www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี

การจ่ายเงินปันผลที่มีผลขาดทุนและยังไม่เคยตั้งเงินสำรองไว้

(1/1)

wasana:
บริษัทมีกำไรสะสะในปี 46 ยังไม่ได้จัดสรรประมาณ 21 ล.

ต่อมาในปี 47 บริษัทขาดทุน 2.2 ล. และในปี 48 บริษัทมี

กำไร 0.4 ล. อยากทราบว่าในปี 49 นี้บริษัทจะจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นดังนี้ ทุนจดทะเบียนของ บริษัท 1.0 ล.

1. บริษัทจะจ่ายเงินปันผลของกำไรสะสมในปี 49 นี้ได้ไหม

2.. การจ่ายเงินปันผลจากกำไรสะสะให้ผู้ถือหุ้นถ้าข้อ 1ทำได้ โดยการเพิ่มทุนให้ผู้ถือหุ้น จะต้องทำอย่างไรขอรายละเอียดหน่อยนะค่ะ เพราะไม่เคยทำคะ และจะต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายของผู้ถือหุ้นหรือเปล่า

3. การจ่ายเงินปันผลมีข้อกำหนด หรือ ระยะเวลา หรือเปล่าว่าจะต้องทำกี่วัน

4. การเพิ่มทุนของบริษัท โดยการให้ผู้ถือหุ้นเพิ่มเงินทุน หรือ จากการเอากำไรสะสมมาปันผลโดยการเพิ่มทุน มีข้อดี ข้อเสีย อย่างไร (ถ้าผู้ถือหุ้นไม่ได้กังวลในเรื่องเอาเงินทุนมาลงเพิ่ม)

5. ข้อนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องการจ่ายเงินปันผลคะ แต่อยากทราบว่า ในการเพิ่มทุนของบริษัทฯ เรามีหลักเกณฑ์ใดในการวิเคราะห์ว่า บริษัทฯควรมีทุนจดทะเบียนเท่าไหร่ถึงเหมาะสม

ขอบคุณมากคะ  

007:
รอก่อนนะครับ

อ้วน:
1.  ยังจะจ่ายไม่ได้ครับ  จนกว่าจะดำเนินการตามนี้

1.1  เงินปันผลต้องจ่ายจากเงินกำไรแท้ๆ เท่านั้น ( เป็นกำไรทางบัญชีนะครับ )  หากยังขาดทุนอยู่ก็ไม่สามารถจ่ายเงินปันผลได้ครับ

1.2  เงินปันผลตามปกติจะจ่ายให้ผู้ถือหุ้นได้ต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่เท่านั้น คือ แม้บริษัทจะมีกำไรในปีนั้นมากมายเท่าใดก็ตาม ถ้าที่ประชุมใหญ่ไม่มีมติจะจ่ายเงินปันผลแล้ว ผู้ถือหุ้นจะไปบังคับบริษัทให้จ่ายเงินปันผลให้ตนไม่ได้ ( บางกรณี การจ่ายเงินปันผลอาจจะไม่ได้มติจากที่ประชุมใหญ่ก็ได้ แต่เป็นเพียงมติของกรรมการบริษัทที่เรียกว่า " เงินปันผลระหว่างกาล " )

1.3  ทุกคราวที่แจกเงินปันผล ไม่ว่าจะเป็นการแจกเงินปันผลตามปกติ หรือเงินปันผลระหว่างกาล บริษัทต้องจัดสรรเงินไว้เป็นทุนสำรองอย่างน้อยหนึ่งในยี่สินส่วนของจำนวนผลกำไรซึ่งบริษัททำมาหาได้จากกิจการของบริษัท จนกว่าทุนสำรองนั้นจะมีจำนวนถึงหนึ่งในสิบของจำนวนทุนบริษัทหรือมากกว่านั้น แล้วแต่จะได้ตกลงกำหนดไว้ในข้อบังคับของบริษัท มาครับมาดูตัวอย่างกัน

ตย. บริษัทแห่งหนึ่งมีทุน 1,000,000 บาท ถ้าปีที่ 1 บริษัทมีกำไร 50,000 บาท บริษัทต้องชักกำไรไว้ร้อยละ 5 คือเป็นจำนวน 2,500 บาท เป็นทุนสำรองถึงปีที่ 2 - 10 แต่ละปีถ้าบริษัทมีกำไร บริษัทต้องหักกำไรไว้เป็นทุนสำรองทุกครั้ง สมมติว่าสิ้นปีที่ 10 ทุนสำรองของบริษัทมีถึง 100,000 บาท ก็เท่ากับ 1 ใน 10 ของทุนบริษัทแล้วถึงปีที่ 11 ถ้าบริษัทมีกำไรอีกบริษัทก็จะเอากำไรมาแจกเป็นเงินปันผลได้เลย ไม่ต้องหักเป็นทุนสำรองอีกแล้ว

1.4  การบอกกล่าวการแจกเงินปันผล ต้องทำอย่างใดอย่างหนึ่งดังนี้คือ

4.1 โฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่ฉบับหนึ่ง 2 ครั้งเป็นอย่างน้อย หรือ

4.2 มีจดหมายบอกกล่าวไปยังผู้ถือหุ้นทุก ๆ คนซึ่งมีชื่อในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัท



สรุป  การทำจ่ายเงินปันผลในปี 49  ตามข้อมูลที่ให้มามีผลประกอบรวมเป็นกำไร  จึงเข้าเงื่อนไขหนึ่งในสี่ข้อแล้ว  ต่อมาก็จะต้องมีการอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ที่จะจ่ายเงินปันผล  ต่อมาก็กันเงินเพื่อไว้เป็นเงินสำรองตามกฏหมายไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของทุนซึ่งถ้าทุนจดทะเบียนมี 1 ล้านบาทก็จะต้องตั้งสำรองไม่น้อยกว่า 1 แสนบาท  เมื่อได้ครบทั้ง 3 ข้อแล้วสุดท้ายก็จะต้องบอกกล่าวการจ่ายเงินปันผล  เมื่อดำเนินการได้ตามนี้  ก็สามารถจ่ายเงินปันผลได้ครับ  ส่วนจะทันจ่ายในปี 49 หรือไม่ผมก็ไม่อาจทราบได้ครับ



2.  ผู้ถือหุ้นต้องทำว่าได้รับเงินปันผลก่อนครับ  เมื่อได้รับเงินปันผลก็จะต้องถูกบริษัทหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ร้อยละ 10  เมื่อได้เงินปันผลมาแล้วก็ให้นำเงินสดจากการได้รับเงินปันผลนั้นมาเพิ่มทุน  ซึ่งเมื่อนิติบุคคลเพิ่มทุน  ก็จะต้องไปดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป



สรุป  การเพิ่มทุนด้วยเงินปันผลนั้น  ก็จะต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย  มองง่ายๆ ครับ  ไล่ไปทีละขั้นตอนครับ  ก่อนอื่นก็ต้องรับเงินปันผลก่อน  แล้วค่อยมาเพิ่มทุนครับ



3.  มีข้อกำหนดตามที่ได้อธิบายไปแล้วในข้อ 1  ส่วนเรื่องของระยะเวลาไม่มีการกำหนดครับว่าจะต้องจ่ายกันเมื่อไร  เพราะเป็นเรื่องของที่ประชุมใหญ่จะตกลงกำหนดขึ้นเองครับ



4.  ข้อดีข้อเสียคงไม่มีครับ  มีเพียงข้อแตกต่างตรงที่  การได้รับเงินปันผลแล้ว  ค่อยนำมาเพิ่มทุน  ก็ไม่ต้องนำเงินสดส่วนตัวมาเพิ่มทุนเท่านั้นครับ



5.  ผมก็ไม่ชำนาญที่จะระบุถึงขนาดนั้นครับ   เพราะแต่ละธุรกิจก็จะมีวงจรของการใช้ทุนหมุนเวียนที่แตกต่างกัน  มีเพียงหลักคิดคราวๆ  ที่พิจารณาจะไม่ให้หนี้สินสูงกว่าทุนจดทะเบียน  2 - 3  เท่าครับ ( ไม่ตายตัวเสมอไปนะครับ  เป็นเพียงหลักที่ผมเอาไว้พิจารณาคราวๆ  เพราะหากเรามีหนี้ที่สูงกว่าทุนมากๆ  การพิจารณาการกู้ยืม  ย่อมที่จะไม่ผ่านนอกจากจะมีทรัพย์สินมาเป็นหลักประกันครับ )

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

ตอบ

ไปที่เวอร์ชันเต็ม