www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี

นักบัญชีและผู้สอบทั้งหลาย เศรษฐกิจของท่านๆเป็นไงกันบ้างคะ

(1/1)

ผู้สอบไส้แห้ง:
ของเรา ยอมรับเลยว่าปีนี้เงียบมากกกกกกก ลูกค้าใหม่แทบไม่มี พอจะมีซะหน่อย ก็โดนตัดราคาซะนี่ ลูกค้าเก่าก็พากันปิดซะมาก เห้นว่างานจดทะเบียนบริษัทใหม่ก็ซบเซาด้วย กำลังตัดสินใจว่า คงต้องกลับไปกินเงินเดือนแล้วล่ะเรา ไม่งั้นกินแกลบแหง๋ๆเลย



เราออกจากงานประจำมาก็ 4-5 ปีละ พอจะกลับเข้าไป เราก็กลายเป็นคนล้าสมัยมากๆ โปรแกรมสำเร็จรูปอะไรก็ใช้ไม่เป็นสักอย่าง SAP ก็ไม่เป็น ที่ไหนๆ เขาก็เอาแบบคนเป็นมาก่อนแล้ว เฮ้อ แถมเงินเดือน ก็ไม่ได้สูงอีกเพราะขาดหายประสบการณ์ช่วงที่ออกมารับงานอิสระทำเอง ผู้สอบไส้แห้งอย่างเรา ต้องขอกลับไปเป็นมนุษย์เงินเดือนแล้วจ้า



แชร์ประสบการณ์กันนะคะ

007:
ตั้งแต่หมด "ยุคมือปืน" ก็กลายเป็นตลาดของผู้สอบบัญชี

แต่ตอนนี้มี "ยุคมือมีด" เข้ามา ดังนั้นการตลาดเปลี่ยนไปแล้ว



ผมคิดว่าตอนนี้งานสอบเค้าตัดราคากันอย่างดุเดือด แต่อย่างไรก็ตาม ในความต่ำนั้น มันต้องมีจุดต่ำที่สุด อาจจะเป็นงบละ 2,000 หรือว่างบละ 500 หล่ะ แล้วเซนต์ 200 งบ เค้าก็คิดว่าปีละ 1 ถึง 4 แสนบาท ก็อยู่ได้แล้วถ้าทำเพียงคนเดียว ใช้เวลาทำแค่ 3-4 เดือนต่อปี  สบายดีไหมหล่ะ



แต่ความคิดแบบนั้น มันกระทบต่อเพื่อนร่วมวิชาชีพทุกๆคน มันทำให้วิชาชีพนี้หมดมนต์ขลังไปในที่สุด ต้องไปของาน ใช้กลยุทธ์ทางการตลาดแย่งชิงลูกค้ากัน ก็อย่างว่านะ คนมีหลายประเภท  แต่ที่สำคัญคือคนที่ทำดีอยู่แล้ว ต้องทนต่อไป อย่าร่วมหัวจมท้ายกับพวกคิดสั้นนะ



เป็นไปได้ไหม ถ้าเราจะมีชมรมผู้สอบฯเสียเอง มีมาตรฐานในการกำหนดค่าธรรมเนียมที่ชัดเจน มีการกำหนดราคาขั้นต่ำของงาน แล้วใช้คุณภาพของงานมาแข่งขันกัน



กว่าวันนั้นจะมาถึง ท่านผู้สอบไส้แห้ง คงอาจจะต้องเปลี่ยนตลาดจากรับงานสอบมาเป็นรับปรึกษาแทน  หรือหากว่าท่านมีทีมงานในการวางระบบบัญชี ก็ติดต่อมาที่ info@avaccount.com นะครับ เพราะตอนนี้ทางเราทำงานวางระบบบัญชีให้ลูกค้าไม่ทัน  คิวยาวไปจนถึงเดือน 7 แล้ว มาร่วมงานกันนะครับ



knok:
อย่าว่าแต่ผู้สอบบัญชีเลย ผู้ทำบัญชีเองก็กระทบเหมือนกัน จะเรียกราคาสูง ลูกค้าก็มองว่าแพง ชอบแต่ของถูกๆ ไม่มองว่ามันมีผลกระทบต่อกิจการของเขาอย่างไร เจ้าของกิจการชอบที่จะมองเรื่องการขายเป็นหลัก อย่างลูกค้าของเรารายนึงเคยให้สำนักงานบัญชีทำบัญชีให้ในราคาถูก แต่ลงบัญชีมาแบบผิดๆ ปี 49 เจ้าของกิจการต้องการที่จะเอาเงินภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายของปี 47กับ 48 คืนก็มาขอให้พี่ที่เป็นหุ้นส่วนของเราช่วย เราก็ช่วยพอมาตรวจสอบเอกสารหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายปรากฎว่ามีหลายใบที่ไม่ได้ลงบัญชี และรายการบัญชีบางรายการก็ลงผิดบ้างถูกบ้าง พี่เราต้องใช้หลักการและเหตุผลไปคุยกับสรรพากร เรียกว่าออกแรงเหนื่อยพอดูถึงจะได้เงินคืนมา นี่คือบทเรียนของการทำบัญชีแบบราคาถูก(1ปีมารับเอกสารไปลงบัญชีครั้งเดียว) แต่เราก็ไม่ได้บอกว่าของเราจะดีกว่าคนอื่นนะ เพียงแต่เราจะบอกว่าเราจะรับเอกสารของลูกค้ามาลงบัญชีทุกเดือน เมื่อพบความผิดพลาดก็จะแจ้งให้เจ้าของกิจการทราบทันที เพื่อรับทราบปัญหาและหาทางแก้ไขได้ทันที ยกตัวอย่างเช่น เดือน มค.50จ่ายค่าจ้างทำของ 14,250 บาท ต้องหัก ณ ที่จ่ายไว้ 427.50 บาท แต่เจ้าของกิจการกลับหัก ณ ที่จ่ายและนำส่งไว้เพียง 412.50 บาท  เราก็แจ้งให้เจ้าของกิจการทราบและให้ตรวจสอบว่าเกิดจากสาเหตุใด แล้วให้รีบแก้ไข ถ้านำส่งภาษีขาดไปก็ให้ยื่นแบบเพิ่มเติม เสียเงินเพิ่มไม่เท่าไหร แต่ถ้ารอให้สิ้นปีมาลงบัญชี พอพบข้อผิดพลาดแล้วค่อยมายื่นแบบเพิ่มเติม เงินเพิ่มจะเสียมากกว่าวิธีแรกอีก จึงอยากให้เจ้าของกิจการพิจารณาถึงผลดีผลเสียตรงนี้ด้วย

aphichaya:
โออออ เป็นผู้สอบบัญชีนึกว่าจะสบายซะอีกค่ะ

อยากเป็นผู้สอบบัญชีหน่ะค่ะ และกำลังคิดว่าจะต้องเป็นให้ได้(ตอนนี้พึ่งเรียนจบค่ะ) คิดว่าอยากทำงานก่อนแล้วค่อยเรียนต่อทีหลัง และจะสอบ TA และ CPA ให้ได้ตามลำดับ(ทราบว่ายาก) คิดว่าถ้าได้เป็นแล้วจะสบายและเป็นอิสระ จะได้ดูแลครอบครัวได้อย่างดีซะอีก ( - . -")

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

ตอบ

ไปที่เวอร์ชันเต็ม