www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี
วัตถุประสงค์ของการวางแผนภาษีอากร
อ๋อม:
วัตถุประสงค์ของการวางแผนภาษีอากร คืออะไร
แมว:
1. เพื่อการจ่ายภาษีน้อยสุด
2. เพื่อการจ่ายภาษีให้ถูกต้องตามกฎหมายค่ะ
อ้วน:
1. การวางแผนภาษีอากร ( Tax Planning ) คือ การตัดสินใจเตรียมการเพื่อการปฏิบัติในอนาคตเกี่ยวกับภาษีอากรทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะให้การเสียภาษีอากรและการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากรขององค์กรเป็นไปโดยถูกต้องและครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฏหมายภาษีอากร และต้องเสียภาษีอากรเป็นจำนวนน้อยที่สุด หรือประหยัดที่สุด
2. วัตถุประสงค์ของการวางแผนภาษี ก็เพื่อ
2.1 ถูกต้องครบถ้วนตามกฏหมาย
ในการวางแผนภาษีอากร ผู้วางแผนจะต้องมีความรู้ความเข้าใจตัวบทกฏหมายอย่างชัดเจนถูกต้อง ไม่หลงลือประเด็นหนึ่งประเด็นใดในตัวบทกฏหมายภาษีอากร ทำให้กิจการเสียภาษีโดยประหยัดและถูกต้อง สิ่งที่ผู้วางแผนภาษีควรคำนึงถึงอย่างหนึ่งก็คือ อย่ามองแง่ใดแง่หนึ่งเพียงแง่เดียว จะต้องมองรายละเอียดของภาษีอากรที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจนและถูกต้อง
2.2 ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีสูงสุด
จะต้องศึกษาข้อกฏหมายที่จะทำให้กิจการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีสูงสุด โดยการกำหนดทางเลือกในการนำเงื่อนไขทางกฏหมายมาใช้ให้กิจการได้รับประโยชน์สูงสุดและถูกต้องตามกฏหมายด้วย
2.3 ปลอดภัยจากภาระที่อาจจะเกิดขึ้นในภายภาคหน้า
การวางแผนภาษีอากรจะต้องคำนึงถึงปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต หากมุมมองของผู้วางแผนขาดความรอบครอบในการศึกษาตัวบทกฏหมายได้อย่างถูกต้องแล้ว อาจเกิดปัญหาได้ในอนาคต โดยถูกสรรพากรเรียกตรวจสอบและประเมินภาษี
2.4 มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนและสมเหตุผล
เมื่อมีการวางแผนภาษีอากรในเรื่องหนึ่งเรื่องใด จะต้องมีการยกกฏหมายมาอ้างอิงชัดเจน สามารถตอบคำถามในปัญหาต่างๆ ได้โดยปราศจากข้อโต้แย้งทางภาษีอากร
2.5 ช่วยในการลดต้นทุน
กิจการที่มีการวางแผนภาษีอากรจะทำให้กิจการสามารถลดต้นทุนที่ไม่จำเป็นออกไป เช่น การขอรับสิทธิการส่งเสริมการลงทุน เป็นต้น นอกจากจะช่วยในการลดต้นทุนของกิจการแล้ว ยังช่วยในการเพิ่มกำไรสุทธิของกิจการให้สูงขึ้นโดยการอาศัยการวางแผนภาษี
3. กิจการที่มีความประสงค์ที่จะมีการวางแผนภาษีอากร จะต้องมีการศึกษาข้อมูลต่างๆ ก่อนการวางแผนภาษีนะครับ เมื่อเริ่มต้นจะทำการวางแผนภาษีอากรจะต้องการศึกษาความเป็นไปได้ของการวางแผนภาษี เพราะกิจการอาจจะมีการเลือกการวางแผนภาษีเฉพาะด้านเช่น วางแผนภาษีเงินได้นิติบุคคล วางแผนภาษีมูลค่าเพิ่ม วางแผนภาษีธุรกิจเฉพาะ ฯลฯ ผู้วางแผนภาษีอาจจะเลือกวางแผนภาษีบางประเภทก่อน แล้วจึงจะวางแผนภาษีประเภทอื่นที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ดีในการวางแผนภาษีของกิจการ ภาษีอากรที่เกิดขึ้นมักจะมีส่วนที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องกันเสมอ ดังนั้นการวางแผนภาษีที่ดีจะต้องคำนึงถึงภาษีทุกตัวที่เกี่ยวข้องกับกิจการรวมไปถึงระบบบัญชีเพื่อให้รองรับและสอดคล้องกันได้ สิ่งสำคัญในการวางแผนภาษีจะต้องมีการรวบรวมข้อมูลของกิจการแล้วนำไปวิเคราะห์ความต้องการเพื่อประโยชน์ในการนำไปใช้ต่อไป
ลำดับขั้นตอนในการวางแผนภาษี
ในการวางแผนภาษีของกิจการ ผู้วางแผนภาษีควรจะวางแผนภาษีที่ประกอบไปด้วยบุคคลหลายสาขาอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นด้านบัญชี ผู้สอบบัญชี หรือด้านกฏหมายภาษีอากร หรือกฏหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยนำบุคคลต่างๆ มาจัดตั้งเป็นรูปแบบของคณะกรรมการหรือกลุ่มของผู้เชี่ยวชาญเพื่อจะได้ไม่การสร้างแนวความคิดหรือกรอบขอ่งการวางแผนภาษีให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งในการวางแผนภาษีที่ผู้วางแผนภาษีจะต้องนำไปปฏิบัติมีขั้นตอนดังต่อไปนี้
1. ศึกษาข้อเท็จจริง
ในการวางแผนภาษีที่ดีนั้น ผู้วางแผนภาษีจะต้องศึกษาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยวางแผนวิเคราะห์ทางเลือกของข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นด้านบัญชี และภาษีอากร ว่ามีผลกระทบใดบ้างที่กิจการจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขนั้น
2. การเตรียมการก่อนการวิเคราะห์ข้อมูล
ในการวางแผนภาษีจะต้องมีการเตรียมข้อมูลที่จะนำมาใช้ในการวางแผนภาษี ที่จะเป็นเครื่องมือช่วยในการหาคำตอบหรือแก้ไขปัญหาด้านภาษีอากร เช่น ประมวลรัษฎากร หนังสือตอบข้อหารือของกรมสรรพากร คำพิพากษาฏีกา
3. นำข้อมูลมาวิเคราะห์ปัญหา
เมื่อกิจการได้มีการกำหนดข้อมูลปัญหาที่จะนำมาวางแผนภาษี ผู้วางแผนภาษีจะต้องนำข้อมูลดังกล่าวมาวิเคราะห์ปัญหาในแต่ละประเด็น โดยแยกเป็นกรณีศึกษาทางเลือกไว้หลายกรณีด้วยกัน แล้วนำมาเปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียของแต่ละทางเลือก ซึ่งอาจจะนำปัญหาดังกล่าวไปสอบถามประเด็นภาษีกับทางกรมสรรพากรก็ได้ หากพบว่าไม่สามารถหาคำตอบหรือไม่ชัดเจน หรือมีข้อขัดแย้งที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้
4. การแก้ไขปัญหาตามกรณีศึกษาที่ได้กำหนดไว้
การวางแผนภาษีที่นิยมปฏิบัติกันมากโดยวิธีหนึ่งก็คือ กำหนดปัญหาขึ้นมาหรือที่เรียกว่า กรณีศึกษาขึ้นมา 2 - 3 กรณีด้วยกันเพื่อที่จะได้นำข้อมูลของปัญหาดังกล่าวมาแก้ไขแต่ละประเด็น สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งก็คือ ผู้วางแผนภาษีจะต้องทราบก่อนว่าอะไรคือปัญหาที่จะต้องเข้าไปวางแผนภาษี และจะสามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ในกรณีใดบ้าง มีผลกระทบทางภาษีประเภทใดบ้างที่เข้ามาเกี่ยวข้องในกรณีดังกล่าว
5. การตัดสินใจเลือก
เมื่อมีการวางประเด็นของปัญหาในแต่ละกรณีไม่ว่าจะเป็นข้อดี - ข้อเสียในแต่ละประเภท ตลอดจนภาษีอากรที่มีผลกระทบ ผู้วางแผนจะต้องนำกรณีศึกษาทุกกรณีมาเปรียบเทียบข้อดี - ข้อเสีย หรือจุดเด่นจุดด้อยให้เป็นข้อมูลที่คณะกรรมการวางแผนภาษีที่จะกำหนดเป็นทางเลือกที่จะนำไปให้ถือหฏิบัติต่อไป เมื่อได้ตัดสินใจทางเลิอกใดได้แล้ว ควรจะนำไปตรวจสอบข้อมูลจากบุคคลภายนอกอีกครั้งเช่น ผู้เชี่ยวชาญภาษีอากร หรือสอบถามจากกรมสรรพากร
6. ประเมินผลการนำไปปฏิบัติ
หลังจากผู้วางแผนภาษีได้กำหนดทางเลือกเพื่อนำมาปฏิบัติแล้วจะต้องนำออกมาใช้ ซึ่งจะต้องมีการติดตามผลของการนำไปปฏิบัติว่าเป็นไปตามแผนที่ได้วางไว้หรือไม่ หากมีปัญหาจะได้นำไปแก้ไขปรับปรุงได้ทันท่วงที เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อกิจการ
007:
เยื่ยมครับ
วุ้นเส้น:
วัตถุประสงค์ของกรมสรรพากร
นำร่อง
[0] ดัชนีข้อความ
[#] หน้าถัดไป
ไปที่เวอร์ชันเต็ม