www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี

ขอสอบถามการวางแผนภาษีในการสร้างอพาร์เม้นท์ให้เช่า

(1/2) > >>

พูลทรัพย์:
ข้อมูลเบื้องต้น

 1 ที่ดินกรรมสิทธิ์เป็นชื่อของภรรยา

 2 จำนวนห้องเช่า 33 ห้อง ค่าเช่าหัองเฉลี่ย 2,500 บาท ค่าเช่าเฟอร์นิเจอร์  1,000 บาท รวมแล้วไม่เกิน 1,800,000 บาทต่อปี

 3 ผม และภรรยา ปัจจุบัน ทำงานบริษัท แยกยื่น

    เสียภาษี ภงด 91 เฉลี่ยฐานภาษีสูงสุดในอัตราที่ 20 %

คำถาม :

 1 จะทำธุรกิจในคณะบุคคลเหมาะสมหรือไม่ ?

 2 หากทำในนามคณะบุคคล จำเป็นต้องเปลี่ยนชื่อ กรรมสิทธิ์ในที่ดินเป็นชื่อผมและภรรยาด้วยหรือไม่

 3 หากทำธุรกิจแล้ว การยื่นภาษีในส่วนรายได้จากบริษัทก็ยื่นปกติ สำหรับการยื่นภาษีรายได้จากการให้เช่าห้องก็แยกยื่นต่างหากในนามคณะบุคคล ใช่หรือไม่ ?

 4 การกู้ธนาคารควรใช้ชื่อผู้กู้ร่วม(ผมและภรรยา) หรือควรกู้ในนามภรรยาคนเดียวในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน ?

 5 ค่าใช้จ่ายใดบ้างที่สามารถนำมาหักลดหย่อนในการคำนวณภาษีของคณะบุคคล เช่นค่าเสื่อมราคาอาคาร นำมาลดหย่อนได้หรือไม่ ?

ตะวัน:
http://www.avaccount.com/wb/show.php?No=2762&c=act



คุณอ้วนตอบไว้ ค่อนข้างใกล้เคียง ลองอ่านและทำความเข้าใจดูในระหว่างที่ยังไม่มีผู้รู้มาตอบค่ะ

อ้วน:
1.  ถ้าสามารถทำได้ก็ดีครับ  แต่คงต้องมาดูรายละเอียดครับว่า  มีใครบ้างที่มีชื่อในโฉนดที่ดิน  ซึ่งถ้าเป็นชื่อภรรยาคนเดียว และยังไม่มีการก่อสร้าง  ก็ให้หาอีกบุคคลหนึ่งมารวมจดเป็นคณะบุคคลได้ครับ  ( แต่ต้องก่อนการก่อสร้างอาคารนะครับ และห้ามสามีภรรยาที่จดทะเบียนสมรสมาจดเป็นคณะบุคคล )



2.  ต้องเข้าใจก่อนครับว่า  ในโฉนดที่ดินนั้น  ทางกรมที่ดินจะไม่เปลี่ยนชื่อให้เป็นของคณะบุคคล  เนื่องจากคณะบุคคลนั้นเป็นเพียงหน่วยภาษี  ที่มีสถานะเทียบเท่ากับบุคคล  แต่ไม่ใช่บุคคลธรรมดาในทางประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์  จึงไม่สามารถโอนเปลี่ยนชื่อเป็นคณะบุคคลได้ครับ



3.  ใช่ครับ  เพราะนิติบุคคลกับบุคคลธรรมดา  ถือว่าเป็นคนละหน่วยภาษี  ดังนั้นเมื่อต่างฝ่ายต่างมีรายได้  ต่างฝ่ายก็จะต้องยื่นเสียภาษีในนามของแต่ละฝ่ายครับ



4.  ขึ้นอยู่กับว่ามีการจดทะเบียนสมรสหรือไม่  เพราะถ้ามีการจดทะเบียนสมรส  ทางธนาคารก็จะต้องให้อีกฝ่ายลงลายมือชื่อด้วยครับ  แต่ถ้าไม่ได้จดทะเบียนสมรส  การให้กู้ในนามคนเดียวจะดีกว่าต้องให้ทั้ง 2 คนมารับภาระทั้งคู่ครับ



5.  การให้เช่าถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(5)  สามารถหักค่าใช้จ่ายได้ 2 วิธีคือ

5.1  ตามจ่ายจริง  ซึ่งค่าเสื่อมราคาอาคารก็เป็นหนึ่งในค่าใช้จ่ายครับ ( จะต้องมีหลักฐานพิสูจน์ในเรื่องของมูลค่าอาคารได้อย่างน่าเชื่อถือ  จึงจะสามารถหักค่าเสื่อมราคาได้ครับ )

5.2  หักตามเหมาจ่าย  โดยให้หักเป็นค่าใช้จ่ายได้ร้อยละ 30  จากรายได้ทั้งหมด  ซึ่งไม่ต้องพิสูจน์รายจ่ายแต่อย่างใด



ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ที่

http://www.rd.go.th/publish/309.0.html

พูลทรัพย์:
ขอบคุณคุณอ้วนที่กรุณาตอบคำถามให้ผม

แต่ยังมีประเด็นสงสัยต่อเนื่องจากคำตอบของคุณอ้วนดังนี้

ผมจดทะเบียนสมรสกับภรรยา ดังนั้นก็หมดสิทธิ์จดทะเบียนในนามคณะบุคคลระหว่างผมกับภรรยา

แต่หากให้น้องชายภรรยามาเป็นคณะบุคคลแทนผมแล้ว เรื่องการแบ่งผลประโยชน์ระหว่างภรรยา

กับน้องชายภรรยาจะระบุไว้ที่ไหนครับ ?

อ้วน:
ขอแสดงเป็นความคิดเห็นนะครับ  เพราะมักจะมีประเด็นที่เจ้าหน้าที่สรรพากรบางท่าน  มองว่าหากเจ้าของโฉนดมีแต่ชื่อของสามีภรรยา  ก็ไม่สามารถจดเป็นคณะบุคคลได้  โดยผูกการจดทะเบียนไว้กับรายชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดิน  ซึ่งไม่น่าจะตรงกับเจตนารมณ์ของกฏหมายนักครับ  เพราะการจดคณะบุคคล  จะเป็นการเข้าหุ้นโดยหุ้นส่วนคนหนึ่งอาจจะลงทุนเป็นที่ดิน  อีกคนอาจจะลงทุนเป็นเงินสด หรือทรัพย์สินอย่างอื่นก็ได้ครับ  โดยกำหนดแบ่งผลประโยชน์ระหว่างกันตามแต่จะตกลง



ดังนั้นในกรณีของคุณพลูทรัพย์  หากจะนำน้องชายของภรรยามารวมจดเป็นคณะบุคคล  ตามความเห็นส่วนตัวก็สามารถทำได้ครับ  โดยให้ระบุในสัญญาจัดตั้งคณะบุคคลว่าแต่ละคนจะนำอะไรมาลงทุนบ้างและเป็นจำนวนเงินเท่าใด  รวมถึงการแบ่งผลประโยชน์ระหว่างกันด้วยครับ



แต่มีสิ่งที่จะต้องระวัง

1.  ความเหมาะสมในการที่จะนำทรัพย์สินมารวมลงทุน  เช่นในกรณีนี้  หากจะมีการนำที่ดินมาลงทุน  อีกฝ่ายก็ควรจะลงทุนเป็นเงินสด ( เพื่อที่จะนำมาใช้ในการก่อสร้างอาคารและจำนวนเงินก็ควรจะเหมาะสมกับมูลค่าของที่ดินและอาคาร )  เป็นต้น



2.  ผู้ที่จะเข้ามาเป็นหุ้นส่วน  ควรจะเหมาะสมทั้งในวัยวุฒิ และคุณวุฒิ  ( โดยมีมุมมองในการประกอบธุรกิจจริงๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง )  เพราะการจดเป็นคณะบุคคล  หุ้นส่วนทุกๆ คนต้องมีส่วนร่วมในการประกอบธุรกิจด้วยครับ ( สามารถแบ่งแยกหน้าที่กันได้ครับ )

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

ตอบ

ไปที่เวอร์ชันเต็ม