www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี

อยากทราบความหมายของคำว่า consortium

(1/2) > >>

จขกท:
ความหมายของคำว่า consortium และตัวอย่างชัดๆ

และความแตกต่างกับคำว่า joint venture อย่างไร

town:
1. การร่วมค้า หมายถึง การประกอบกิจกรรมเชิงเศรษฐกิจของบุคคล หรือ กิจการตั้งแต่สองคนขึ้นไป โดยมีการควบคุมร่วมกันตามที่ตกลงในสัญญา การควบคุมร่วมกันก็หมายถึง การที่ผู้ร่วมค้ามีอำนาจในการกำหนดนโยบายทางการเงิน และการดำเนินงานของธุรกิจที่ร่วมค้านั้นร่วมกัน เพื่อให้ได้รับประโยชน์ของกิจกรรมต่างๆของธุรกิจนั้น การจัดตั้งการร่วมค้าอาจตั้งขึ้นเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย เช่น จัดตั้งในลักษณะห้างหุ้นส่วน บริษัท หรือ อาจไม่ได้มีการจัดตั้งขึ้นเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายก็ได้ แต่ไม่ว่าการร่วมค้าจะมีรูปแบบใดตามกฎหมาย การจะจัดเป็นการร่วมค้าได้ต้องมีลักษณะที่สำคัญ คือ

1. มีผู้ร่วมค้าตั้งแต่ 2 รายขึ้นไป ตกลงกันเป็นสัญญา และ

2. สัญญาดังกล่าวระบุให้ผู้ร่วมค้าทุกรายมีอำนาจในการควบร่วมกัน



คำว่า “ผู้ร่วมค้า” หมายถึง บุคคล หรือ กิจการที่เข้าร่วมในการร่วมค้า และมีอำนาจควบคุมร่วมในกิจกรรมเชิงเศรษฐกิจ หรือ การดำเนินงานของการร่วมค้านั้น แต่ถ้าผู้เข้าร่วมรายใดไม่มีอำนาจควบคุมร่วม มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 46 จะถือว่าบุคคลหรือกิจการนั้นเป็นเพียง “ผู้ลงทุน” ไม่ใช่ผู้ร่วมค้า



สำหรับสัญญาร่วมค้านั้นมักเป็นลายลักษณ์อักษร และอาจจะรวมเป็นส่วนหนึ่งของข้อบังคับของบริษัท หรือข้อกำหนดอื่น ๆ ว่าด้วยการค้า ซึ่งข้อกำหนดในสัญญาที่สำคัญก็คือ จะต้องไม่ให้มีผู้ร่วมค้ารายใดรายหนึ่งสามารถควบคุมการดำเนินงานของการร่วมค้าได้โดยเพียงผู้เดียว ในสัญญาร่วมค้าจะต้องกำหนดถึงการให้ความเห็นชอบของผู้ร่วมค้าในการจะดำเนินการเรื่องใดเรื่องหนึ่ง โดยในบางเรื่องอาจต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ร่วมค้าทุกคนก่อนจึงดำเนินการได้ แต่ในบางเรื่องอาจเพียงต้องการความเห็นชอบจากผู้ร่วมค้าทุกคนก่อนจึงดำเนินการได้ แต่ในบางเรื่องอาจเพียงต้องการความเห็นชอบจากผู้ร่วมค้าส่วนใหญ่เท่านั้นก็สามารถดำเนินการได้ทันที

การร่วมค้านั้น แม้ว่าผู้ร่วมค้าจะมีอำนาจในการควบคุมกิจการได้ แต่ก็เป็นการควบคุมร่วมกับกับผู้ร่วมค้าคนอื่นๆ ไม่ใช่การควบคุมอย่างเต็มที่ ดังนั้นการร่วมค้าจึงมิใช่บริษัทย่อยของผู้ร่วมค้า ผู้ร่วมค้าจึงไม่จำเป็นต้องจัดทำงบการเงินรวมสำหรับการร่วมค้า

การบันทึกบัญชีเกี่ยวกับการร่วมค้าของผู้ร่วมค้านั้นจะขึ้นอยู่กับรูปแบบของการร่วมค้า ซึ่งรูปแบบของกิจการร่วมค้าตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 46 สามารถแบ่งได้เป็น 3 รูปแบบ ดังนี้

1. การดำเนินงานที่ควบคุมร่วมกัน (JOINTLY CONTROLLED OPERRATIONS)

2. สินทรัพย์ที่ควบคุมร่วมกัน (JOINTLY CONTROLLER ASSETS)

3. กิจการที่ควบคุมร่วมกัน หรือกิจการร่วมค้า (JOINTLY CONTROLLER ENTITIES)



การบันทึกบัญชี หรือการแสดงรายการบัญชีสำหรับ 2 รูปแบบแรกนั้น ไม่ได้มีลักษณะอะไรที่พิเศษไปจากรายการที่เกิดจากการดำเนินงานตามปกติของกิจการผู้ร่วมค้าเอง เฉพาะการร่วมค้าในแบบที่ 3 เท่านั้น ที่จะมีการบันทึกและการแสดงรายการที่เป็นลักษณะเฉพาะของกิจการร่วมค้า



2. กิจการร่วมค้า มีสถานะเป็นนิติบุคคลครับ จึงมีสิทธิและหน้าที่เหมือนกับนิติบุคคลทั่วไปครับ เช่น ต้องจัดทำบัญชี , ยื่นเสียภาษี เป็นต้น



3. ขอบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากรในนาม " กิจการร่วมค้า " กับทางสรรพากรพื้นที่ ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ โดยใช้หลักฐานดังนี้

3.1 สัญญากิจการร่วมค้า

3.2 ถ้าเป็นนิติบุคคล ให้แสดงหนังสือรับรองนิติบุคคลทุกฝ่าย พร้อมสำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน กรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อ

3.3 แต่ถ้าเป็นบางส่วนเป็นบุคคล ก็ใช้สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน

3.4 หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ หรือ สัญญาเช่า

3.5 หนังสือมอบอำนาจ และหลักฐานผู้รับมอบ



และถ้าจะจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ก็ให้เตรียมหลักฐานไปด้วย



ส่วนทางด้านกระทรวงพาณิชย์ ไม่ต้องจดทะเบียนอะไรครับ  เพราะกิจการร่วมค้าไม่ใช่นิติบุคคลตามประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์  แต่เป็นเพียงคำที่อยู่ในความหมายของคำว่า " บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล " ตามประมวลรัษฏากร และกิจการร่วมค้านั้นจะมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล



กิจการร่วมค้า ( Joint Venture )  ตามความหมายในมาตรา 39  แห่งประมวลรัษฏากร  คือ

" กิจการที่ดำเนินการร่วมกันเป็นทางการค้าหรือหากำไรระหว่างบริษัทกับบริษัท  บริษัทกับห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล  ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลกับห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล  หรือระหว่างบริษัทและ /หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลกับบุคคลธรรมดา  คณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล  ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือนิติบุคคลอื่น "



ในทางปฏิบัติกรมสรรพากรได้วางบรรทัดฐานในการพิจารณาเพิ่มเติม  โดยกำหนดว่ากิจการร่วมค้า  จะต้องมีคุณสมบัติเข้าลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังต่อไปนี้ด้วย



1)  มีการร่วมทุนกัน  ไม่ว่าจะเป็นเงิน  ทรัพย์สิน  แรงงาน หรือเทคโนโลยี หรือร่วมกันในผลกำไรหรือขาดทุนอันจะพึงได้ตามสัญญาที่ร่วมกันทำกับบุคคลภายนอกหรือ



2)  ได้ร่วมกันทำสัญญากับบุคคลภายนอก  โดยระบุในสัญญาว่าเป็น " กิจการร่วมค้า " หรือ



3)  ได้ร่วมกันทำสัญญากับบุคคลภายนอกโดยสัญญานั้นกำหนดให้ต้องรับผิดร่วมกัน  ในงานที่ทำไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนและต้องรับค่าตอบแทนตามสัญญาร่วมกัน  โดยสัญญานั้นไม่ได้แบ่งแยกงานและค่าตอบแทนระหว่างกันไว้อย่างชัดเจน



ตัวอย่าง  บริษัท ถูไถ จำกัด  ร่วมกับบริษัท พ.การช่าง จำกัด  เข้าทำสัญญารับจ้างก่อสร้างถนนวงแหวนอุตสาหกรรม  แก่กรุงเทพฯ  มูลค่าโครงการ  650 ล้านบาท  กำหนดเวลา  3  ปี



เช่นนี้  ย่อมถือว่า  กิจการร่วมค้ารายนี้เป็นหน่วยภาษี ( tax entity )  ใหม่แยกต่างหากจากผู้ร่วมค้าเดิมแต่ละราย



ข้อดี  ของการตั้งเป็นกิจการร่วมค้าคือ  ถ้าโครงการขาดทุน  ก็ไม่ต้องชำระภาษีเงินได้นิติบุคคล  

และได้รับประโยชน์จากการยกเว้นภาษีเงินปันผลของกิจการร่วมค้า



ข้อเสียคือ  ผู้ร่วมค้าแต่ละรายไม่สามารถนำผลขาดทุน ของกิจการร่วมค้าดังกล่าวไปขอหักเป็นค่าใช้จ่ายในการยื่นแบบ ภงด.50 ของโครงการปกติอื่นๆ เช่นกัน



ส่วน Consortium จะมีลักษณะแตกต่างจาก Joint Venture  กล่าวคือ  สมาชิกของ Consortium นั้นจะมีการแบ่งแยกงานและเงินที่สมาชิกแต่ละคนจะได้รับจากเจ้าของโครงการ  จะมีการร่วมกันก็เพียงแต่มาลงนามในสัญญาฉบับเดียวกันที่ทำกับเจ้าของโครงการเท่านั้นเอง  โดย Consortium นั้นไม่ได้เป็นหน่วยภาษีแยกต่างหากจากผู้เป็นสมาชิกของ  Consortium  



จึงกล่าวได้ว่า   Consortium นั้น สมาชิกแต่ละคนจะได้รับเงินในส่วนของงานที่ตนทำ  จะกำไรหรือขาดทุนก็เป็นเรื่องของตน  ไม่มีการไปรวมกับกำไรหรือขาดทุนของสมาชิก  Consortium รายอื่น  และสมาชิก  Consortium  แต่ละรายก็จะเสียภาษีโดยยื่นแบบแสดงรายการชำระภาษีของตนแยกแต่ละรายไป  

ส่วนในแง่ความรับผิดนั้น  สมาชิกของกิจการร่วมค้าจะรับผิดร่วมกันต่อเจ้าของโครงการ แต่  Consortium นั้น  โดยปกติต่างคนต่างรับผิดชอบเฉพาะส่วนที่เป็นงานของตน  แต่หากเจ้าของโครงการต้องการให้สมาชิกของ  Consortium รับผิดชอบร่วมกันทั้งหมดก็ตกลงกันได้



คำว่า  Consortium นั้นไม่มีการบัญญัติไว้ทั้งในประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์และ  ประมวลรัษฏากร  จึงไม่ต้องขอบัตรประจำตัวผู้เสียภาษี และทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม  เนื่องจากไม่ใช่หน่วยภาษีที่แยกต่างหากจากสมาชิก Consortium

prapojn:
อยากทราบความรับผิดชอบของสมาชิกconsortium สมาชิกที่ 1 ที่งานลำดับที่ 1  และความรับผิดชอบของสมาชิกที่ 2 ที่ต้องทำงานต่อจากงานที่แล้วเสร็จของสมาชิกที่1 แต่สมาชิกที่ 1 ไม่ทำงานให้แล้วเสร็จ จนหมดระยะเวลาตามสัญญา และถูกปรับ  โดยงานที่ทำในสัญญานี้ มีบันทึกข้อตกลงconsortium ในการแยกเนื้องานและ แยกการรับเงิน ของแต่ละสมาชิก  

โอปอ:
สัญญาเช่าดำเนินงาน

เอก:
อ๋อ เขาใจแล้ว



ขอบคุณครีบ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

ตอบ

ไปที่เวอร์ชันเต็ม