www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี

ซื้อขายสินค้าในต่างประเทศ

(1/2) > >>

ตะวัน:
บริษัทตั้งอยู่ในไทย แต่ได้สั่งซื้อสินค้าจากเจ้าหนี้ใต้หวันและให้นำส่งให้ลูกค้าซึ่งอยู่ในตุรกีให้ด้วย

ลักษณะดังกล่าวถือว่าเป็นรายได้จากการขายหรือรายได้ค่านายหน้าคะและเกี่ยวข้องกับภาษีอะไรบ้างคะ

วรสรรค์:
เป็นค่านายหน้าครับ


กรณีผู้ประกอบการซึ่งได้ให้บริการที่กระทำในต่างประเทศและ มิได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร ไม่ถือว่าการให้บริการนั้นเป็นการให้บริการในราชอาณาจักร ตามมาตรา 77/2 วรรคสาม แห่งประมวลรัษฎากร ผู้ประกอบการดังกล่าวไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

อ้วน:
คงต้องดูข้อเท็จจริงก่อนครับว่า  

ข้อ 1.  ตกลงบริษัทในไทยได้สั่งซื้อสินค้ากับทางไต้หวัน  แล้วบริษัทในไทยก็จะเป็นผู้จ่ายชำระค่าสินค้าที่ซื้อกับทางไต้หวัน  

ข้อ 2.  ส่วนลูกค้าในตุรกี  ก็เป็นลูกค้าของบริษัทในไทย  โดยที่ทางไต้หวัน  ไม่รู้จักกัน  มีหน้าที่เพียงส่งสินค้าให้ลูกค้าที่ตุรกี  โดยทางตุรกีก็จะจ่ายชำระค่าสินค้าให้กับบริษัทในไทย



ถ้าเป็นไปตามข้อ 1 แล ข้อ 2  ก็จะชัดเจนว่าเป็นการซื้อขายสินค้าครับ  โดยจะมีภาระภาษีดังนี้

1.  ภาษีเงินได้นิติบุคคล  คำนวณจากยอดขายที่เรียกเก็บจากบริษัทในตุรกีครับ และหักต้นทุนซื้อสินค้า  คำนวณจากยอดที่ต้องจ่ายชำระให้กับทางไต้หวัน



2.  ภาษีมูลค่าเพิ่ม   กรณีผู้ขายซึ่งเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนในราชอาณาจักรขายสินค้าให้แก่ผู้ซื้อที่อยู่นอกราชอาณาจักร โดยไม่มีการนำสินค้าที่ขายเข้ามาในราชอาณาจักร และไม่ได้ส่งมอบสินค้าในราชอาณาจักร  ถือเป็นการกระทำนอกราชอาณาจักร ไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร  จึง

ไม่มีภาระในส่วนนี้ครับ  ลองศึกษาได้จาก  ป. 89/2542

เรื่อง   การขายสินค้านอกราชอาณาจักร โดยผู้ประกอบการจดทะเบียน

ที่เว็ป    http://www.rd.go.th/publish/3566.0.html



3.  ภาษีหัก ณ ที่จ่าย  เนื่องจากเป็นการซื้อขาย  จึงไม่มีภาระในส่วนนี้เช่นกัน



แต่ถ้าไม่ใช่ตามข้อ 1 และข้อ 2  ผมคิดเองว่าเราน่าจะได้ผลประโยชน์  ไม่ว่าจะเป็นทางไต้หวัน หรือทางตุรกี  ซึ่งผลประโยชน์ดังกล่าวจะไม่ใช่เป็นค่าสินค้า  ดังนั้นก็น่าจะเป็นค่านายหน้าครับ  ซึ่งทางคุณวรสรรค์ได้ตอบไปแล้ว  แต่สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ตาม ป. 104/2544 เรื่อง การเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการให้บริการที่กระทำในต่างประเทศ และได้มีการ ใช้บริการนั้นในราชอาณาจักรตามมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร และกรณี การให้บริการที่กระทำในราชอาณาจักรและได้มีการใช้บริการนั้นในต่างประเทศ   ที่เว็ป http://www.rd.go.th/publish/3549.0.html

ตะวัน:
ค่ะ คุณอ้วนช่วยขยายความด้วยค่ะเพราะกิจการซื้อขายในต่างประเทศแต่ภาษีซื้อเกิดในประเทศ (กิจการจเป็นไปตามข้อเท็จจริงตาม ข้อ 1 และ 2 สรุปว่าเป็นการซื้อขายนะคะ แต่ยังมีข้อสงสัยค่ะว่าต้องนำภาษีซื้อมาเฉลี่ยอ่ะดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ขายในประเทศ ส่งออก) แล้วถ้าเฉลี่ยต้องนำหลักเกณท์ใดมาเฉลี่ยคะ

อ้วน:
ผมเข้าใจว่าคุณตะวัน ได้อ่าน ป.89/2542  แล้ว  ตามข้อ 3 ของประกาศฉบับ ป.89 นี้ ได้ระบุว่าภาษีซื้อที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้เสียไปเนื่องจากการประกอบกิจการขายสินค้านอกราชอาณาจักร ผู้ประกอบการจดทะเบียนไม่มีสิทธินำไปหักออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม เนื่องจากต้องห้ามตามมาตรา 82/5(6) แห่งประมวลรัษฎากร  

ผมขออธิบายว่า  หากมีภาษีซื้อเกิดขึ้นจากการขายต่างประเทศในลักษณะดังกล่าว แล้วแยกได้ชัดเจนว่าเป็นภาษีซื้อของการขายต่างประเทศรายการนั้นๆ  ก็ถือว่าภาษีซื้อดังกล่าวต้องห้ามไม่มีสิทธิขอคืน  ( ถ้าสามารถระบุแยกภาษีซื้อได้ชัดเจน ก็ถือเป็นต้องห้ามทั้งจำนวน  ไม่ต้องมาเฉลี่ยภาษีซื้อครับ  เช่น ภาษีซื้อจากค่าธรรมเนียมการเปิด L/C จากการขายต่างประเทศ เป็นต้น และจะเฉลี่ยภาษีซื้อในกรณีที่ไม่สามารถแยกภาษีซื้อได้ชัดเจน  เช่น  ภาษีซื้อที่เกิดจากค่าน้ำประปา , ค่าไฟฟ้า  ที่ใช้ในสำนักงาน เป็นต้น )



สามารถศึกษาหลักเกณฑ์การเฉลี่ยภาษีได้ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 29) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการเฉลี่ยภาษีซื้อตามมาตรา 82/6 แห่งประมวลรัษฎากร  

http://www.rd.go.th/publish/3403.0.html

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

ไปที่เวอร์ชันเต็ม