www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี

สอบถามค่ะ เพิ่งทำธุรกิจ e-commerce

(1/2) > >>

ออย:
เนื่องจากบริษัท เพิ่งทำธุรกิจ e-commerce กับธนาคารเอเชีย ตัดบัตรเครดิต ซึ่งจะมีบุคคลที่เกี่ยวข้องอยู่ด้วยกัน 4 ฝ่าย ดังนี้

1 ผู้ส่งเงินจากต่างประเทศ

2.ผู้รับเงิน (ผู้ใช้บริการกับบริษัท)

3 บริษัท

4 ธนาคารเอเชีย

เมื่อมีผู้ส่งเงินจากต่างประเทศ เข้าระบบบัญชี ผู้รับเงิน (ผู้ใช้บริการกับบริษัท)และเงินจำนวนนี้จะเข้าบัญชีบริษัทด้วยเพื่อลิงกับธนาคาร  โดยบริษัท คิด 3.5% กับลูกค้าผู้ใช้บริการ โดยธนาคารจะหัก 3% จากการตัดบัตรของบัญชีบริษัท  ฉะนั้น ถ้าผู้ส่งเงินจากต่างประเทศ โอนเข้ามา 50 เหรียญ ธนาคารจะหัก 3% แล้วบริษัท จะออกใบเสร็จให้กับผู้ใช้บริการเป็นจำนวนเท่าไหร่คะ  ชักงง เพราะเพิ่งเปิด ยังไม่มีลูกค้า

ออย:
จะต้องออกในเฉพาะส่วนต่าง หรือจำนวนเต็ม คือ จำนวน 50 เหรียญ ทั้งจำนวน (ทำให้เป็นเงินบาท) หรือเปล่าคะ

อีกรอบ:
50 เหรียญค่าสินค้าที่ผู้ใช้บริการกับบริษัทขายให้ต่างประเทศ   ส่วนบริษัทจะได้ ผลต่างจากอัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารที่บริษัทได้จากผู้ใช้บริการ .5% เท่านั้นเอง

แต่หากมีการตรวจสอบ ยอดเงินจากการตัดบัตรจะเข้ามา 50 เหรียญ ยังบริษัท ซึ่งจะหัก กับ 3% ที่ธนาคารหักแล้ว แล้วค่อยโอนให้ลูกค้าผู้ให้บริการอีกทอดนึง โดยบัญชีลูกค้าผู้ใช้บริการจากบริษัท จะมียอดเงินเข้าบัญชีที่โดนหัก 3.5% แล้ว เลยไม่ทราบจะออกใบเสร็จยังไง

อ้วน:
ผมเข้าใจว่าน่าจะเป็นส่วนหนึ่งของคำถามที่ถามมาทางเมล์  ผมขอนำมาไว้ในเว็ปบอร์ด  เพื่อจะได้เป็นประโยชน์ในวงกว้างนะครับ



คำถาม

ในกรณีมีการโอนเงินจากต่างประเทศตัดบัตรเครดิตมา 146 เหรียญ

เพื่อชำระค่าสินค้าให้ลูกค้า (บริษํทจิวเวอรี่)ที่ใช้ระบบ อีคอมเมิร์สกับบริษัท ก  

บริษัท ก คิดค่าธรรมเนียมจากลูกค้าผู้ใช้บริการ รวม 3.5%   โดย 3 % แรก

ธนาคารจะหักจากการตัดบัตร ( 5559.64 บาท)    ส่วน.5%

บริษัทเบ็ทเธ่อร์ฯจะคิดค่าธรรมเนียมที่ใช้ระบบตัดบัตรของบริษัท ก

ในการตัดบัตรแต่ละครั้งเงินจะเข้าบัญชีบริษัท ก  ซึ่งจะเท่ากับยอดเงินที่ธนาคารหัก

ไปแล้ว 3%  จากนั้นก.จะทำการโอนค่าสินค้าให้ลูกค้าที่ใช้บริการ E-commmerceกับบริษัท

โดยหักกับลูกค้า ไว้ .5% เสมือนว่าลูกค้าโดนหัก ไป 3.5%

(โดยระบบจะคำนวณอัตโนมัติโดยอ้างอิงอัตราซื้อขายประจำวันของธนาคารเอเชีย)  

ซึ่งบริษัทจะได้ใบกำกับภาษีจากธนาคาร เท่ากับยอดเงินที่แปลงเป็นเงินไทย

และแสดงยอดที่หัก ไป 3 % ส่วนลูกค้าที่ใช้บริษัทกับ ก ต้องการใบเสร็จรับเงินเช่นกัน

ไม่ทราบว่าจะ ออกใบเสร็จเป็นยอดใดให้ลูกค้าผู้ใช้บริการ เนื่องจาก

จำนวนเงินทั้งหมดเป็นรายได้ของลูกค้าเพียงแต่ใช้ระบบตัดบัตรกับบริษัทก.  

ไม่ทราบว่าจะต้องออกใบเสร็จเป็นยอดใดค่ะ



มีผู้โอนเงินจากต่างประเทศเข้าบัญชีลูกค้า ซึ่งใช้ระบบ e-coommerce กับ ก.ดังนี้



          146 .27     usd            อัตราซื้อ    38.59     =  5,644.5593



หัก (3.5%)           5.11945 usd            อัตราขาย   39.738   =  203.436741  



เข้าบัญชีลูกค้าในระบบ e-commerce                       =  5,441.1225



จำนวน   146.27  usd   ธนาคารเอเชียเข้าบัญชี ก .          =  5,559.64  บาท

(ซึ่งอัตราแลกเปลี่ยนจะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา )



ฉะนั้น  กำไรที่ บริษัท ก.ได้                                             =  5,559.64

– 5,441.1225                                                                                         =

118.517441

บาท



ซึ่งธนาคารเอเชียจะ ออกใบกำกับภาษีให้จาก ยอด 5559.64  (ซึ่งได้ หัก ณ ที่จ่ายไว้แล้ว)

ซึ่งจำนวนเงินดังกล่าวที่เป็นของลูกค้าที่ใช้บริการจากระบบบริษัท ก . จะเท่ากับ

5,441.1225  (คิดค่าธรรมเนียม ไว้ .5 %)  คือ 118.517441  บาท

ไม่ทราบว่าต้องออกใบกำกับภาษีใน ยอด 3.5 % ใช่หรือเปล่าคะ  เพราะเงินทั้งหมดเข้าที่

บริษัท ก. แต่ไม่ใช่รายได้ของบริษัท ก  (ซึ่งรายได้ที่แท้จริง แค่

ค่าธรรมเนียมที่คิดเกินจากธนาคาร .5% เท่านั้น) ซึ่งใบกำกับที่ธนาคารหัก 3.%

จะออกในนามบริษัท ก แทน ลูกค้าไป  และที่ถูกต้องควรเป็นอย่างไร  เพราะพี่ ๆ

เค้าทำระบบค่ะ



แต่ลืมคิดถึงข้อนี้ไป เลยไม่แน่ใจว่าควรออกเป็นยอดใด ถึงจะถูกต้อง



คำตอบ

ต้องขอโทษครับ  ที่ตอบช้า  จากคำถามผมขอถามข้อมูลเพิ่มเติมครับ

1.  บริษัท ก.  เป็นบริษัทที่ทำการซื้อขายสินค้าผ่านทางอินเตอร์เนต ใช่หรือไม่

2.  บริษัท ก.  จะไม่มีสินค้าเป็นของตัวเอง  ใช่หรือไม่

3.  เมื่อมีคำสั่งซื้อสินค้าจากลูกค้า  บริษัท ก.

ก็จะต้องสั่งซื้อสินค้าแล้วจัดส่งไปให้กับลูกค้า  ใช่หรือไม่

4.  บริษัท ก.  จะให้ผู้ที่ขายสินค้าให้กับบริษัท ก.

เป็นผู้จัดส่งสินค้าให้กับลูกค้าโดยตรง

ซึ่งจะไม่มีการจัดส่งสินค้ามาให้ที่บริษัท ก. ก่อน

5.  บริษัท ก.  จะมีลูกค้าทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ  ใช่หรือไม่

6.  บริษัท ก.  จะได้รับชำระค่าสินค้า รวมค่าธรรมเนียม 3.5%  จากลูกค้า

ใช่หรือไม่

7.  บริษัท ก.  ดำเนินธุรกิจอะไร  และจะมีรายได้จากอะไรบ้าง

8.  บริษัท ก.  จดภาษีมูลค่าเพิ่ม  ใช่หรือไม่  ถ้าใช่

ระบุประเภทธุรกิจว่าดำเนินการอะไรบ้าง

9.  ธนาคารจะโอนเงินจากลูกค้าหลังหักค่าธรรมเนียม 3% แล้วเข้าไปที่บริษัท ก.

ด้วยยอดคงเหลือทั้งหมด  ใช่หรือไม่

10.  ทางธนาคารจะออกใบเสร็จค่าธรรมเนียมให้กับบริษัท ก. ใช่หรือไม่

11.  จะมีการทำสัญญา หรือข้อตกลงอะไรที่บริษัท ก. ไปทำไว้หรือไม่

เช่นสัญญาการแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายสินค้า  หรือการสมัครสมาชิกต่างๆ  เป็นต้น

12.  บริษัท เบ็ทเธอร์  เป็นบริษัทที่ทำอะไร  และเกี่ยวข้องกับบริษัท ก. อย่างไร

13.  ใครจะเป็นผู้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมอีก  0.5%  จากบริษัท ก.



ต้องขอถามข้อมูลเยอะหน่อยครับ  เพราะยังไม่ค่อยเข้าใจสภาพการดำเนินธุรกิจ

แต่ผมจะลองวิเคราะห์ในเบื้องต้นตามข้อมูลที่จัดส่งมาครับดังนี้

1.  ในเบื้องต้นนี้จะยังไม่คำนึงถึงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนครับ

2.  โดยปกติถ้าลูกค้าสั่งซื้อสินค้ากับบริษัท ก.

และจ่ายชำระค่าสินค้ารวมค่าธรรมเนียมอีก 3.5%  ให้กับบริษัท ก.

ก็จะถือว่าบริษัท ก. เป็นผู้ขายสินค้า

และมีรายได้ทั้งจำนวนโดยรวมค่าธรรมเนียมเข้าไปด้วยครับ  ยกตัวอย่างเช่น

เมื่อบริษัท ก. ขายสินค้า ก็จะบันทึกบัญชีโดยถือรวมค่าธรรมเนียม 3.5%

เข้าไปเป็นยอดขาย  ดังนี้

Dr.  ลูกหนี้การค้า                              107

Cr.  ขาย                                                        100

Cr.  ภาษีขาย                                                      7



และเมื่อได้รับโอนเงินชำระผ่านทางธนาคาร  ก็จะบันทึกบัญชีโดย

Dr.  ธนาคาร                                    103.5

Dr.  ค่าธรรมเนียมธนาคาร                      3.0

Dr.  ค่าธรรมเนียมการใช้บัตร                  0.5

Cr.  ลูกหนี้การค้า                                               107.0

( ในเบื้องต้นผมสมมติให้เป็นการขายที่ต้องเสีย vat 7%  ก่อนครับ

เพราะหากจะได้รับสิทธิในการเสีย vat ในอัตรา 0%

จะต้องมาพิจารณาข้อเท็จจริงกันอีกครับ  รวมถึงเอกสารประกอบต่างๆ )



สรุป  ปกติถ้าลูกค้าสั่งซื้อผ่านบริษัท ก. และจ่ายชำระค่าสินค้าให้กับบริษัท

ก.  ก็จะถือว่าบริษัท ก.  เป็นผู้ขายสินค้า  รวมถึงค่าธรรมเนียมต่างๆ

ที่คิดเพิ่มกับลูกค้า ก็ถือเป็นรายได้ของบริษัท ก.

โดยจะมีค่าธรรมเนียมที่บริษัท ก. ถูกทางธนาคารเรียกเก็บเป็นรายจ่าย  

ยกเว้นกรณีที่มีการแต่งตั้งบริษัท ก. ให้เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้า  บริษัท ก.

ก็จะรับรู้รายได้จากผลต่างที่จำหน่ายสินค้า  เป็นรายได้จากค่านายหน้า

หากมีข้อมูลเพิ่มเติม  ยินดีแสดงความเห็นครับ

อ้วน:
เรียนถามคุณออย เพิ่มเติมครับ

1.  ผู้ส่งเงินจากต่างประเทศ  ก็คือลูกค้าต่างประเทศที่ซื้อสินค้ากับบริษัท  ก.  ใช่หรือไม่

2.  ผู้รับเงิน (ผู้ใช้บริการกับบริษัท)  ก็คือผู้ที่นำสินค้าขายโดยผ่านทางบริษัท  ก.  ใช่หรือไม่  

3.   บริษัท  ก็คือบริษัท ก. ใช่หรือไม่  และเป็นผู้ที่ได้รับเงินจากผู้ส่งเงินจากต่างประเทศ   ใช่หรือไม่

4.   ธนาคารเอเชีย  เป็นผู้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมกับบริษัท ก.  ใช่หรือไม่

5.  ในการเปิด Invoice ขายและการผ่านพิธีการศุลกากร  ทางผู้รับเงิน (ผู้ใช้บริการกับบริษัท)  เป็นคนดำเนินการและเปิดเป็นชื่อผู้รับเงิน (ผู้ใช้บริการกับบริษัท)  ใช่หรือไม่



นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

ไปที่เวอร์ชันเต็ม