สำนักงานบัญชี A&V - บอร์ดบัญชีและภาษี ติดตามเราได้ใน A&V Facebook Best view with best view with google chrome
  • 20/09/2019 05:54:09 AM
  • ยินดีต้อนรับ,สู่บอร์ดบัญชี : www.avaccount.com : บุคคลทั่วไป
Please login or register.

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น


ถ้าท่านกำลังหาผู้สอบบัญชี เรารับตรวจสอบบัญชีโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต

หนังสือพิมพ์ ThaiCPD
โฆษณาเชิญประชุม 100 บาท
http://www.thaicpd.com


ผู้เขียน หัวข้อ: ขอสอบถามการวางแผนภาษีในการสร้างอพาร์เม้นท์ให้เช่า  (อ่าน 3379 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

พูลทรัพย์

  • บุคคลทั่วไป

ข้อมูลเบื้องต้น

 1 ที่ดินกรรมสิทธิ์เป็นชื่อของภรรยา

 2 จำนวนห้องเช่า 33 ห้อง ค่าเช่าหัองเฉลี่ย 2,500 บาท ค่าเช่าเฟอร์นิเจอร์  1,000 บาท รวมแล้วไม่เกิน 1,800,000 บาทต่อปี

 3 ผม และภรรยา ปัจจุบัน ทำงานบริษัท แยกยื่น

    เสียภาษี ภงด 91 เฉลี่ยฐานภาษีสูงสุดในอัตราที่ 20 %

คำถาม :

 1 จะทำธุรกิจในคณะบุคคลเหมาะสมหรือไม่ ?

 2 หากทำในนามคณะบุคคล จำเป็นต้องเปลี่ยนชื่อ กรรมสิทธิ์ในที่ดินเป็นชื่อผมและภรรยาด้วยหรือไม่

 3 หากทำธุรกิจแล้ว การยื่นภาษีในส่วนรายได้จากบริษัทก็ยื่นปกติ สำหรับการยื่นภาษีรายได้จากการให้เช่าห้องก็แยกยื่นต่างหากในนามคณะบุคคล ใช่หรือไม่ ?

 4 การกู้ธนาคารควรใช้ชื่อผู้กู้ร่วม(ผมและภรรยา) หรือควรกู้ในนามภรรยาคนเดียวในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน ?

 5 ค่าใช้จ่ายใดบ้างที่สามารถนำมาหักลดหย่อนในการคำนวณภาษีของคณะบุคคล เช่นค่าเสื่อมราคาอาคาร นำมาลดหย่อนได้หรือไม่ ?

ตะวัน

  • บุคคลทั่วไป

www.avaccount.com/wb/show.php?No=2762&c=act">http://www.avaccount.com/wb/show.php?No=2762&c=act



คุณอ้วนตอบไว้ ค่อนข้างใกล้เคียง ลองอ่านและทำความเข้าใจดูในระหว่างที่ยังไม่มีผู้รู้มาตอบค่ะ

อ้วน

  • บุคคลทั่วไป

1.  ถ้าสามารถทำได้ก็ดีครับ  แต่คงต้องมาดูรายละเอียดครับว่า  มีใครบ้างที่มีชื่อในโฉนดที่ดิน  ซึ่งถ้าเป็นชื่อภรรยาคนเดียว และยังไม่มีการก่อสร้าง  ก็ให้หาอีกบุคคลหนึ่งมารวมจดเป็นคณะบุคคลได้ครับ  ( แต่ต้องก่อนการก่อสร้างอาคารนะครับ และห้ามสามีภรรยาที่จดทะเบียนสมรสมาจดเป็นคณะบุคคล )



2.  ต้องเข้าใจก่อนครับว่า  ในโฉนดที่ดินนั้น  ทางกรมที่ดินจะไม่เปลี่ยนชื่อให้เป็นของคณะบุคคล  เนื่องจากคณะบุคคลนั้นเป็นเพียงหน่วยภาษี  ที่มีสถานะเทียบเท่ากับบุคคล  แต่ไม่ใช่บุคคลธรรมดาในทางประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์  จึงไม่สามารถโอนเปลี่ยนชื่อเป็นคณะบุคคลได้ครับ



3.  ใช่ครับ  เพราะนิติบุคคลกับบุคคลธรรมดา  ถือว่าเป็นคนละหน่วยภาษี  ดังนั้นเมื่อต่างฝ่ายต่างมีรายได้  ต่างฝ่ายก็จะต้องยื่นเสียภาษีในนามของแต่ละฝ่ายครับ



4.  ขึ้นอยู่กับว่ามีการจดทะเบียนสมรสหรือไม่  เพราะถ้ามีการจดทะเบียนสมรส  ทางธนาคารก็จะต้องให้อีกฝ่ายลงลายมือชื่อด้วยครับ  แต่ถ้าไม่ได้จดทะเบียนสมรส  การให้กู้ในนามคนเดียวจะดีกว่าต้องให้ทั้ง 2 คนมารับภาระทั้งคู่ครับ



5.  การให้เช่าถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(5)  สามารถหักค่าใช้จ่ายได้ 2 วิธีคือ

5.1  ตามจ่ายจริง  ซึ่งค่าเสื่อมราคาอาคารก็เป็นหนึ่งในค่าใช้จ่ายครับ ( จะต้องมีหลักฐานพิสูจน์ในเรื่องของมูลค่าอาคารได้อย่างน่าเชื่อถือ  จึงจะสามารถหักค่าเสื่อมราคาได้ครับ )

5.2  หักตามเหมาจ่าย  โดยให้หักเป็นค่าใช้จ่ายได้ร้อยละ 30  จากรายได้ทั้งหมด  ซึ่งไม่ต้องพิสูจน์รายจ่ายแต่อย่างใด



ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ที่

www.rd.go.th/publish/309.0.html">http://www.rd.go.th/publish/309.0.html

พูลทรัพย์

  • บุคคลทั่วไป

ขอบคุณคุณอ้วนที่กรุณาตอบคำถามให้ผม

แต่ยังมีประเด็นสงสัยต่อเนื่องจากคำตอบของคุณอ้วนดังนี้

ผมจดทะเบียนสมรสกับภรรยา ดังนั้นก็หมดสิทธิ์จดทะเบียนในนามคณะบุคคลระหว่างผมกับภรรยา

แต่หากให้น้องชายภรรยามาเป็นคณะบุคคลแทนผมแล้ว เรื่องการแบ่งผลประโยชน์ระหว่างภรรยา

กับน้องชายภรรยาจะระบุไว้ที่ไหนครับ ?

อ้วน

  • บุคคลทั่วไป

ขอแสดงเป็นความคิดเห็นนะครับ  เพราะมักจะมีประเด็นที่เจ้าหน้าที่สรรพากรบางท่าน  มองว่าหากเจ้าของโฉนดมีแต่ชื่อของสามีภรรยา  ก็ไม่สามารถจดเป็นคณะบุคคลได้  โดยผูกการจดทะเบียนไว้กับรายชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดิน  ซึ่งไม่น่าจะตรงกับเจตนารมณ์ของกฏหมายนักครับ  เพราะการจดคณะบุคคล  จะเป็นการเข้าหุ้นโดยหุ้นส่วนคนหนึ่งอาจจะลงทุนเป็นที่ดิน  อีกคนอาจจะลงทุนเป็นเงินสด หรือทรัพย์สินอย่างอื่นก็ได้ครับ  โดยกำหนดแบ่งผลประโยชน์ระหว่างกันตามแต่จะตกลง



ดังนั้นในกรณีของคุณพลูทรัพย์  หากจะนำน้องชายของภรรยามารวมจดเป็นคณะบุคคล  ตามความเห็นส่วนตัวก็สามารถทำได้ครับ  โดยให้ระบุในสัญญาจัดตั้งคณะบุคคลว่าแต่ละคนจะนำอะไรมาลงทุนบ้างและเป็นจำนวนเงินเท่าใด  รวมถึงการแบ่งผลประโยชน์ระหว่างกันด้วยครับ



แต่มีสิ่งที่จะต้องระวัง

1.  ความเหมาะสมในการที่จะนำทรัพย์สินมารวมลงทุน  เช่นในกรณีนี้  หากจะมีการนำที่ดินมาลงทุน  อีกฝ่ายก็ควรจะลงทุนเป็นเงินสด ( เพื่อที่จะนำมาใช้ในการก่อสร้างอาคารและจำนวนเงินก็ควรจะเหมาะสมกับมูลค่าของที่ดินและอาคาร )  เป็นต้น



2.  ผู้ที่จะเข้ามาเป็นหุ้นส่วน  ควรจะเหมาะสมทั้งในวัยวุฒิ และคุณวุฒิ  ( โดยมีมุมมองในการประกอบธุรกิจจริงๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง )  เพราะการจดเป็นคณะบุคคล  หุ้นส่วนทุกๆ คนต้องมีส่วนร่วมในการประกอบธุรกิจด้วยครับ ( สามารถแบ่งแยกหน้าที่กันได้ครับ )

พูลทรัพย์

  • บุคคลทั่วไป

ขอบคุณ คุณอ้วน ที่ตอบคำถาม แต่ขอสอบถามต่ออีกหน่อย บนข้อเท็จจริง ดังนี้

1 น้องชายภรรยาไม่ได้ร่วมลงทุนและบริหารกิจการ

เพียงแต่จะใช้ชื่อจดคณะบุคคลเพื่อให้ครบองค์ประกอบตามกฎหมายแทนผมเท่านั้น

2 ผมและภรรยาจะลงทุนเงินสดประมาณ 30 % ของค่าก่อสร้าง ส่วนที่เหลืออีก 70 % จะกู้ธนาคาร

คำถาม จะมีทางออกในเรื่องนี้วิธีใดดีที่สุดครับ หรือจะใช้ในรูปบริษัท

เพื่อให้ผมสามารถเข้าไปเกี่ยวข้องได้



อ้วน

  • บุคคลทั่วไป

1.  ในกรณีนี้ตามข้อมูลที่ให้มา  หากรวมค่าน้ำไฟและโทรศัพท์แล้ว  ยังมีรายได้ไม่ถึง 1.8 ล้านบาทต่อปี  ก็ให้ทำอยู่ในรูปของคณะบุคคลดีกว่าครับ



แต่ถ้ารวมกันแล้วเกิน 1.8 ล้านบาท  ก็ให้แยกรายได้ค่าน้ำ  เป็นอีกหนึ่งคณะบุคคล และค่าไฟฟ้า เป็นอีกหนึ่งคณะบุคคล ก็จะทำให้รายได้ของแต่ละคณะไม่ถึง 1.8 ล้านบาทครับ



2.  ส่วนน้องชายภรรยา  ไม่ได้ร่วมลงทุนและบริหาร  แต่เป็นการยืมชื่อมาเพื่อให้ครบองค์ประกอบของกฏหมาย ก็สามารถทำได้ครับ  เพียงแต่อย่าลืมคำนึงถึงอายุและความเหมาะสมด้วยครับ  ถ้าไม่มีข้อมูลเพิ่มเติม  ผมก็มองว่าสามารถใช้ชื่อน้องชายภรรยามาร่วมจดจัดตั้งคณะบุคคลได้ครับ



3.  การดำเนินธุรกิจในรูปของนิติบุคคล ( หจก. และบริษัท )  นั้นเหมาะสมกับขนาดของธุรกิจที่มีรายได้หลายๆ ล้านบาทต่อปีครับ  ซึ่งในเบื้องต้นข้อมูลที่ให้มา  ผมก็มองว่ารายได้ยังไม่สูงมากนัก  ดำเนินธุรกิจในรูปของบุคคลธรรมดา  จะปรับตัวได้ง่ายกว่าครับ  เหตุผลหนึ่งที่ผมระวังก็คือ  ในอนาคตอีกไม่ถึง 3 ปีดีนัก  ธุรกิจประเภทนี้จะถึงจุดอิ่มตัว  เมื่อเป็นดังนั้นก็จะเป็นช่วงขาลงของธุรกิจนี้   การวางแผนโดยการกู้ยืมถึง 70% นั้นจะต้องเผื่อความเสี่ยงในการลงทุนด้วยนะครับ  เพราะระยะเวลาในการคืนทุน  จะอยู่ประมาณ  7 - 10 ปีครับ



หากมีข้อมูลหรือข้อสงสัยเพิ่มเติมยินดีนะครับ ( เสียเวลาในการวางแผนดีกว่าลงทุนแล้วล้มเหลวครับ )



พุทรา

  • บุคคลทั่วไป

ต้องเสียภาษีโรงเรือนแพงเหลือเกินมีข้อกำหนดในการคำนวนอย่างไรบ้างคะ เห็นอบต.อ้างว่า สตง.มาประเมินผู้มีห้องให้เช่าเอง จากเคยเสียปีละ12000บาทปีนี้บังคับให้เสีย24000บาท ไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนไปจ่าย

town

  • บุคคลทั่วไป

คำนวณจาก

1.  ฐานภาษีคือ ค่ารายปีของทรัพย์สินซึ่งหมายถึง จำนวนเงินซึ่งทรัพย์สินนั้นสมควรให้เช่าได้ในปีหนึ่ง ๆ ในกรณีที่ทรัพย์สินนั้นให้เช่าและค่าเช่านั้นเป็นจำนวนเงินอันสมควรที่จะให้เช่าได้ให้ถือค่าเช่านั้นเป็นค่ารายปี แต่ถ้ามีกรณีที่สมควรจะให้พิจารณาได้ว่าค่าเช่านั้นมิใช่จำนวนเงินอันสมควรที่จะให้เช่าได้ หรือกรณีที่ไม่มีค่าเช่าเนื่องจากเจ้าของทรัพย์สินดำเนินกิจการเองหรือ ด้วยเหตุอื่น ๆ ให้พิจารณากำหนดค่ารายปีโดยเทียบเคียงกับค่ารายปีของทรัพย์สินที่ให้เช่าที่มีลักษณะ ขนาด พื้นที่ ทำเลที่ตั้งและบริการสาธารณะซึ่งทรัพย์สินนั้นได้รับประโยชน์คล้ายคลึงกัน



2.  อัตราภาษีให้เสียในอัตราร้อยละสิบสองจุดห้าของค่ารายปี



ศึกษาเพิ่มเติมได้ตามกระทู้ 01130

www.avaccount.com/wb/show.php?No=1130&c=act">http://www.avaccount.com/wb/show.php?No=1130&c=act
 

+ ตอบด่วน









อบรมบัญชี CPD Online เก็บชั่วโมง CPD ได้
เก็บชั่วโมงผู้ทำบัญชี/ผู้สอบบัญชีได้ 7 ชั่วโมง หลักสูตรละ 500 บาท
ที่ www.thaicpdonline.com
PROMOTION ตอนนี้ไม่มีนะครับ





| สำนักงานบัญชี A&V |
| รับทำบัญชี | อบรมบัญชี Online | ตรวจสอบบัญชี | วางแผนภาษีอากร | วางระบบบัญชี |
| บริการด้านกฎหมายและทนายความ | การจัดตั้งบริษัท | การเลิกบริษัท | บริการจดทะเบียน |
| รับจัดหาพนักงานบัญชี | รับสมัครพนักงาน |
| โปรแกรมบัญชี EXPRESS | รับทำลายเอกสารบัญชี |
ติดต่อเรา
| A&V คือใคร | ติดต่อเรา | ลูกค้าของเราบางส่วน | แผนที่บริษัท |


หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.097 วินาที กับ 21 คำสั่ง