www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี

ไม่ใช่ไม่ค่อยมี แต่ไม่มีจริงๆ ความรู้เรื่องนี้ (ตอนสาม)

(1/1)

chalermchai:
ต่อจากตอนที่แล้ว(ตอนสอง) ขึ้นต้นขอขอบคุณa-manก่อนครับ   ห.จ.ก.นั้นผู้เป็นหุ้นส่วนสามารถเป็นหุ้นส่วนประเภทไม่จำกัดได้ใหมครับ  และถ้าได้ก็จะต้องรับภาระหนี้สินเท่ากับผู้จัดการหุ้นส่วนถูกต้องใหมครับ      ส่วนการถือหุ้นชำระหุ้นครบหรือไม่ครบจะรู้ได้อย่างไรเพราะส่วนมากก็เขียนตัวเลขขึ้นมาเอง  และตัวเลขนี้จะมีผลอย่างไรกับห.จ.ก.  ทั้งเชิงลบและเชิงบวก  และถ้าเรามีความรู้เรื่องภาษีไม่ดีพอเราก็ไม่สมควรจดนิติบุคคลจะดีใหมครับ     เพราะดูๆแล้วยุ่งอยากพอสมควร   เปรียบเสมือนว่าทำเหนื่อยแทบตายใช้จ่ายให้ภาษีหมด   แถมโชคร้ายซำสองเมื่อมาเจอข้าราชการและนักการเมืองมาคอรัปชั่นภาษีบ้านเมือง   บางคนบอกว่าการจดนิติบุคคลนั้นจดง่ายแต่เลิกยากจริงเท็จประการใดขอถามท่านผู้รู้ด้วยครับ   ขอบคุณครับ

town:
ห้างหุ้นส่วนจำกัด ( Limited Partnerships ) คำย่อ "หจก."



คำนิยามตามประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์ ตามาตรา 1077 บัญญัติว่า " อันห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้น คือ ห้างหุ้นส่วนประเภทหนึ่ง ซึ่งมีผู้เป็นหุ้นส่วน 2 จำพวกดังจะกล่าวต่อไปนี้คือ

( 1 ) ผู้เป็นหุ้นส่วนคนเดียว หรือ หลายคน ซึ่งมีจำกัดความรับผิดเพียงไม่เกินจำนวนเงินที่ตนรับจะลงหุ้นในห้างหุ้นส่วนนั้นจำนวนพวกหนึ่ง และ

( 2 ) ผู้เป็นหุ้นส่วนคนเดียวหรือหลายคน ซึ่งต้องรับผิดร่วมกันในบรรดาหนี้ของห้างหุ้นส่วนไม่มีจำกัดจำนวนอีกพวกหนึ่ง "



ดังนั้นผู้เป็นหุ้นส่วนประเภทไม่จำกัดความรับผิดในห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้นคือ

1. ต้องรับผิดในหนี้สินของห้างโดยไม่มีการจำกัดจำนวน

2. ต้องรับผิดร่วมกันในระหว่างผู้เป็นหุ้นส่วนประเภทไม่จำกัดความรับผิดด้วยกัน

3. คุณสมบัติของผู้เป็นหุ้นส่วนเป็นสาระสำคัญ



ส่วนผู้เป็นหุ้นส่วนประเภทจำกัดความรับผิดมีลักษณะแตกต่างกับผู้เป็นหุ้นส่วนประเภทไม่จำกัดความรับผิด คือมีลักษณะดังนี้คือ

1. รับผิดในหนี้สินของห้างเพียงไม่เกินจำนวนเงินที่รับจะลงหุ้น

2. ไม่ต้องรับผิดในหนี้สินของห้างร่วมกัน

3. คุณสมบัติของผู้เป็นหุ้นส่วนไม่เป็นสาระสำคัญ



และให้ดูวิธีการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วน  ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ได้ที่

http://www.dbd.go.th/thai/register/detail5_a.phtml



town:
คำแนะนำการจดทะเบียนเลิกและชำระบัญชีห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน



ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดเหตุเลิก ห้างหุ้นส่วน ไว้หลายกรณี เช่น



1. เลิกโดยผลของกฎหมาย

- กรณีกำหนดเหตุเลิกไว้และเมื่อมีเหตุนั้นเกิดขึ้น

- ตั้งห้างโดยกำหนดระยะเวลาไว้และเมื่อสิ้นสุดระยะเวลานั้น

- ตั้งห้างเพื่อทำกิจการอย่างหนึ่งอย่างใด และเมื่อทำกิจการนั้นเสร็จแล้ว

- หุ้นส่วนบอกเลิกเมื่อสิ้นรอบปีบัญชี และได้บอกเลิกก่อน 6 เดือน

- หุ้นส่วนตาย ล้มละลาย หรือตกเป็นผู้ไร้ความสามารถ

- ห้างหุ้นส่วนล้มละลาย

- เมื่อวัตถุประสงค์ของห้างกลายเป็นผิดกฎหมาย

- หุ้นส่วนเหลือเพียงคนเดียว



2. โดยความประสงค์ของผู้เป็นหุ้นส่วน

- ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนลงมติให้เลิก

- หุ้นส่วนฝ่าฝืนกฎหมายเรื่องค้าแข่งกับห้าง และหุ้นส่วนอื่นลงมติให้เลิก



3. เลิกโดยคำสั่งศาล เหตุร้องศาลให้สั่งเลิกมี 3 กรณีคือ

- หุ้นส่วนจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงฝ่าฝืนข้อสัญญาตั้งห้างที่มีนัยสำคัญ

- กิจการห้างมีแต่ขาดทุน ไม่มีหวังฟื้นคืน

- มีเหตุที่เหลือวิสัยที่ห้างจะดำรงอยู่ได้



เมื่อห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลและห้างหุ้นส่วนจำกัดซึ่งเป็นนิติบุคคลเลิกกัน ห้างนั้นจะยังคงตั้งอยู่เพื่อการชำระบัญชี การเลิกห้างกรณีอื่นนอกจากล้มละลายต้องมีการแต่งตั้งผู้ชำระบัญชี เพื่อดำเนินการจดทะเบียนเลิกห้างและชำระบัญชีของห้างให้เสร็จสิ้นไป เช่นการรวบรวมทรัพย์สิน ชำระหนี้ ชดใช้เงินทดรองและค่าใช้จ่ายที่หุ้นส่วนผู้จัดการได้ออกไปในการดำเนินกิจการค้าแทนห้างหากมีทรัพย์สินเหนือให้คืนทุนและเฉลี่ยเป็นกำไรในระหว่างผู้เป็นหุ้นส่วนและจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี เมื่อได้จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีแล้ว การฟ้องคดีเรียกหนี้สินที่ห้างหุ้นส่วน ผู้เป็นหุ้นส่วนหรือ ผู้ชำระบัญชีเป็นหนี้อยู่นั้นจะต้องทำการฟ้องภายใน 2 ปีนับแต่วัน เสร็จสิ้นการชำระบัญชี





ขั้นตอนการจดทะเบียนเกและชำระบัญชีห้างหุ้นส่วน

การเลิกและชำระบัญชีห้างหุ้นส่วนในกรณีที่ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนตกลงเลิกห้างนั้น มีขั้นตอนในการดำเนินการรวม 8 ขั้นตอนดังนี้



1. ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนทำบันทึกข้อตกลงหรือทำสัญญาเลิกห้างโดยควรมีรายละเอียดดังนี้

- สถานที่ วันที่ และชื่อผู้เป็นหุ้นส่วนที่ทำสัญญา

- ข้อตกลงให้เลิกห้าง วันที่เลิกและวันที่สัญญามีผลใช้บังคับ

- แต่งตั้งผู้ชำระบัญชีและกำหนดค่าตอบแทน

- แต่งตั้งผู้สอบบัญชีและกำหนดค่าตอบแทน

- ลายมือชื่อของผู้เป็นหุ้นส่วนที่ทำสัญญา

- พยานรับรองลายมือชื่อของผู้เป็นหุ้นส่วนที่ทำสัญญา 2 คน

หมายเหตุ ในกรณีที่สัญญาตั้งห้างไม่ได้กำหนดให้ห้างสามารถตั้งผู้อื่นเป็นผู้ชำระบัญชีได้ หุ้นส่วนผู้จัดการต้องเข้าเป็นผู้ชำระบัญชี โดยผลของกฎหมาย



2. ผู้ชำระบัญชีต้องลงประกาศเลิกห้างในหนังสือพิมพ์ท้องที่ 2 วันต้องแจ้งการเลิกห้างให้เจ้าหนี้ทราบโดยส่งหนังสือลงทะเบียน ไปรษณีย์และต้องจดทะเบียนเลิกห้างต่อนายทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัทภายใน 14 วันนับแต่วันเลิกห้าง



เอกสารที่ต้องใช้ในการจดทะเบียนเลิกห้างหุ้นส่วน



- คำขอจดทะเบียน (แบบ ลช.1)

- รายการจดทะเบียน (แบบ ลช.2)

- คำสั่งศาลให้เลิกห้างหุ้นส่วน (กรณีศาลสั่งเลิก)

- สัญญาเลิกห้างหุ้นส่วน (เฉพาะกรณีแต่งตั้งผู้อื่นที่ไม่ใช่หุ้นส่วนผู้จัดการเป็นผู้ชำระบัญชี)

- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ชำระบัญชีที่ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน

- หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)

- สำเนาบัตรทนายความหรือหลักฐานการเป็นสมาชิกเนติบัณฑิตสภาของผู้รับรองลายมือ

ชื่อ (ถ้ามี)



ค่าธรรมเนียม

- จดทะเบียนเลิก 200 บาท

- หนังสือรับรอง ฉบับละ 100 บาท



3. จัดทำงบการเงิน ณ วันเลิกห้างและส่งให้ผู้ตรวจสอบบัญชีตรวจสอบ โดยเร็วที่สุด

4. เมื่อผู้ตรวจสอบบัญชีตรวจสอบงบการเงินแล้วเห็นว่าถูกต้องให้ผู้ชำระบัญชีเรียก

ประชุมผู้เป็นหุ้นส่วนเพื่อพิจารณาอนุมัติงบการเงิน และพิจารณาว่าจะให้หุ้นส่วนผุ้จัดการเป็นผู้ชำระบัญชีต่อไปหรือจะแต่งตั้งผู้ชำระบัญชีขึ้นใหม่

5. ผู้ชำระบัญชีต้องดำเนินการชำระบัญชีโดยรอบรวมทรัพย์สินเรียกลูกหนี้ ให้ชำระหนี้ ชำระหนี้ให้เจ้าหนี้ชดใช้เงินทดรองและค่าใช้จ่ายที่หุ้นส่วนผู้จัดการได้ออกไปในการดำเนินกิจการค้าแทนห้าง หากมีทรัพย์สินเหลือให้คืนทุนและเฉลี่ยเป็นกำไรในระหว่างผู้เป็นหุ้นส่วน (กรณีการชำระบัญชีปรากฏว่าทรัพย์สินไม่พอชำระหนี้สิน ให้ผู้ชำระบัญชีร้องขอต่อศาล เพื่อให้ศาลสั่งให้ห้างหุ้นส่วนล้มละลาย)

6. ในกรณีที่ชำระบัญชีไม่แล้วเสร็จ ผู้ชำระบัญชีต้องจัดทำรายงานการชำระบัญชี (แบบ ลช 3 ) ยื่นต่อนายทะเบียนทุกระยะ 3 เดือน และในกรณีชำระบัญชีไม่เสร็จเกินกว่า 1 ปี ผู้ชำระบัญชีต้องจัดประชุมผู้เป็นหุ้นส่วนเมื่อครบปีทุกปี เพื่อรายงานความเป็นไปของการชำระบัญชี

7. เมื่อผู้ชำระบัญชีดำเนินการชำระบัญชีเสร็จสิ้นแล้ว ผู้ชำระบัญชีต้องจัดประชุมผู้เป็นหุ้นส่วนเพื่อให้พิจารณาอนุมัติรายงานผลการชำระบัญชี

8. เมื่อที่ประชุมผู้เป็นหุ้นส่วนอนุมัติแล้ว ผู้ชำระบัญชีต้องจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีต่อนายทะเบียนภายใน 14 วัน นับแต่วันประชุม



เอกสารที่ต้องใช้ในการจดทะเบียนเสร็จการชำบัญชี



- คำขอจดทะเบียน (แบบ ลช 1)

- รายการจดทะเบียน (แบบ ลช 5)

- รายงานการชำระบัญชี (แบบ ลช 3) พร้อมเอกสารประกอบ

- รายละเอียดบัญชีและสรรพเอกสาร (แบบ ลช 6)

- สำเนาบัตรประจำตัวของผู้ชำระบัญชีที่ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน

- สำเนาบัตรทนายความหรือหลักฐานการเป็นสมาชิกเนติบัณฑิตยสภาของผู้รับรองลายมือ

ชื่อ (ถ้ามี)

- แบบรับรองการตรวจสอบบัญชีของกรมสรรพากร

- หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)

ค่าธรรมเนียม



- จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี 100 บาท

- หนังสือรับรอง ฉบับละ 100 บาท



กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

44/100 หมู่ที่ 1 ถ.นนทบุรี 1 ต.บงกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี

โทร.0-2547-4423-24 โทรสาร. -2547-4441

www.dbd.go.th

 

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

ตอบ

ไปที่เวอร์ชันเต็ม