www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี
ร้านขายของชำ
(1/1)
ลำดวน:
ร้านขายของชำต้องมีรายได้ตั้งแต่เท่าไหร่ต่อปีจึงต้องเสียภาษี และมีวิธีการคิดภาษีอย่างไร และถ้าเคยจ่ายภาษีมาแล้วแต่ปีต่อมามีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ต้องภาษีในปีต่อมาหรือไม่
อ้วน:
1. ขอทำความเข้าใจก่อนครับว่า ( กรณียื่นเสียภาษีในนามของบุคคลธรรมดา ) ถ้าผู้ที่มีเงินได้เกิดขึ้นระหว่างปีภาษีจะมีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาก็ต่อเมื่อ มีเงินได้ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนด ไม่ว่าเมื่อคำนวณภาษีแล้วจะมีภาษีต้องชำระเพิ่มเติมหรือไม่ก็ตาม ดังนั้นในกรณีคุณลำดวนมีเงินได้จากการทำธุรกิจการค้าทั่วไปที่มิใช่เกิดจากการจ้างแรงงานที่ได้รับในปีภาษีนั้น (ตั้งแต่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม)
- กรณีไม่มีคู่สมรสต้องมีเงินได้พึงประเมินเกิน 30,000 บาท
- กรณีมีคู่สมรสไม่ว่าฝ่ายเดียวหรือทั้งสองฝ่ายต้องมีเงินได้พึงประเมินรวมกัน เกิน 60,000 บาท
ดังนั้นเรื่องของการยื่นแบบแสดงการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจะดูจาก หากเป็นโสดมีเงินได้เกิน 30,000 บาทต่อปี หรือ ถ้าสมรสก็ต้องมีเงินได้รวมกันเกิน 60,000 บาทต่อปี ก็ต้องยื่นแบบแสดงการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยไม่สนใจว่าจะมีภาษีต้องชำระเพิ่มหรือไม่ก็ตาม
2. วิธีการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสิ้นปีจะต้องทำอย่างไร?
โดยทั่วไปผู้มีเงินได้ต้องนำเงินได้พึงประเมินทุกประเภทของตน ตลอดปีภาษี (ไม่รวมเงินได้ที่กฎหมายยกเว้นภาษี หรือที่ไม่ต้องเสียภาษี) ไปคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสิ้นปี เพื่อยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีภายในเดือนมีนาคมของปีถัดจากปีที่มีเงินได้ การคำนวณภาษีให้ทำเป็น 3 ขั้น คือ
ขั้นที่หนึ่ง คำนวณหาจำนวนภาษีตาม วิธีที่ 1 เสียก่อน
การคำนวณภาษีตามวิธีที่ 1
เงินได้พึงประเมินทุกประเภทรวมกันตลอดปีภาษี xxxx (1)
หัก ค่าใช้จ่ายตามที่กฎหมายกำหนด xxxx (2)
(1)-(2) เหลือเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่าย xxxx (3)
หัก ค่าลดหย่อนต่าง ๆ (ไม่รวมค่าลดหย่อนเงินบริจาค) ตามที่กฎหมายกำหนด xxxx (4)
(3)-(4) เหลือเงินได้หลังจากหักค่าลดหย่อนต่าง ๆ xxxx (5)
หัก ค่าลดหย่อนเงินบริจาค ไม่เกินจำนวนที่กฎหมายกำหนด xxxx (6)
(5-6) เหลือเงินได้สุทธิ xxxx (7)
นำเงินได้สุทธิตาม (7) ไปคำนวณภาษีตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
จำนวนภาษีตามการคำนวณภาษีวิธีที่ 1 xxxx (8)
ขั้นที่สอง ให้พิจารณาว่าจะต้องคำนวณภาษีตาม วิธีที่ 2 หรือไม่ ถ้าเข้าเงื่อนไขที่จะต้องคำนวณภาษีตามวิธีที่ 2 จึงคำนวณภาษีตามวิธีที่ 2 อีกวิธีหนึ่ง
กรณีที่ต้องคำนวณภาษีตามวิธีที่ 2 ได้แก่ กรณีที่เงินได้พึงประเมินทุกประเภทในปีภาษี แต่ไม่รวม เงินได้พึงประเมินตามประเภทที่ 1 มีจำนวนรวมกันตั้งแต่ 60,000 บาทขึ้นไป การคำนวณภาษีตามวิธีที่ 2 นี้ ให้คำนวณในอัตราร้อยละ 0.005 ของยอดเงินได้พึงประเมิน (= เงินได้พึงประเมินทุกประเภทลบเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 1 คูณด้วย 0.005) ดังกล่าวนั้น
ขั้นที่สาม สรุปจำนวนภาษีที่ต้องเสียภาษี
การคำนวณภาษี
จำนวนภาษีเงินได้สิ้นปีที่ต้องเสีย เทียบ (8) และ (10) จำนวนที่สูงกว่า xxxx (11)
หัก ภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายแล้ว xx
ภาษีเงินได้ครึ่งปีที่ชำระไว้แล้ว xx
ภาษีเงินได้ชำระล่วงหน้า xx
เครดิตภาษีเงินปันผล xx xx (12)
(11-12) เหลือ ภาษีเงินได้ที่ต้องเสีย (หรือที่เสียไว้เกินขอคืนได้) xx
3. ถ้าปี 46 เคยยื่นแบบแสดงการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ต่อมาในปี 47 หากเป็นโสดมีเงินได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี หรือ ถ้าสมรสก็ต้องมีเงินได้รวมกันไม่เกิน 60,000 บาทต่อปี ในปี 47 ก็ไม่ต้องยื่นแบบแสดงการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครับ
จำเนียน:
ในกรณีที่ขายสินค้าตลอด 24 ชั่วโมงเริ่มแรกของการยื่นแบบเราควรทำอย่างไรก่อนต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้างคะ โชห่วย
นำร่อง
[0] ดัชนีข้อความ
ไปที่เวอร์ชันเต็ม