www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี

ทำอย่างไรดี ถึงจะประหยัดภาษีได้มากกว่า

(1/1)

พนิดา:
ปัจจุบันทำกิจการค้าวัสดุก่อสร้าง ในนามบุคคลธรรมดาแต่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม มีรายได้เฉลี่ยจากการขายปลีกหน้าร้านประมาณเดือนละ 70,000 บาท และ ขายส่ง ประมาณเดือนละ 300,000 บาท ปัจจุบัน มียอดขายจากการขายส่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คาดว่าเดือนละประมาณ 600,000 บาท ขณะที่หน้าร้านยอดขายค่อนข้างคงที่ ไม่ทราบว่าควรตัดสินใจเรื่องต่างๆ เหล่านี้อย่างไรดี

1. ถ้าจดทะเบียนบริษัทใหม่ จะประหยัดภาษีได้มากกว่าเดิมหรือเปล่า

2. ถ้าจดทะเบียนบริษํทใหม่แล้วกิจการแบบบุคคลธรรมดาสามารถยกเลิกทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มได้หรือไม่ ถ้าได้ต้องทำอย่างไร (เดิมจดทะเบียนภาษี เมือ่  กค.2549)

3. จากข้อ 2 ถ้ายกเลิกไม่ได้เราควรตั้งคณะบุคคลขึ้นมาใหม่แล้วให้บุคคลธรรมาดาขายสินค้าคงเหลือทั้งหมดให้ แล้วเลิกกิจการไปเลยจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่มได้หรือไม่

007:
ถ้ารายได้หลังหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว ยังคงเสียภาษีอยู่ที่ rate  10% ก็ยังไม่จำเป็นต้องจดเป็นนิติบุคคลครับ



วิธีการของคุณอาจใช้การกระจายฐานภาษี เนื่องจากว่าผมเข้าใจว่าคุณคงไม่ได้ทำธุรกิจเพียงคนเดียว อาจมีน้องมาดูแลการเงิน หรือมีพี่มาช่วยเรื่องการตลาดเป็นต้น ดังนั้นการกระจากรายได้ออกไปให้แก่คณะบุคคลก็น่าจะเป็นวิธีที่ทำได้ครับ



กรุณาติดต่อเพื่อวางแผนภาษีให้รัดกุมครับ

พนิดา:
ขอบคุณมากค่ะคุณ 007

รบกวนถามเพิ่มเติมหน่อยค่ะ ว่าถ้าจดเป็นคณะบุคคลจะประหยัดภาษีได้อย่างไรค่ะ เพราะว่า สรรพากรคิดภาษีเรา0.5% จากยอดรายได้ ถึงจะกระจายฐานภาษีออกไปก็ยังต้องจ่ายเท่าเดิม หรือเปล่าค่ะ

town:
1.  ถ้าอยู่ในรูปของนิติบุคคล  คงไม่ได้พิจารณาเฉพาะค่าภาษี  แต่ควรคำนึงถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ ด้วย  ไม่ว่าจะเป็นค่าจดทะเบียน  ค่าทำบัญชี  ค่าสอบบัญชี และอื่นๆ  เป็นต้น



2.  ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล  ก็สามารถยกเลิกภาษีมูลค่าเพิ่มได้ครับ  เพียงแต่การยกเลิกภาษีมูลค่าเพิ่ม  จะต้องถูกเจ้าหน้าที่ตรวจสอบก่อน  อีกทั้งหากยังมีสินค้าคงเหลือ  ก็จะต้องทำขายเพื่อนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม



3.  ไม่ได้ช่วยแก้ในเรื่องของภาษีมูลค่าเพิ่ม  เพราะหากกิจการเดิมจะเลิก  ก็ต้องทำขายอยู่ดีครับ  จึงไม่ทำให้ภาระภาษีมูลค่าเพิ่มลดลง



4.  การกระจายฐานรายได้  ก็คือ  การแบ่งรายได้ออกจากกัน  เช่น  เดิมนาย A  มีรายได้ทั้งปี  1,000,000  บาท  หากจะวางแผนภาษีโดยการกระจายฐานรายได้ก็คือ

นาย A  มีรายได้คงเหลือ  600,000 บาท

และ นาย B  มีรายได้  400,000  บาท

ซึ่งจะเห็นได้ว่า  มีการแยกรายได้ออกจากกัน  ซึ่งมีผลให้ต้องยื่นภาษีทั้งในนาม  นาย A  และ  นาย B

โดยมีสิ่งที่ต้องระวังคือ  หน้าร้านที่ทำการขาย  ควรจะต้องแยกกันให้ชัดเจนเมื่อมีการกระจายฐานรายได้แยก  มิฉะนั้นอาจจะถูกมองว่าเป็นการเลี่ยงภาษี



ส่วนการคำนวณอีกวิธีร้อยละ 0.5  นั้นส่วนใหญ่เมื่อคำนวณจากรายได้แล้ว  มักจะได้ภาษีต่ำกว่า

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

ตอบ

ไปที่เวอร์ชันเต็ม