www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี
ภาษีมูลค่าเพิ่ม - กรณีสินทรัพย์สูญเสียจากภัยธรรมชาติ
(1/1)
มัฉจุราช:
กรณีสินทรัพย์ที่สูญเสียหรือเสียจากภัยธรรมชาติหรือเกิดจากไฟไหม้ จำเป็นจะต้องนำส่งภาษีซื้อในส่วนที่สินทรัพย์เสียหายคืนต่อสรรพากรหรือไม่ (เหมือนกับตอนยกเลิกกิจการหรือไม่)
ถ้าต้องเสียคงไม่มีเงินไปเสียเพราะหมดตัว
ส่วนเบี้ยประกันที่ได้รับมาต้องนำส่งภาษีซื้อหรือถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้หรือไม่
ขอบคุณเป็นอย่างสูง ผู้ประสบภัยสึนามิ
อ้วน:
ทรัพย์สินของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติ ผลเสียดังกล่าวถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้
ปัญหาที่น่าสนใจสำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลก็คือทรัพย์สินเสียหายหรือสูญหายจะธรณีพิบัติคลื่นยักษ์พัดถล่ม 6 จังหวัดภาคใต้ ซึ่งต้องแยกเป็น 2 ประเด็น คือ กรณีการตัดมูลค่าต้นทุนที่เหลืออยู่ของทรัพย์สินที่สูญหายหรือชำรุดจนไม่สามารถใช้งานได้ กรมสรรพากรจึงกำหนดหลักเกณฑ์ไว้ดังต่อไปนี้
1. กรณีที่ทรัพย์สินชำรุดจนไม่สามารถใช้งานได้
บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจะนำมูลค่าต้นทุนที่เหนืออยู่ของทรัพย์สินนั้นตัดเป็นรายจ่ายทั้งจำนวนไม่ได้ แต่หากได้ทำลายหรือขายไปซึ่งทรัพย์สินนั้น ก็มีสิทธิ์ตัดต้นทุนที่เหลืออยู่เป็นรายจ่ายได้ ในกรณีที่ขายทรัพย์สินนั้นไปบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น ต้องนำราคาขายทรัพย์สินดังกล่าวมารวมคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลด้วย
2. กรณีที่ทรัพย์สินสูญหาย
ซึ่งถือเป็นผลเสียหายจากการประกอบกิจการ และบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลประสงค์จะตัดต้นทุนที่เหลืออยู่ของทรัพย์สินนั้นเป็นรายจ่ายทั้งจำนวน ได้ดังนี้
(ก) กรณีที่ทรัพย์สินที่สูญหายนั้นได้มีการประกันหรือสัญญาคุ้มกันใด ๆ ไว้
กรณีดังกล่าวถือเป็นผลเสียหายอันอาจได้รับกลับคืน เนื่องจากการประกันหรือสัญญาคุ้มกันใด ๆ ดังนั้น เมื่อทรัพย์สินได้รับความเสียหายและกำลังรอการชดใช้จากบริษัทประกันภัยแต่ได้สิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชีไปก่อน เช่นนี้บริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจะตัดผลเสียหายดังกล่าวเป็นรายจ่ายทันทีไม่ได้ จะต้องรอจนกว่าจะได้รับค่าสินไหมที่ได้รับชดใช้จากบริษัทประกันภัยเสียก่อน ถ้าผลเสียหายมากกว่าค่าชดใช้ผลต่างถือเป็นผลเสียหายที่มีสิทธิ์หักเป็นรายจ่ายได้ แต่ถ้าค่าชดใช้สูงกว่าความเสียหาย ผลต่างถือเป็นรายได้ จึงต้องนำมารวมคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลด้วย
(ข) กรณีทรัพย์สินที่สูญหายนั้นไม่มีการประกันหรือสัญญาคุ้มกันใด ๆ
มูลค่าของต้นทุนที่เหรืออยู่ของทรัพย์สินนั้นถือเป็นผลเสียหายจากการประกอบกิจการ มีสิทธิ์ตัดเป็นรายจ่ายได้ทั้งจำนวน แต่จะต้องมีหลักฐานที่เชื่อถือได้ เพื่อแสดงให้เห็นว่าทรัพย์สินนั้นได้สูญหายจริง เช่นหลักฐานการแจ้งความที่สถานีตำรวจหรือหน่วยราชการ
ปัญหาของทรัพย์สินของกิจการที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหากมีหลักฐานดังกล่าวตัดสำเนาใบแจ้งความเป็นหลักฐานก็สามารถตัดมูลค่าของทรัพย์สินที่เหลืออยู่ทั้งหมดเป็นรายจ่ายได้ทั้งจำนวน ในกรณีที่ไม่ได้ทำประกันภัยไว้ สำหรับทรัพย์สินที่ซ่อมแซมได้ มูลค่าซ่อมแซมก็สามารถตัดเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้
ภัยพิบัติที่เกิดจากแผ่นดินไวและคลื่นทะเลโหมกระหน่ำ 6 จังหวัดภาคใต้ของไทยซึ่ง ได้แก่ ภูเก็ต กระบี่ พังงา ตรัง สตูล และระนอง โดยเฉพาะจังหวัดพังงามีผู้เสียชีวิตมากที่สุด และทรัพย์สินโดยส่วนใหญ่เสียหายเกือบทั้งหมดบ้านเรือนที่อยู่อาศัย อาคารโรงแรม สำนักงาน บริษัทห้างร้านต่าง ๆ พังพินาศหมด บางกิจการไม่สามารถซ่อมแซมได้เนื่องจากความเสียหายที่ไม่สามารถกอบกู้ให้คงสภาพเดิมได้ อาจจะต้องมีการรื้อถอน ทุบทิ้ง ทำลาย หากบางกิจการอาจจะโชคดีหน่ายก็สามารถซ่อมแซมแก้ไขหรือปรับปรุงให้ใช้งานได้ บางกิจการไม่เหลือไม่แต่อาคารและเอกสารต่าง ๆ ที่เป็นหลักฐานในการดำเนินธุรกิจเนื่องจากสูญหายไปกับกระแสนำซึ่งไม่มีระบบเก็บข้อมูลรองรับเอาไว้ ไม่สามารถกอบกู้ข้อมูลดังกล่าวขึ้นมาได้ นอกจากนั้นพนักงานของกิจการหรือเจ้าของกิจการหรือผู้บริหารบางคนก็เสียชีวิต หรือบาดเจ็บ ก็ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี การซ่อมแซมหรือการรื้อถอนได้เริ่มต้นขึ้นแล้วรัฐบาลได้มีการเร่งปรับปรุงซ่อมแซมให้ธรรมชาติกลับคืนมาให้ไว้ที่สุด สำหรับเอกสารทางบัญชีและภาษีสูญหายควรจะมีการแจ้งพาณิชย์จังหวัด (สารวัตรบัญชี) และสถานีตำรวจเพื่อเป็นหลักฐานประกอบการเสียภาษีและจัดทำบัญชี
สรุป
1. ถ้าปฏิบัติได้ตามคำแนะนำเบื้องต้น ก็ไม่ต้องนำส่งภาษีซื้อครับ
2. ที่ถามว่า ส่วนเบี้ยประกันที่ได้รับ ผมเข้าใจว่าเป็นเงินที่ได้รับชดเชยค่าเสียหายจากบริษัทประกันภัย สำหรับเงินที่ได้รับชดเชยค่าเสียหาย จะไม่มีภาษีมูลค่าเพิ่มครับ และจะไม่ถูกหัก ณ ที่จ่ายครับ
นำร่อง
[0] ดัชนีข้อความ
ไปที่เวอร์ชันเต็ม