www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี
ซื้อขายสินค้าในต่างประเทศ
ตะวัน:
บริษัทตั้งอยู่ในไทย แต่ได้สั่งซื้อสินค้าจากเจ้าหนี้ใต้หวันและให้นำส่งให้ลูกค้าซึ่งอยู่ในตุรกีให้ด้วย
ลักษณะดังกล่าวถือว่าเป็นรายได้จากการขายหรือรายได้ค่านายหน้าคะและเกี่ยวข้องกับภาษีอะไรบ้างคะ
วรสรรค์:
เป็นค่านายหน้าครับ
กรณีผู้ประกอบการซึ่งได้ให้บริการที่กระทำในต่างประเทศและ มิได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร ไม่ถือว่าการให้บริการนั้นเป็นการให้บริการในราชอาณาจักร ตามมาตรา 77/2 วรรคสาม แห่งประมวลรัษฎากร ผู้ประกอบการดังกล่าวไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
อ้วน:
คงต้องดูข้อเท็จจริงก่อนครับว่า
ข้อ 1. ตกลงบริษัทในไทยได้สั่งซื้อสินค้ากับทางไต้หวัน แล้วบริษัทในไทยก็จะเป็นผู้จ่ายชำระค่าสินค้าที่ซื้อกับทางไต้หวัน
ข้อ 2. ส่วนลูกค้าในตุรกี ก็เป็นลูกค้าของบริษัทในไทย โดยที่ทางไต้หวัน ไม่รู้จักกัน มีหน้าที่เพียงส่งสินค้าให้ลูกค้าที่ตุรกี โดยทางตุรกีก็จะจ่ายชำระค่าสินค้าให้กับบริษัทในไทย
ถ้าเป็นไปตามข้อ 1 แล ข้อ 2 ก็จะชัดเจนว่าเป็นการซื้อขายสินค้าครับ โดยจะมีภาระภาษีดังนี้
1. ภาษีเงินได้นิติบุคคล คำนวณจากยอดขายที่เรียกเก็บจากบริษัทในตุรกีครับ และหักต้นทุนซื้อสินค้า คำนวณจากยอดที่ต้องจ่ายชำระให้กับทางไต้หวัน
2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีผู้ขายซึ่งเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนในราชอาณาจักรขายสินค้าให้แก่ผู้ซื้อที่อยู่นอกราชอาณาจักร โดยไม่มีการนำสินค้าที่ขายเข้ามาในราชอาณาจักร และไม่ได้ส่งมอบสินค้าในราชอาณาจักร ถือเป็นการกระทำนอกราชอาณาจักร ไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร จึง
ไม่มีภาระในส่วนนี้ครับ ลองศึกษาได้จาก ป. 89/2542
เรื่อง การขายสินค้านอกราชอาณาจักร โดยผู้ประกอบการจดทะเบียน
ที่เว็ป http://www.rd.go.th/publish/3566.0.html
3. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย เนื่องจากเป็นการซื้อขาย จึงไม่มีภาระในส่วนนี้เช่นกัน
แต่ถ้าไม่ใช่ตามข้อ 1 และข้อ 2 ผมคิดเองว่าเราน่าจะได้ผลประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นทางไต้หวัน หรือทางตุรกี ซึ่งผลประโยชน์ดังกล่าวจะไม่ใช่เป็นค่าสินค้า ดังนั้นก็น่าจะเป็นค่านายหน้าครับ ซึ่งทางคุณวรสรรค์ได้ตอบไปแล้ว แต่สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ตาม ป. 104/2544 เรื่อง การเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการให้บริการที่กระทำในต่างประเทศ และได้มีการ ใช้บริการนั้นในราชอาณาจักรตามมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร และกรณี การให้บริการที่กระทำในราชอาณาจักรและได้มีการใช้บริการนั้นในต่างประเทศ ที่เว็ป http://www.rd.go.th/publish/3549.0.html
ตะวัน:
ค่ะ คุณอ้วนช่วยขยายความด้วยค่ะเพราะกิจการซื้อขายในต่างประเทศแต่ภาษีซื้อเกิดในประเทศ (กิจการจเป็นไปตามข้อเท็จจริงตาม ข้อ 1 และ 2 สรุปว่าเป็นการซื้อขายนะคะ แต่ยังมีข้อสงสัยค่ะว่าต้องนำภาษีซื้อมาเฉลี่ยอ่ะดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ขายในประเทศ ส่งออก) แล้วถ้าเฉลี่ยต้องนำหลักเกณท์ใดมาเฉลี่ยคะ
อ้วน:
ผมเข้าใจว่าคุณตะวัน ได้อ่าน ป.89/2542 แล้ว ตามข้อ 3 ของประกาศฉบับ ป.89 นี้ ได้ระบุว่าภาษีซื้อที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้เสียไปเนื่องจากการประกอบกิจการขายสินค้านอกราชอาณาจักร ผู้ประกอบการจดทะเบียนไม่มีสิทธินำไปหักออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม เนื่องจากต้องห้ามตามมาตรา 82/5(6) แห่งประมวลรัษฎากร
ผมขออธิบายว่า หากมีภาษีซื้อเกิดขึ้นจากการขายต่างประเทศในลักษณะดังกล่าว แล้วแยกได้ชัดเจนว่าเป็นภาษีซื้อของการขายต่างประเทศรายการนั้นๆ ก็ถือว่าภาษีซื้อดังกล่าวต้องห้ามไม่มีสิทธิขอคืน ( ถ้าสามารถระบุแยกภาษีซื้อได้ชัดเจน ก็ถือเป็นต้องห้ามทั้งจำนวน ไม่ต้องมาเฉลี่ยภาษีซื้อครับ เช่น ภาษีซื้อจากค่าธรรมเนียมการเปิด L/C จากการขายต่างประเทศ เป็นต้น และจะเฉลี่ยภาษีซื้อในกรณีที่ไม่สามารถแยกภาษีซื้อได้ชัดเจน เช่น ภาษีซื้อที่เกิดจากค่าน้ำประปา , ค่าไฟฟ้า ที่ใช้ในสำนักงาน เป็นต้น )
สามารถศึกษาหลักเกณฑ์การเฉลี่ยภาษีได้ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 29) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการเฉลี่ยภาษีซื้อตามมาตรา 82/6 แห่งประมวลรัษฎากร
http://www.rd.go.th/publish/3403.0.html
นำร่อง
[0] ดัชนีข้อความ
[#] หน้าถัดไป
ไปที่เวอร์ชันเต็ม