www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี

กำไรสุทธิการบัญชีการเงินมีความสัมพันธ์กับกำไรสุทธิทางภาษีอากรอย่างไร

(1/1)

น.ศ.:
สงสัยว่าคำว่า "กำไรสุทธิบัญชีการเงิน" "กำไรสุทธิภาษีอากร"  มีความหมายเหมือนกับ "บัญชีการเงิน"  "บัญชีภาษีอากร" อย่างไร  รวมทั้งความสัมพันธ์

a-man:
เป็นความสัมพันธ์อันลึกซึ้ง  ที่แยกจากกันไม่ได้จ๊ะ  พูดไปแล้วอายจัง  ดูตัวอย่างเลยแล้วกัน



รายได้    100

หัก  ต้นทุน   80

กำไรขั้นต้น  20

หักค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร  12

กำไรสุทธิก่อนดอกเบี้ยและภาษีเงินได้   8

หัก  ดอกเบี้ยจ่าย  2

กำไรสุทฺธิก่อนภาษีเงินได้   6



ต้องพักไว้แค่นั้นก่อนเพื่อคำนวณหาภาษีที่ต้องชำระ

วิธีการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล

กำไรทางบัญชี  ( ซึ่งจะเป็นกำไรก่อนภาษี )    6

บวกกลับด้วย  รายจ่ายต้องห้ามในทางภาษี  ตามมาตรา 65 ตรี  จำนวน   4

กำไรสุทธิทางภาษี    10



นำกำไรสุทธิทางภาษี  มาคำนวณตามอัตราภาษี  ซึ่งสมมติว่าคิดอัตราเดียว  30%  ก็จะมีภาษีเท่ากับ   3  บาท



ซึ่งจะเห็นได้ว่า  กำไรสุทธิทางบัญชี  นั้นจะเป็นตัวฐานที่จะนำมาปรับปรุงกับรายจ่ายต้องห้ามทางภาษี  เพื่อให้เป็นกำไรในทางภาษี  นะจ๊ะ

007:
บัญชีกำไรสุทธิ เป็นส่วนย่อยของบัญชี

007:
ข้อแตกต่างระหว่างกำไรสุทธิทางบัญชีกับกำไรสุทธิทางภาษีอากร



๑) รายได้บางรายการ หลักบัญชีการเงินไม่ถือเป็นรายได้แต่หลักบัญชีภาษีอากรถือเป็นรายได้ ผลคือกำไรทางภาษีอากรจะสูงกว่ากำไรทางบัญชี ( มาตรา ๗๐ ตรี , มาตรา ๖๕ ทวิ )

๒) รายได้บางรายการ หลักบัญชีการเงินถือเป็นรายได้ แต่หลักบัญชีภาษีอากรจะไม่ถือเป็นรายได้ กรณีนี้กำไรสุทธิทางบัญชีก็จะสูงกว่ากำไรสุทธิทางภาษีอากร (มาตรา ๖๕ ทวิ (๑๐))

๓) รายจ่ายบางรายการตามหลักบัญชีการเงินถือเป็นรายจ่าย แต่หลักบัญชีภาษีอากรไม่ถือเป็นรายจ่าย ผลคือกำไรทางบัญชีจะน้อยกว่ากำไรทางภาษี (มาตรา ๖๕ ตรี)

๔) รายจ่ายบางรายการ หลักบัญชีภาษีอากรกำหนดให้หักเป็นรายจ่ายได้มากกว่าหลักบัญชีการเงิน ผลคือรายจ่ายทางภาษีจะมากกว่ารายจ่ายทางบัญชี ทำให้กำไรทางภาษีต่ำกว่ากำไรทางบัญชี รายจ่ายที่ทางภาษีหักได้มากกว่าทางบัญชี

๕) ทรัพย์สินและหนี้สินบางรายการ หลักบัญชีการเงินกับหลักบัญชีภาษีอากรถือปฏิบัติแตกต่างกัน กำไรสุทธิทางบัญชีกับกำไรสุทธิทางภาษีจึงอาจจะแตกต่างกัน

๖) การรับรู้รายได้และรายจ่าย ในทางบัญชีกับภาษีจะมีความแตกต่างกันเกี่ยวกับการรับรู้รายได้และรายจ่าย แม้ว่าในทางบัญชีและในทางภาษีจะใช้หลักเกณฑ์สิทธิในการรับรู้รายได้และรายจ่ายสำหรับผู้เสียภาษีที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล (มาตรา ๖๕ วรรคสอง)



จากมูลเหตุทั้ง ๖ ข้อนี้ ทำให้เราเห็นได้ว่ากำไรในทางภาษีจะไม่ตรงกับกำไรในทางบัญชีแน่นอน เมื่อเป็นเช่นนี้ทุกครั้งที่จะทำการยื่น ภ.ง.ด.๕๐ เพื่อเสียภาษีจึงต้องมีการปรับปรุงกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิทางบัญชีให้เป็นกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิทางภาษี วิธีการ Adjust ก็ใช้หลัก ๖ ข้อดังกล่าวข้างต้น อาจจะมีการดำเนินการ Adjust เพิ่มรายได้หรือลดรายได้ การเพิ่มรายได้เป็นมูลเหตุข้อที่ ๑ ลดรายได้เป็นมูลเหตุข้อที่ ๒ หรืออาจจะมีการเพิ่มรายจ่ายซึ่งเป็นมูลเหตุข้อที่ ๔ หรือลดรายจ่ายคือมูลเหตุข้อที่ ๓ หรือมีการปรับปรุงทรัพย์สินหนี้สินอย่างเช่น ค่าเสื่อมราคาหรือการตัดหนี้สินสูญก็เป็นมูลเหตุข้อที่ ๕ หรืออาจจะมีการปรับปรุงเกี่ยวกับการรับรู้รายได้รายจ่ายตามเกณฑ์สิทธิก็เป็นมูลเหตุข้อที่ ๖ ดังนั้น มูลเหตุทั้ง ๖ ข้อนี้จะต้องใช้ และจะมีผลทำให้กำไรสุทธิทางบัญชีกับทางภาษีแตกต่างกัน





ที่มา: http://www.tsu.ac.th/law/lecture/summtax.doc

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

ตอบ

ไปที่เวอร์ชันเต็ม