www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี

กรอกภงด 50 แบบนี้ได้หรือ

(1/2) > >>

เอ:
สำนักงานบัญชีทำตัวเลขแบบนี้มาให้ดู

1.โอนภาษีหักณที่จ่ายจ่ายล่วงหน้ามาเป็นภาษีเงินได้นิติบุคคล

โดย ขาดทุน 1500

ภาษีเงินได้นิติบุคคล 50

ขาดทุนสุทธฺ 2000

คำถาม ทำได้หรือไม่

2. สนงบัญชีกรอกภงด 50 โดย ในหน้าที่ 2 รายการที่ 2 เงินได้ที่ต้องเสียภาษีและการคำนวณภาษี

ระบุขาดทุนสุทธิ 2000

คำถาม เอ เข้าใจว่าควรจะเป็น 1500 ใช่หรือไม่



ขอรบกวนเพื่อจะได้แย้งกับสนง.บัญชีได้แต่ถ้าเขาถูกก็จะได้ไม่ต้องแย้ง



อ้วน:
ขอโทษครับที่ตอบช้า  คือพยายามทำความเข้าใจคำถามอยู่ครับ  แต่ยังรู้สึกงงๆ ครับ  ผมขอทำความเข้าใจดังนี้ครับ

1.  การที่จะโอนภาษีหัก  ณ  ที่จ่ายจ่ายล่วงหน้ามาเป็นภาษีเงินได้นิติบุคคลนั้น  ต้องทำความเข้าใจก่อนครับว่า ภาษีปีไหนใช้ปีนั้น  ดังนั้นหากการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลปลายปี 47  ปรากฏว่าเป็นกำไรสุทธิทางภาษี  ก็จะต้องมีภาษีชำระแล้วเราสามารถนำภาษีถูกหัก  ณ  ที่จ่ายของปี 47 มาใช้  แต่ผมไม่เข้าใจครับว่า  ภาษีเงินได้นิติบุคคล  50  บาทหมายถึงอะไร  ยังงงครับ  ส่วนที่บอกว่าขาดทุนสุทธิ  2,000  บาท  น่าจะเป็นขาดทุนสุทธิทางภาษี  ( ดูจากคำถามในข้อ 2 )  เมื่อเป็นขาดทุนสุทธิทางภาษีก็จะไม่มีภาษีต้องชำระครับ  เลยยิ่งงงครับ  

มาดูต่อครับ ในการกรอกในรายการที่  2  ข้อ 3 ( 3 ) ภาษีเงินได้หัก  ณ  ที่จ่ายและภาษีที่บุคคลอื่นเสียแทน  แม้ว่าเป็นขาดทุนก็ยังต้องกรอกตัวภาษีที่ถูกหักแสดงไว้ในแบบครับ  แล้วคงมาดูต่อครับว่าเป็นการชำระภาษีเกิน หรือ ต้องชำระภาษีเพิ่มครับ



2.  อันนี้คงต้องทำความเข้าใจหน่อยครับว่า  กำไรขาดทุนทางบัญชี กับกำไรขาดทุนทางภาษีเป็นคนละตัวกัน  กล่าวคือเราต้องนำกำไรขาดทุนทางบัญชีมาทำให้เป็นกำไรขาดทุนทางภาษีก่อน  แล้วจึงค่อนนำกำไรขาดทุนทางภาษีมาคำนวณภาษี  เหตุผลก็เพราะหลักการที่แตกต่าง  ภาษ๊เน้นเก็บภาษีดังนั้นรายจ่ายที่ไม่น่าเชื่อถือ กฏหมายห้ามมิให้ถือเป็นค่าใช้จ่าย  แต่หลักบัญชีคือการบันทึกและรวมรวมข้อมูลให้แสดงออกมาในรูปของตัวเลข  ไม่ได้ให้ความสำคัญกับตัวเอกสารมากนัก  เน้นรายการที่เกิดขึ้นแล้วบันทึกบัญชี



ยังไงรบกวนช่วยให้ข้อมูลเพิ่มเติมครับ  

เอ:
1.ต้องขอโทษคุณอ้วนด้วย ที่ทำให้งง คือเป็นอย่างงี้ กิจการมีขาดทุนในงบการเงินดังนี้

ขาดทุน                  1500

ภาษีเงินได้นิติบุคคล    500

ขาดทุนสุทธิ            2000

ขาดทุน 1500 เป็นขาดทุนทางบัญชีและกิจการไม่มีรายการค่าใช้จ่ายต้องห้ามเลย ฉะนั้นขาดทุนทางบัญชีและภาษีจึงเป็นตัวเดียวกัน ส่วนภาษีเงินได้นิติบุคคลนั้น เกิดจากการที่กิจการเป็นการให้บริการเมื่อรับเงินจึงถูกหักณที่จ่าย ซึ่งเป็นภาษีหักณที่จ่ายจ่ายล่วงหน้าจำนวน 500 บาท สนง.บัญชีโอนโดย

เดบิต ภาษีเงินได้นิติบุคคล 500

         เครดิต ภาษีหักณที่จ่ายจ่วยล่วงหน้า    500

คำถามคือ บันทึกบัญชีตามที่เดบิต เครดิตแบบนี้ผิดหรือไม่

2. สนงบัญชีกรอกภงด 50 โดย ในหน้าที่ 2 รายการที่ 2 เงินได้ที่ต้องเสียภาษีและการคำนวณภาษี

ระบุขาดทุนสุทธิ 2000

คำถาม เอ เข้าใจว่าควรจะเป็น 1500 ใช่หรือไม่



อ้วน:
เย้.... เข้าใจคำถามแล้วครับ  ขอตอบเลยนะครับ

1.  ผมขออธิบายก่อนครับ  ปกติภาษีถูกหัก  ณ  ที่จ่ายที่เราถูกคนอื่นหัก  ปี 43 ก็จะนำมาใช้ในการหักภาษีในปี 43 ( หากมีภาษีต้องเสีย )  จะนำมาหักภาษีในปี 47 ไม่ได้  และสามารถขอคืนเป็นเงินสดได้ภายใน  3  ปีครับ  ดังนั้นหากในปี 43 ไม่มีภาษีต้องเสียหรือใช้ไม่หมด ยอดภาษีดังกล่าวก็จะแสดงในบัญชีด้านเดบิต ชื่อ ภาษีถูกหัก ณ  ที่จ่ายจ่ายล่วงหน้า ( เป็นสินทรัพย์ )  เมื่อครบกำหนด 3 ปีแล้วก็ไม่มีสิทธิขอคืน  จึงต้องล้างภาษีถูกหัก  ณ  ที่จ่ายดังกล่าวออกเป็นค่าใช้จ่าย ( ซึ่งในทางภาษีถือเป็นรายจ่ายต้องห้ามต้องบวกกลับในการคำนวณภาษี ) โดยบันทึกบัญชีดังนี้

Dr.  ภาษีถูกหัก ณ ที่จ่าย ( ค่าใช้จ่ายบวกกลับ )

Cr.  ภาษีถูกหัก ณ ที่จ่ายจ่ายล่วงหน้า  ( สินทรัพย์ )



ชื่อบัญชีอาจเรียกแตกต่างกันบ้างนิดหน่อย ก็ไม่เป็นไรนะครับ



2.  ครับมาดูต่อครับ  ถ้าหากในปี 47  ไม่มีรายการปรับปรุงดังกล่าว  ขาดทุนทางบัญชีกับทางภาษีก็จะเป็น 1,500 บาท  แต่เนื่องจากมีรายการปรับปรุงดังกล่าว  จึงทำให้ขาดทุนทางบัญชีกับทางภาษีไม่เท่ากัน  กล่าวคือ  ในทางบัญชีจะถือว่ามีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีก  500  บาท แต่ในทางภาษีค่าใช้จ่ายดังกล่าวต้องห้ามจึงต้องบวกกลับ  

สรุป    ขาดทุนหลังรายการปรับปรุงคือ  ขาดทุนทางบัญชี  2,000  บาท แต่ขาดทุนทางภาษี  1,500  บาทครับ    ที่คุณเอเข้าใจ     ถูกต้อง.........แล้วครับ

เอ:
เย้ คุณอ้วนเข้าใจและตอบคำถามให้ด้วย กอบกุนค่ะ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

ไปที่เวอร์ชันเต็ม