www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี

ค่าเสื่อมซอฟแวร์และคอมพ์

(1/3) > >>

gogo_kai:
มีผู้รู้ท่านหนึ่งบอกดิฉันว่าเครื่องคอมพ์และเครื่องจักรจะไม่สามารถนำราคาทุนทั้งจำนวนมาคิดค่าเสื่อมได้ โดยต้องหักจากราคาทุน 40% ก่อนที่เหลือถึงจะนำมาคิดค่าเสื่อมได้ และต้องตัดให้หมดภายใน3ปี  เมื่อเป็นเช่นนั้นจริงทำไมสนง.บัญชีที่ทำบัญชีให้บริษัท จึงไม่ได้นำ40%มาหักก่อนคะแล้วจะมีวิธีแก้ไขยังไงได้บ้างเพราะงบฯ ผู้สอบก็เซ็นแล้ว และการคิดค่าเสื่อมของซอฟแวร์เช่นโปรแกรมบัญชี ต้องคิดค่าเสื่อมเหมือนคอมพ์หรือไม่คะ

อ้วน:
1.  ตามพระราชกฤษฏีกาฯ ฉบับที่ 395 ทางกรมสรรพากรได้กำหนดหลักเกณฑ์การคิดค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เพื่อให้สอดคล้องกับอายุการใช้งาน และให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมสามารถหักค่าสึกหรอ และค่าเสื่อมราคาได้เป็นกรณีพิเศษ แต่อยากให้ทำความเข้าใจก่อนครับว่า



ทรัพย์สินประเภทคอมพิวเตอร์ หมายถึง เครื่องอิเล็กทรอนิกส์แบบอัตโนมัติ ทำหน้าที่เสมือนสมองกลใช้สำหรับแก้ปัญหาต่างๆ ทั้งที่ง่ายและซับซ้อน โดยวิธีทางคณิตศาสตร์



อุปกรณ์ของคอมพิวเตอร์ หมายถึง เครื่องมือ เครื่องใช้ เครื่องช่วย หรือเครื่องประกอบกับคอมพิวเตอร์ เพื่อให้คอมพิวเตอร์ใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์ แต่ไม่รวมถึงโปรแกรมคอมพิวเตอร์



การหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินประเภทคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซื้อ หรือได้รับโอนกรรมสิทธิ์เพื่อมีไว้ในการประกอบกิจการของตนเองตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม 2545 เป็นต้นไปให้หักได้ดังต่อไปนี้

( 1 ) ภายใน 3 รอบระยะเวลาบัญชีนับแต่วันที่ได้ทรัพย์สินนั้นมา ในกรณีที่รอบระยะเวลาบัญชีใดไม่เต็ม 12 เดือน ให้เฉลี่ยตาม***ส่วนสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีนั้น โดยจะเลือกใช้วิธีการทางบัญชีที่รับรองทั่วไปวิธีใดก็ได้

( 2 ) กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีสินทรัพย์ถาวรซึ่งไม่รวมที่ดิน ไม่เกิน 200 ล้านบาทและมีการจ้างแรงงานไม่เกิน 200 คน หรือตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีประกาศกำหนดขึ้นภายหลังจากพระราชกฤษฎีกาฯ นี้ใช้บังคับแล้วเป็นเวลา 3 ปี ให้หักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาเบื้องต้นในวันที่ได้ทรัพย์สินนั้นมาในอัตรา 40% ของมูลค่าต้นทุน สำหรับมูลค่าต้นทุนส่วนที่เหลือให้หักตามเงื่อนไขและอัตราที่กำหนดไว้ตาม ( 1 )



การหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาดังกล่าวมิให้ใช้บังคับสำหรับทรัพย์สินที่ได้มาก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกาฯ นี้มีผลใช้บังคับ



กรณี ( 1 ) ตัวอย่าง บริษัท XXX จำกัด ได้ซื้อ คอมพิวเตอร์ มาเป็นเงิน 30,000 บาท จะคำนวณค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาดังกล่าวได้ดังนี้



ปี ค่าเสื่อมราคา ค่าเสื่อมราคาสะสม ราคาสุทธิตามบัญชี

1 ............ .......... 30,000

1 10,000 10,000 20,000

2 10,000 20,000 10,000

3 10,000 30,000 -



กรณีที่ ( 2 ) ตัวอย่าง บริษัท AAA จำกัด ได้ซื้อคอมพิวเตอร์ มาเป็นเงิน 100,000 บาทจะคำนวณค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาดังกล่าวได้ดังนี้



ปี ค่าเสื่อมราคา ค่าเสื่อมราคาสะสม ราคาสุทธิตามบัญชี

1 ............ ......... 100,000

1 40,000 40,000 60,000

1 20,000 60,000 40,000

2 20,000 80,000 20,000

3 20,000 100,000 -



จะเห็นได้ว่าถ้าเราเป็นเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีสินทรัพย์ถาวร ตามกรณี ( 2 ) ในปีแรกเราสามารถหักค่าเสื่อมราคาได้ถึง 60,000 บาท แต่ถ้าวันที่ได้ทรัพย์สินนั้นมาไม่ครบปี ก็คำนวณตามจำนวนวันที่ได้ทรัพย์สินนั้นมาเป็นรายวัน (หารด้วย 365 วันครับ )



2.  ไม่ต้องแก้ไขครับ  เพราะทางภาษีอากรให้ทางเลือกครับ  เราสามารถคำนวณแบบปกติ  5  ปี หรือจะเลือกแบบหักก่อน 40% ก็ได้ ( ต้องเข้าเงื่อนไขตามพระราชกฤษฏีกาฯ ฉบับที่ 395 )



3.  ตามพระราชกฤษฏีกาฯ ฉบับที่ 395  ให้คำนิยามอุปกรณ์ของคอมพิวเตอร์ หมายถึง เครื่องมือ เครื่องใช้ เครื่องช่วย หรือเครื่องประกอบกับคอมพิวเตอร์ เพื่อให้คอมพิวเตอร์ใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์ แต่ไม่รวมถึงโปรแกรมคอมพิวเตอร์   จะเห็นได้ว่าไม่รวมถึงซอฟแวร์คอมพิวเตอร์ครับ  ดังนั้นในส่วนซอฟแวร์ ให้คำนวณปกติ  5  ปีครับ

-:
-

ฌ็ฤโํ็๐๋ณ"ํ๔:
ด้ๆฟ็ฑ๐๊๋้ดเไ ร่ำะฟ

เกศมณี:
ขอบคุณมากๆค่ะ



อธิบายได้กระจ่าง เข้าใจง่ายดีค่ะ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

ไปที่เวอร์ชันเต็ม