคคล



1.4  หน่วยงานสรรพากร  ในกรณีที่มีเงินกู้ยืมจำนวนสูง  เป็นจุดที่เจ้าหน้าที่จะเพ่งเล่งไว้ก่อนว่า  น่าจะมีการยื่นรายได้ไว้ไม่ครบถ้วน  ก็จะต้องมีการตรวจสอบที่มากขึ้น  รวมถึงแหล่งที่มาของเงินกู้ยืมด้วยว่า  ทางกรรมการมีเงินจำนวนดังกล่าวมาจากไหนตั้งมากมาย  ถึงนำมาให้บริษัทกู้โดยไม่มีดอกเบี้ย



2.  การเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตรา SME  นั้น  กฏหมายภาษีอากร ( ประมวลรัษฏากร )  กำหนดให้พิจารณาจากทุนจดทะเบียนที่ออกและเรียกชำระแล้ว ณ วันสิ้นรอบปีบัญชีดังนี้

2.1  ในกรณีนี้ที่ทุนจดทะเบียน  ที่ออกและเรียกชำระแล้ว  ไม่เกิน 5 ล้านบาท  ณ วันสิ้นรอบปีบัญชี  ให้คำนวณเสียภาษีในอัตราดังนี้

2.1.1  กำไรสุทธิ  1  ล้านบาทแรก  เสียในอัตราร้อยละ 15

2.1.2  กำไรสุทธิ 1,000,001 ถึง 3 ล้านบาท  เสียในอัตราร้อยละ 25

2.1.3  กำไรสุทธิตั้งแต่  3  ล้านบาทขึ้นไป  เสียในอัตราร้อยละ 30



2.2  ทุนจดทะเบียน  ที่ออกและเรียกชำระแล้ว  เกินกว่า  5 ล้านบาท  ณ วันสิ้นรอบปีบัญชี  ให้คำนวณเสียภาษีจากกำไรสุทธิ  ในอัตราร้อยละ 30  ( อัตราเดียว )



สรุป  ในการดำเนินธุรกิจ  ไม่ควรเน้นเฉพาะด้านภาษีอากรเป็นหลัก  ควรดูความเหมาะสมว่าธุรกิจที่ดีนั้น จะต้องดำเนินการอย่างไร  และจะวางแผนภาษีอยางไร  ให้เสียภาษีให้ถูกต้อง  ครบถ้วน และประหยัดครับ ( ไม่ใช่เน้นประหยัดภาษีเป็นอันดับแรกครับ )





ติ่ง:
ขอบคุณคุณอ้วนที่ตอบในรายละเอียดมากๆค่ะ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

ตอบ

ไปที่เวอร์ชันเต็ม