www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี
จะประหยัดภาษีบุคคลธรรมดาอย่างไร
พนิดา:
เดิมเปิดร้านขายวัสดุก่อสร้าง โดยไม่ได้จดทะเบียนนิติบุคคล ยื่นภงด 90 โดยสรรพากรประเมินให้อยู่ปีละ 1000 บาท ต่อมาเดือน กรกฏาคม 2549 ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และยื่น ภพ 30 ทุกเดือน โดยมีรายได้จากการขายที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มเฉลี่ยเดือนละ 200,000 บาท ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ตอนนี้จะทำการเสียภาษี ภงด.90 แต่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี
1. รายได้ที่จะนำมายื่น เป็นยอดขายที่ยื่นในแต่ละเดือนโดยไม่รวมภาษีใช่หรือไม่
2. กรณีหักค่าใช้จ่าย สามารถหักแบบเหมาได้หรือไม่
3. หากไม่สามารถหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ จะต้องหักแบบตามเป็นจริงจะคำนวณอย่างไร คือ
3.1 สินค้าคงเหลือต้นงวด จะพิจารณาว่าเป็น ศูนย์ หรือ ว่าให้นับจริงจากกิจการก่อนที่จะจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
3.2 สินค้าซื้อระหว่างปี ให้นำยอดซื้อสินค้า ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มมาใชได้เลยหรือไม่
3.3 แล้วกรณีภาษีซื้อที่ซื้อในปี 49 แต่ไม่ได้นำมาใช้สิทธิในการยื่น ภพ.30 ในปี 49 แต่มายื่น ในปี 2550 ต้องนำมารวมเป็นยอดซื้อระหว่างปีด้วยหรือเปล่า
3.4 ค่าใช้จ่ายอื่นที่นำมาหัก มีอะไรได้บ้าง ในฟอร์ม มีให้กรอกเป็นเงินเดือน ไม่ทราบว่าใช่เงินเดือนที่จ่ายให้พนักงานหรือเปล่า
4. ในปี 2550 มียอดขายต่อเดือนเฉลี่ยเดือนละ 300,000 บาทไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่ทราบว่าควรทำอย่างไรจึงจะประหยัดภาษีได้มากที่สุดค่ะ
ผ่านมา:
มีสถานะเป็นบุคคลธรรมดา จด vat
ภาษีที่ต้องเสียคือ
1. ภาษีมูลค่าเพิ่ม
จัดทำรายงานภาษีซื้อ ภาษีขาย โดยเก็บใบกำกับภาษีซื้อ ใบกำกับภาษีขายในระหว่างเดือนแนบ สรุปยอดทุกเดือน ยื่นแบบ ภพ.30
ภาษีชื้อ มากกว่า ภาษีขาย = เครดิตภาษี เอาไว้หักลบกับ ภาษีที่ต้องชำระในเดือนถัดไป
ภาษีขาย มากกว่า ภาษีซื้อ = ภาษีที่ต้องชำระ
2. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีนี้เข้าข่าย เงินได้พึงประเมิน มาตรา 40(8) (27) สามารถเลือกหัก คชจ.ได้ 2 วิธี
1. ตามความเป็นจริงและสมควร
2. อัตราเหมา 80%
1.ตามความเป็นจริง
รายได้รวมทั้งสิ้น (ไม่รวม VAT) xxx
หัก ต้นทุนขาย : xxx
กำไรขั้นต้น xxx
หัก ค่าใช้จ่ายในการการดำเนินงาน xxx
เงินได้สุทธิที่นำมาคำณวณภาษี xxx
การคำณวณต้นทุนขาย
สินค้าต้นงวด (ยกมาจากปลายปีก่อน) xx
บวก ซื้อ (เฉพาะซื้อระหว่างปี) xx
ค่าขนส่งเข้า xx xx
สินค้ามีไว้เพื่อขาย xx
หัก สินค้าคงเหลือปลายปี xx
ต้นทุนสินค้าที่ขาย xx
2. ตามอัตราเหมา 80%
รายได้จากการขาย (ไม่รวม vat) xx
หัก อัตราเหมา 80% xx
เงินได้สุทธิที่นำมาคำณวณภาษี xx
อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
เงินได้สุทธิไม่เกิน 100,000 บาท ร้อยละ 0
เงินได้สุทธิส่วนที่เกิน 100,000 บาท แต่ไม่เกิน 500,000 บาท ร้อยละ 10
เงินได้สุทธิส่วนที่เกิน 500,000 บาท แต่ไม่เกิน 1,000,000 บาท ร้อยละ 20
เงินได้สุทธิส่วนที่เกิน 1,000,000 บาท แต่ไม่เกิน4,000,000 บาท ร้อยละ 30
เงินได้สุทธิส่วนที่เกิน 4,000,000 บาท ร้อยละ 37 "
นอกจากนี้ยังต้องคำณวณ ภาษีอีกวิธี คือ
รายได้รวมทั้งสิ้น x อัตราภาษี 0.005 = ภาษีที่ต้องชำระ
วีธีไหนมากกว่าต้องเสียตามวิธีนั้น
สมมุติมีรายได้เดือนละ 200,000 บาท
การคำณวณภาษี วิธีอัตราเหมา 80%
200,000 X 12 = 2,400,000 บาท
หัก 2,400,000 x 80% = 1,920,000 บาท
เงินได้หลังหัก คชจ. = 480,000 บาท
หัก ค่าลดหย่อน
ผู้มีเงินได้ 30,000
คู่สมรส 30,000 60,000 บาท
(อื่น ๆ ตามที่มี อาทิ บุตร เบี้ยประกัน ฯลฯ)
เงินได้ที่นำมาคำณวณภาษี 420,000 บาท
ภาษี = 100,00 แรก = 0
320,000 X 10% = 32,000 บาท
การคำณวณภาษีอีกวิธี
2,400,000 x 0.005 = 12,000 บาท
ดังนั้นภาษีที่ต้องเสีย คือ 32,000 บาท
แต่ถ้ามีภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ถูกหักไว้ สามารถเก็บหนังสือรับรองภาษีหัก ณ ที่จ่าย มาเครดิตภาษี ได้
ขอแนะนำให้หักตามความเป็นจริงครับ เพราะจะเก็บ คชจ.ได้มากกว่า แต่อย่างไรเสียก็ต้องเสียขั้นต่ำแน่ ๆ 12,000 บาท
ตอบคำถาม
1.เป็นรายได้ที่ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
2. ได้
3.1 สินค้าต้นงวด ขอแนะนำให้เริ่มจาก 0 สำหรับสินค้าที่มีอยู่แล้วแนะนำให้ขายโดยไม่ต้องเข้าระบบ Vat
3.2 ชื้อระหว่างปี เป็นยอดที่ไม่รวม Vat (ขอทำความเข้าใจว่า ทุกรายการทางบัญชี ต้องไม่รวม vat ให้เอาแต่เนื้อแท้คือมูลค่าของรายการนั้น ๆ )
3.3 ก่อนหรือหลังจด vat ครับ ถ้าหลังจด ยังเก็บใบกำกับภาษีซื้อมายืนได้ แต่ตัวสินค้า ควรจะเป็นสินค้าต้นงวด จึงขัดแย้งกัน ทางที่ดีควรตัดทิ้ง ไม่ต้องนำมายื่น สินค้าที่มีก็ขายนอกระบบ vat ไปเลยครับ
3.4 สามารถเก็บเอกสาร คชจ.ที่เกี่ยวของกับกิจการมาหักได้ทุกรายการ เอกสารคชจ. ควรจะเป็นไปกำกับภาษี หรือใบเสร็จรับเงินที่มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
สำหรับเงินเดือน รวมหมดตั้งแต่ เจ้าของ จนถึงพนักงาน
แต่ต้องออกหนังสือรับรองภาษีหัก ณ ที่จ่ายรับรอง
4. เก็บบิลค่าใช้จ่ายให้มากที่สุด แต่อย่างไรคุณก็ต้องเสียตามขั้นต่ำ 0.5 % ของยอดรายได้
พนิดา:
ขอบคุณมากค่ะ คุณผ่านมา
ขอถามเพิ่มอีกนิดน่ะค่ะ ถ้า เป็นแบบนี้จดทะเบียน บริษัทแบบจะประหยัดภาษีได้มากกว่าหรือเปล่าค่ะ หรือว่าจดเป็นแบบคณะบุคคลดีกว่าค่ะ
ดาวิด:
จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ในรูปบริษัท หรือห้าง มีความยุ่งยากต่างกัน
1. ต้องจัดทำงบการเงิน มีผู้ตรวจสอบบัญชีภาษี หรือผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ตรวจสอบรับรองงบฯ
2. เสียภาษีในอัตราร้อยละ25 หรือ30 แล้วแต่ขนาดของกิจการ (รายได้)
3.สามารถหักค่าใช้จ่ายจริงได้ หากกิจการขาดทุน ไม่ต้องเสียภาษี
4.มีภาระ ต้องเก็บหลักฐานค่าใช้จ่าย จะหักค่าใช้จ่ายเหมาเหมือนบุคคลธรรมดาไม่ได้
007:
ยื่นยอดขายให้ตรงตามที่ยื่น vat แล้วยอดค่าใช้จ่ายใช้ตามจ่ายจริง
นำร่อง
[0] ดัชนีข้อความ
[#] หน้าถัดไป
ไปที่เวอร์ชันเต็ม