www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี

รายได้มาตรา40(6)

(1/1)

heart:
ตามประมวลรัษฏากรนั้นอาชีพบัญชีนั้นถูกกำหนดให้อยู่ในมาตรา 40(6) เป็นวิชาชีพอิสระ และสามารถหักค่าใช้จ่ายได้ 30% จากข้อเท็จจริงที่พบ ผมมีรุ่นพี่อยู่ 3 คน ทุกคนทำงานสำนักงานบัญชี และ มีรายได้จากการรับทำบัญชีอิสระส่วนตัว พอถึงเวลายื่นภาษีเงินได้ คนที่ 1 บอกว่ารายได้จากการับทำบัญชีของสำนักงานบัญชีและรายได้จากการรับทำบัญชีอิสระเป็นรายได้ตามมาตรา 40(6) และหักค่าใช้จ่ายได้ 30% คนที่ 2 บอกว่า รายได้จากการรับทำบัญชีของสำนักงานบัญชีและรายได้จากการรับทำบัญชีอิสระเป็นรายได้ตามมาตรา 40(8) โดยถือเป็นรายได้จากการให้บริการรับทำบัญชี หักค่าใช้จ่ายได้ 80% ส่วนคนที่ 3 บอกว่ารายได้การทำบัญชีของสำนักงานบัญชีนั้นเป็นรายได้ตามมาตรา 40(6) ส่วนรายได้จากการรับทำบัญชีอิสระนั้นถือเป็นรายได้ตามมาตรา 40(2) คือจากการรับจ้างทำบัญชี โดยทุกคนและสำนักงานได้ยื่นรายได้ตามมาตราดังกล่าวมาโดยตลอด และกรมสรรพากรก็มิได้ท้วงติงแต่อย่างใด อยากทราบว่าแท้จริงแล้วควรมีวิธีปฎิบัติอย่างไร หรือถือปฎิบัติได้ทุกวิธีแล้วแต่การตีความว่าเป็น วิชาชีพอิสระ บริการ หรือการรับจ้างทำบัญชี

อ้วน:
การบัญชี  ในหมวดของภาษีเงินได้  คำว่า " วิชาชีพอิสระ " ประเภท  การบัญชีตามมาตรา 40 ( 6 )  หมายถึงเงินได้จากการสอบบัญชี ( โดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต )  และการรับทำบัญชี  โดยไม่รวมถึงบริการอื่นๆ  เช่น การับจ้างจดทะเบียนต่างๆ  ในขณะที่ในหมวดของภาษีมูลค่าเพิ่มคำว่า  " วิชาชีพอิสระ " ที่จะได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81 ( 1 ) ( ฌ )  นั้นใช้คำว่า " ผู้สอบบัญชี "  จึงไม่รวมถึงเงินได้จากการับทำบัญชีด้วย



การรับทำบัญชี  มีภาระภาษีที่เกี่ยวข้อง  3  อย่างด้วยกันคือ

1.  ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา / ภาษีเงินได้นิติบุคคล

2.  ภาษีเงินได้หัก  ณ  ที่จ่าย

3.  ภาษีมูลค่าเพิ่ม



ตามความเห็นส่วนตัวผม  เงินได้ของค่าทำบัญชีตีความเป็นเงินได้ที่แตกต่างกันถึง  2 ประเภทคือ

1. ถือเป็นประเภทเงินเดือนค่าจ้างตาม มาตรา 40 ( 1 ) แห่งประมวลรัษฎากร สามารถหักค่าใช้จ่ายเหมาได้เพียง 40% แต่ไม่เกิน 60,000 บาท



2. เข้าลักษณะเป็นวิชาชีพอิสระตามนัยมาตรา 40 ( 6 ) ซึ่งสามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายได้ 2 แบบคือหักเหมาได้ 30% โดยไม่จำกัดเพดาน หรือจะเลือกขอหักค่าใช้จ่ายได้ตามที่เกิดขึ้นจริงก็ได้ ( เช่น เงินเดือน ค่าเช่าสำนักงาน ค่าเสื่อมราคา ค่าน้ำประปา  ค่าไฟฟ้า  ค่าโทรศัพท์เป็นต้น )



ส่วนเงินได้จากการบริการอื่น  เช่น การรับจ้างจดทะเบียนต่างๆ  ถือเป็นเงินได้จากการรับทำงานให้ตามมาตรา 40 ( 2 ) ซึ่งหักค่าใช้จ่ายรวมกันกับประเภท 40 ( 1 ) ได้เพียง 40% แต่ไม่เกิน 60,000 บาท



หลักในการพิจารณาของผมมีตัวอย่างดังนี้

1. กรณีเงินได้จากการจ้างแรงงานตามมาตรา 40 ( 1 )

จะต้องเป็นลักษณะที่นักบัญชีมีความสัมพันธ์กับเจ้าของบริษัทในฐานะนายจ้างกับลูกจ้าง เช่น พนักงานบัญชีทั้งหลายที่เป็นพนักงานประจำตามบริษัทห้างร้าน



2.  กรณีถือเป็นการประกอบวิชาชีพอิสระตามมาตรา 40 ( 6 ) การตีความเป็นวิชาชีพอิสระตามมาตรา 40 ( 6 ) จะต้องเป็นค่าตอบแทนที่ได้รับจากการใช้วิชาชีพบัญชีในการทำงานให้ และไม่ได้อยู่ในฐานะนายจ้างกับลูกจ้าง แต่อยู่ในฐานะผู้ว่าจ้างกับผู้รับจ้าง  ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของบุคคลธรรมดา  หรือนิติบุคคลก็ตาม



สรุป  ในความเห็นส่วนตัวของผม  ถ้าไม่ใช่ลูกจ้างประจำของบริษัทในฐานะนายจ้างกับลูกจ้าง   ค่าทำบัญชีที่ได้รับมาถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 40 ( 6 )  ( ซึ่งไม่รวมค่าบริการอื่นๆ นะครับ โดยต่าบริการอื่นจะถือว่าเป็นเงินได้ตามมาตรา 40 ( 2 )  ถือเป็นเงินได้จากการรับทำงานให้ )  ทั้งเงินได้ค่าทำบัญชี และเงินได้ค่าบริการอื่น จะมีภาระภาษีมูลค่าเพิ่ม  ถ้าเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ( หลัง 1 เมษายน 2548 ) และจะต้องถูกหัก  ณ  ที่จ่าย 3%  ไม่ว่าจะเสียภาษีในนามบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล

พุทรา:
ถ้าเราเป็นผู้ทำบัญชีมากกว่า 1 บริษัทฯ แต่ได้รับเงินเดือนในฐานะพนักงานของบริษัทฯเพียงบริษัทเดียว จะมีผลว่าเป็นผู้รับจ้างทำบัญชีหรือไม่

ht:
กรณีเป็นแพทย์  ทำงานประจำที่โรงพยาบาลเอกชนได้รับเงินเดือนประจำอยู่ใน ม. 40 ( 1 ) หักลดหย่อนแบบอัตราก้าวหน้า  ส่วนที่จะถามก็คืน เงินได้ที่มาตรวจผู้ป่วยกรณีฉุกเฉิน  คือโรงพยาบาลเรียกหรือตามมาดูผู้ป่วยซึ่งนอกเวลางาน  และไม่ได้กำหนดไว้ว่าจะได้รักษาผู้ป่วยรายนี้เท่าไหร่ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของอาการผู้ป่วยอย่างนี้สามารถนำรายได้ที่เกิดขึ้นเข้า ม. 40 ( 6 ) ได้หรือไม่

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

ตอบ

ไปที่เวอร์ชันเต็ม