www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี

การควบรวบกิจการ

(1/1)

Angun:
มีบริษัทอยู่ 3 บริษัท (เจ้าของคนเดียวกันพนักงานชุดเดียวกันทำงาน )ทำธุรกิจให้บริการเกี่ยวกับเว็บไซต์เหมือนกัน โดยจัดตั้งตามลำดับ 1,2,3  เจ้าของต้องการรวมกิจการบริษัทที่ 1 และ 2 มาใช้ชื่อบริษัทที่ 3 บริษัทเดียว  ซึ่งต้องการให้ผลประกอบการของบริษัท 1,2 โยกมาด้วย  เพราะมีแผนต้องการใช้ชื่อบริษัทที่ 3 เข้าตลาดหลักทรัพย์ในอีก 5 ปีข้างหน้า เพราะบริษัทที่ 3 มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักอยู่แล้ว     แต่ทุนจดทะเบียบของบริษัทที่ 3  มีน้อยกว่าบริษัทที่ 1,2 มาก

จึงขอคำแนะนำในการควบรวมอย่างถูกต้องและไม่ผิดต่อระเบียบสรรพากรด้วยค่ะ  ( ขอขอบพระคุณอย่างสูงค่ะ)  

007:
ในทางภาษี แค่ออกบิลในนามบริษัทที่ต้องการ แล้วทำการเพิ่มทุนก็เพียงพอแล้วนะ



town:
เรื่องของการรวมธุรกิจ ซึ่งโดยทั่วไปมีอยู่ 4 รูปแบบด้วยกันคือ

1. การควบกิจการ ( Merger )

กล่าวคือ เป็นการที่กิจการหนึ่งโอนสินทรัพย์และหนี้สินให้กับอีกกิจการหนึ่ง โดยกิจการที่โอนเป็นฝ่ายเลิกกิจการ ส่วนกิจการที่เป็นผู้รับโอนสินทรัพย์สุทธิจะยังคงดำเนินงานต่อไป และมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ในการรับโอนสินทรัพย์สุทธินั้น กิจการที่เป็นผู้ซื้อหรือผู้รับโอนจะจ่ายชำระเป็นเงินสด หุ้นทุน หรือหุ้นกู้ ให้แก่กิจการที่เป็นผู้ขาย หรือ ผู้โอนสินทรัพย์สุทธิ ซึ่งจะนำไปแบ่งกันระหว่างผู้ถือหุ้นของกิจการที่เป็นผู้ขายหรือผู้โอนสินทรัพย์สุทธิ การรวมธุรกิจในรูปแบบนี้จะต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นของแต่ละกิจการที่จะรวมธุรกิจเกี่ยวกับหลักการและเงื่อนไขในการรวมธุรกิจเสียก่อน



2. การรวมกิจการ ( Consolidation )

เป็นการที่กิจการที่มารวมกันโอนสินทรัพย์และหนี้สินให้กิจการใหม่ โดยกิจการที่มารวมกันเลิกกิจการไป ทำให้กิจการเดิมที่มารวมกันทุกกิจการเลิกไป กิจการที่ตั้งขึ้นมาใหม่จะจ่ายชำระค่าสินทรัพย์สุทธิที่รับโอนมาให้แก่กิจการที่เลิกไป โดยออกหุ้นสามัญของกิจการใหม่ให้ไป ผู้ถือหุ้นของกิจการที่เลิกไปจึงกลายเป็นผู้ถือหุ้นในกิจการใหม่

เช่น บริษัท ก. รวมธุรกิจกับบริษัท ข. โดยทั้งสองบริษัทเลิกกิจการไป และจัดตั้งเป็นบริษัท ค. ซึ่งบริษัท ค. ก็จะออกหุ้นสามัญเพื่อแลกเปลี่ยนกับสินทรัพย์สุทธิของบริษัท ก. และ บริษัท ข. เมื่อบริษัท ก. และบริษัท ข. ได้รับหุ้นสามัญของบริษัท ค. ก็จะนำไปแบ่งให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัท ก. และบริษัท ข. ต่อไป



3. การซื้อหุ้น ( Stock Acquisition )

เป็นการรวมธุรกิจโดยการซื้อหุ้นที่มีสิทธิออกเสียง ( หุ้นสามัญ ) ของบริษัทที่ต้องการรวมธุรกิจเพื่อให้มีสิทธิควบคุมการบริหารงานในบริษัทที่ถูกซื้อหุ้น กล่าวคือ มีอำนาจในการกำหนดนโยบายการเงินและการดำเนินงานของบริษัที่ถูกซื้อหุ้น เพื่อให้ได้มาซึ่งประโยชน์จากกิจกรรมต่างๆ ของบริษัทนั้น

บริษัทผู้ซื้อหุ้น เรียกว่า บริษัทใหญ่ ( Parent Company ) ส่วนบริษัทที่ถูกซื้อหุ้น เรียกว่า บริษัทย่อย ( Subsidiary Company ) บริษัทใหญ่และบริษัทย่อยยังคงดำเนินงานต่อไป และต่างก็ยังคงมีฐานะเป็นนิติบุคคลเช่นเดิม ซึ่งมีหน้าที่ต้องทำงบการเงินของแต่ละบริษัทตามกฏหมาย และบริษัทใหญ่ยังต้องจัดทำงบการเงินรวมเพื่อเสนอต่อผู้ถือหุ้น บริษัทใหญ่และบริษัทย่อยจึงกลายเป็นบริทในเครือ ( Affiliated Company ) บริษัทที่ซื้อหุ้นอาจจะชำระค่าหุ้นด้วยเงินสด สินทรัพย์ หุ้นทุน หรือหุ้นกู้ก็ได้



หมายเหตุ หากบริษัทใหญ่มีสิทธิออกเสียงทั้งโดยทางตรงและทางอ้อมเกินกว่ากึ่งหนึ่งหรือ เกินกว่าร้อยละ 50 ในบริษัทอื่น มาตรฐานการบัญชีให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริษัทใหญ่มีอำนาจควบคุมบริษัทนั้น ซึ่งเรามักจะเรียกว่า บริษัทย่อย หรือบริษัทลูก

แต่บริษัทที่ลงทุนมีสิทธิออกเสียงทั้งโดยทางตรงและทางอ้อมในกิจการที่ไปลงทุนร้อยละ 20 หรือมากกว่า แต่ไม่เกินร้อยละ 50 มาตราฐานการบัญชีให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริษัทผู้ลงทุนมีอิทธิพลอย่างเป็นสาระสำคัญต่อกิจการที่ไปลงทุน ซึ่งบริษัทที่อยู่ภายใต้อิทธิพลนี้ เรียกกว่า บริษัทร่วม ( Associated Company )



4. การซื้อสินทรัพย์ ( Asset Acquisition )

เป็นการรวมธุรกิจโดยการซื้อสินทรัพย์สุทธิหรือสินทรัพย์ส่วนใหญ่ หรือสินทรัพย์ทั้งหมดจากกิจการอื่น โดยจ่ายชำระราคาสินทรัพย์ที่ซื้อมาเป็นเงินสด สินทรัพย์ หุ้นทุน หรือหุ้นกู้ก็ได้ ในการซื้อสินทรัพย์นี้จะต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมกรรมการและที่ประชุมผู้ถือหุ้นก่อน บริษัทที่ขายสินทรัพย์อาจจะยังคงอยู่หรือเลิกกิจการไปก็ได้ แต่ไม่ได้กลายเป็นบริษัทในเครือ ดังนั้นในกรณีนี้จะไม่มีการจัดทำงบการเงินรวมและผู้ซื้อสินทรัพย์เพียงแต่บันทึกการซื้อสินทรัพย์เท่านั้น



http://www.avaccount.com/wb/show.php?No=1521&c=act



ส่วนในแง่ของสรรพากร  ก็ให้ปฏิบัติไปตามหลักภาษีอากรของแต่ละเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามพื้นฐานของแต่ละกิจการ  เช่น  หากเลือกซื้อทรัพย์สิน  ผู้ขายถ้าอยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม  ก็จะต้องเรียกเก็บและออกใบกำกับภาษีให้กับทางผู้ซื้อ  เป็นต้นครับ

สีรุ้ง:
ปัญหาทางบัญชีในการควบรวมกิจการ ส่วนใหญ่เป็นทางด้านใด

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

ตอบ

ไปที่เวอร์ชันเต็ม