www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี

มีการส่งออก แต่สุดท้ายลูกค้าคืนของทั้งหมดค่ะ

(1/2) > >>

แมว:
1. การทำ cn ลดหนี้รับคืน ต้องใช้เอกสารอะไร



2. การบันทึกรับเข้าสต๊อคของโรงงาน ต้องใช้อะไรแนบบ้าง



3. การทำการจ่ายเงินบริษัทที่เราใช้บริการ ต้องบันทึกบัญชีอย่างไร



4. ยื่น ภาษีขายลดยอดขายส่งออกหรือไม่



ที่ถามเพราะไม่เคยเจอกรณีนี้ค่ะ ขอคำแนะนำว่าต้องทำอะไรอย่างไรบ้าง อาจจะไม่ต้องตอบเป็นข้อ ๆ เหมือนที่ถามก็ได้ค่ะ



และ การลดหนี้ ลดด้วย cn รับคืนของ ต้องมีอย่างอื่นประกอบหรือไม่ (เกรงว่าจะมีประเด็นกับสรรพากรค่ะ)

แมว:
เป็นการถามและให้ข้อมูลเพิ่มเติมของการถามครั้งแรกค่ะ



ในเดือน 2 มีการส่งสินค้าให้ลูกค้าต่างประเทศที่อิตาลี



เดือน 6 มีการรับคืนสินค้าเนื่องจากไม่ตรงกับความต้องการของลูกค้าทั้งจำนวนที่ส่งไปเลย



ถามว่า อัตราแลกเปลี่ยนให้ใช้อัตราแลกเปลี่ยนใด ณ วันที่ของเข้าถึงโรงงานค่ะ



ผลต่างอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันส่งออก กับวันรับคืนเป็นคนละอัตรากัน จะให้ลงผลต่างเป็นอะไร



การทำลดหนี้รับคืนสินค้านั้น ล้างหนี้ลูกค้าตอนที่ตั้งไว้ตอนที่ส่งออก จะเกิดผลต่างอัตราแลกเปลี่ยน จะบันทึกอย่างไร



รบกวนถามเพื่อการทำงานและการบันทึกบัญชีที่ถูกต้องชัดเจน และเพื่อการรองรับการเข้าตรวจของเจ้าหน้าที่สรรพกรด้วยค่ะ



เอกสารที่ต้องใช้ประกอบอะไรบ้าง



คิดว่า กรณีนี้เป็นกรณีศึกษาของผู้ประกอบการส่งออกได้เลยค่ะ



รบกวนด้วยค่ะ



และ ขอบคุณมากค่ะ



แมว

007:
ผมคิดว่าเมื่อมีการรับคืนสินค้าที่เราส่งออกไปภายใน 1 ปี จะได้รับยกเว้นอากรขาเข้า และภาษีมูลค่าเพิ่มตอนนำเข้า แต่ยังคงต้องจ่ายค่าบริการออกของอยู่ดี ค่าใช้จ่ายดังกล่าวควรเป็นค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (เป็นความผิดพลาดทำให้มีการคืนสินค้า) และบันทึกสินค้าเข้าสต็อกตามราคาทุนเดิมที่ซื้อมา (ผลต่างอัตราแลกเปลี่ยนต่างๆ ไม่มี เนื่องจากไม่ได้ชำระราคากัน) และนำยอดเงินตามใบลดหนี้ไปลดยอดส่งออกในภ.พ.30 เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดครับ



ผู้มีประสบการณ์โดยตรง ช่วยตอบให้ด้วยนะครับ

อ้วน:
1.  เอกสารที่ใช้ประกอบในการออก C/N เนื่องจากสินค้าผิดคือ  ใบส่งของ/รับของ  ซึ่งในกรณีนี้ก็จะเป็นใบขนขาเข้าและแพคกิ้งลีส  และอาจจะมีหนังสือชี้แจงหรือบอกกล่าวจากทางลูกค้าประกอบด้วยก็ยิ่งดีครับ



2.  การบันทึกตั้งลูกหนี้การค้า  น่าจะเกิดเมื่อมีการส่งออกจากทางท่าเรือประเทศไทย  ดังนั้นควรใช้อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ตามใบขนขาออก  



และเมื่อได้รับสินค้ากลับคืนมาในปีที่มีการขาย  ก็ให้บันทึกโดย

Dr.  รับคืนสินค้า

Dr.  ค่าใช้จ่ายในการนำเข้า

Cr.  ลูกหนี้การค้า

Cr.  เงินสด / ธนาคาร



จะเห็นได้ว่า  จะไม่มีการคำนวณอัตราแลกเปลี่ยนอีกในวันที่ได้รับของกลับคืนมาครับ



3.  ในกรณีนี้เอกสารที่ใช้ในการเข้าสต็อคก็คือ  เอกสารประกอบใบขนขาเข้าต่างๆ ครับ  เช่น แพ็คกิ้งลีส เป็นต้น



4.  หากมีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการรับคืนสินค้า  ตามความเห็นส่วนตัวผม  ผมจะบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายในปีที่เกิดรายการครับ  เพราะไม่ใช่การซื้อสินค้าเข้ามาใหม่  แต่เป็นข้อผิดพลาดในการดำเนินธุรกิจ  และไม่มีประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจอีกแล้ว



5.  ถ้าในกรณีนี้เป็นการส่งออกสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม  ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 97/2543

http://www.rd.go.th/publish/3557.0.html



ก็จะไม่เข้าเงื่อนไขการออกใบลดหนี้ตาม ป.80/2542 ข้อ 1  ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่มีสิทธิออกใบเพิ่มหนี้ตามมาตรา 86/9 แห่งประมวลรัษฎากร จะต้องเข้าเงื่อนไขดังต่อไปนี้

(2) มีการขายสินค้าหรือให้บริการโดยได้ออกใบกำกับภาษีซึ่งมีรายการตามมาตรา 86/4 หรือมาตรา 86/6 แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว

http://www.rd.go.th/publish/3574.0.html



ซึ่งกิจการก็ไม่น่าจะออกใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป แต่จะออกเป็น Invoice แทน  จึงไม่เข้าเงื่อนไขตาม ( 2 ) ครับ



ดังนั้นการออกใบลดหนี้จึงไม่ต้องมีภาษีมูลค่าเพิ่ม  เป็นใบลดหนี้ทางการค้าที่ไม่มี vat  ซึ่งในกรณีนี้ผมก็ไม่แน่ใจว่าจะต้องนำภาษีขายในอัตรา 0  ที่คำนวณจากมูลค่าของสินค้า หรือบริการที่ลดลงนั้นมาหักออกจากภาษีขายของตนในเดือนภาษีที่ได้ออกใบลดหนี้หรือไม่



ปล. รบกวนเวลาคุณแมวโทรศัพท์สอบถามสรรพากรให้ด้วยนะครับ  จะได้นำความรู้มาแบ่งปันกันครับ





 

ตะวัน:
เคยมีกรณีนี้เกิดขึ้นในปีนี้เหมือนกัน ได้สอบถามทีมกำกับดูแล ได้คำตอบว่าไม่ต้องบันทึกใน ภพ.30 แต่ให้ใช้ใบขนขาเข้าทำรับคืนเข้า STOCK ได้เลย

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

ตอบ

ไปที่เวอร์ชันเต็ม