www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี

ถือเป็นสวัสดิการของพนักงานหรือไม่

(1/2) > >>

OnepieceIII:
บริษัท A มีบริษัทแม่อยู่ต่างประเทศ  สิ้นปีพนักงาน บ.A ได้ไปเที่ยวต่างประเทศ  โดยบ. แม่เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด และมาเรียกเก็บบ.A ทีหลัง   ถามว่า



1.บ.A นำมาบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายได้ตามปกติหรือไม่ แล้วต้องบวกกลับในงบการเงิน ณ สิ้นปีหรือเปล่า

2. ถ้าเป็นสวัสดิการของพนักงาน ต้องถือเป็นรายได้ของพนักงานด้วยหรือไม่

3. เวลาโอนเงินกลับไปต่างประเทศ ต้องมีการหัก ณ ที่จ่ายหรือไม่  

*** รบกวนผู้รู้ช่วยตอบด้วยนะคะ*** ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ  ^ - ^

town:
ก่อนอื่นให้แยกให้ได้ก่อนครับว่า  ทางบริษัทแม่นั้นมาเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท A หรือไม่  ถ้าถือถือกี่ %

1.  ถ้าจะลงเป็นรายจ่าย  ก็จะต้องดูครับว่าเป็นรายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการอย่างไร  เช่น  เป็นรางวัลที่ให้กับพนักงานเพื่อให้มีผลงานที่ดีขึ้น  และไม่เลือกปฏิบัติ  ผมมองว่าก็สามารถถือเป็นรายจ่ายได้ไม่ต้องห้าม  



2.  แต่พนักงาน  น่าจะต้องถือเป็นรายได้เนื่องจากหน้าที่การงาน  เพราะดูแล้วค่อนข้างจะเกินสมควร  อีกทั้งต้องดูเหตุผลว่าทำไมบริษัทถึงให้พนักงานไปเที่ยว



3.  ส่วนคำถามนี้คงต้องดูความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทแม่ กับบริษัท A  ว่าเป็นอย่างไรครับ

OnepieceIII:
ขอบคุณสำหรับคำตอบทั้ง 2 นะคะ

รายละเอียดเพิ่มเติมถึงคุณ town เพิ่มเติมดังนี้ค่ะ

1. เกี่ยวกับการถือหุ้นของบริษัทแม่ คือมีกรรมการผุ้จัดการที่มีรายชื่อในบริษัทแม่ มาถือหุ้นบริษัท A 49%

และบริษัท A ก็ใช้ชื่อเช่นเดียวกันกับบริษัทแม่ แต่มี (ประเทศไทย)

2.เหตุผลในการพาพนักงานไปเที่ยวต่างประเทศ ได้ถือปฏิบัติเช่นนี้ทุกปี เสมือนเป็นสวัสดิการของพนักงานทุกคน

          จากข้อมูลข้างต้น ถือได้ว่าสวัสดิการดังกล่าวต้องรวมเป็นเงินได้ของพนักงานในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปลายปี  ถูกต้องหรือเปล่าค่ะ

*** กรณีบริษัทA  ได้ทำประกันหมู่ให้กับพนักงานทุกคน ซึ่งสามารถแจกแจงจำนวนเงินที่จ่ายของแต่ละคนได้ กรณีนี้ต้องถือเป็นเงินได้ของพนักงานหรือไม่ อย่างไร***

ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ



town:
1.  ในแง่ของทางภาษีอากร  เมื่อบริษัทแม่ในต่างประเทศไม่ได้มาถือหุ้นโดยตรงในนามบริษัทแม่  แต่ใช้ชื่อกรรมการมาถือหุ้น  จึงไม่มีนิติสัมพันธ์ในฐานะบริษัทแม่ และบริษัทลูก  เมื่อบริษัทในประเทศไทยจ่ายเงินได้ไปต่างประเทศ  บริษัทในประเทศไทยผู้จ่ายก็มีหน้าที่จะต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย  จึงต้องมาพิจารณาว่าต่อไปว่า เงินที่จ่ายไปนั้น ถือเป็นเงินได้ประเภทอะไร  และจะต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราเท่าใด



ค่าใช้จ่ายที่ทางบริษัทแม่เรียกเก็บนั้น  ระบุรายละเอียดเป็นค่าอะไรบ้างครับ  เพื่อมาพิจารณาว่าควรถือเป็นเงินได้ประเภทอะไร  และจะต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรากี่ %



ให้ดูกฏหมายที่เกี่ยวข้องมีดังนี้

-  มาตรา 50 ให้บุคคล ห้างหุ้นส่วน บริษัท สมาคม หรือคณะบุคคลผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 หักภาษีเงินได้ไว้ทุกคราวที่จ่ายเงินได้พึงประเมิน

http://www.rd.go.th/publish/5937.0.html#mata50



-  มาตรา 70

http://www.rd.go.th/publish/5939.0.html#mata70



-  มาตรา 70 ทวิ

http://www.rd.go.th/publish/5939.0.html#mata70_2



-  คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 4/2528

http://www.rd.go.th/publish/3479.0.html



-  อนุสัญญาภาษีซ้อน

http://www.rd.go.th/publish/14930.0.html



แต่ในเบื้องต้นผมยังประเมินว่า  หากบริษัทในไทยมีการจ่ายเงินให้กับบริษัทแม่ในต่างประเทศ  ก็สามารถลงเป็นค่าใช้จ่ายในทางภาษีได้ครับ  ไม่ต้องห้าม



2.  แม้จะกำหนดให้เป็นสวัสดิการพนักงาน  โดยไม่เลือกปฏิบัติ  แต่ก็ต้องถือเป็นเงินได้ของพนักงาน เนื่องจากหน้าที่การงาน  เพราะไม่มีข้อกำหนดให้ยกเว้นไม่ต้องนำมารวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

http://www.rd.go.th/publish/554.0.html



3.  ส่วนในเรื่องหักภาษี ณ ที่จ่าย  ต้องดูจากเอกสารที่ทางบริษัทแม่เรียกเก็บครับว่าเป็นค่าอะไร  แต่ในเบื้องต้นผมมองว่าจะต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายด้วยครับ



4.  ถ้าเป็นการทำประกันภัยหมู่ให้กับพนักงาน  ทางบริษัทผู้จ่าย  สามารถลงเป็นรายจ่ายได้ไม่ต้องห้าม  ส่วนพนักงานก็ไม่ต้องถือรวมเป็นเงินได้ในการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา  ซึ่งจะต่างกับประกันชีวิตส่วนบุคคลนะครับ  เพราะถ้าเป็นประกันชีวิต  เมื่อเป็นรายจ่ายของกิจการก็จะต้องถือเป็นเงินได้ของบุคคลด้วยครับ

OnepieceIII:
ขอบคุณอีกครั้งนะคะ  สำหรับคำตอบของคุณ Town

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

ตอบ

ไปที่เวอร์ชันเต็ม