www.avaccount.com > บอร์ดบัญชีและภาษี

รับเหมาจัดประชุมสัมมนา และ จัดแสดงสินค้า

(1/3) > >>

หมูน้อย:
รับเหมาจัดประชุมสัมมนา และ จัดแสดงสินค้า

อยากทราบว่าจะมีการจ่ายภาษีอย่างไรบ้าง ขอคำแนะนำนะคะ

ไม่ทราบว่าต้องเอารายจ่ายจากส่วนไหนได้บ้าง

สมมติว่า ในการจัดประชุมครั้งหนึ่งมีค่าใช้จ่ายอุปกรณ์ วิทยากร ค่าสถานที่ --- ต้องเอาไปคิดด้วยหรือเปล่าคะ หรือว่าเอาไปหักกับรายได้ก่อน

แบบว่างงๆหน่ะคะ

ตะวัน:
ต้องดูว่าคุณหมูน้อยรับงานในฐานะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล(บริษัท,หจก.) ก่อนถึงจะกำหนดวิธีการจ่ายภาษีได้ค่ะ คือ

1.บุคคลธรรมดา เงินได้ซึ่งได้รับจากการรับจัดประชุมหรือสัมมนา คิดว่าเข้าข่ายเป็นเงินได้ตาม ม.40(8) ซึ่งเงินได้จากการดังกล่าวกฎหมาย ยอมให้หักค่าใช้จ่ายได้ตามความจำเป็นและสมควร โดยมีเงื่อนไขว่า

 1. การขอหักค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและสมควร ต้องมีลักษณะดังนี้

        (1) เป็นค่าใช้จ่ายตามปกติ มีความเกี่ยวข้องและจำเป็นต่อการประกอบธุรกิจแต่ละประเภทหรือต่อเงินได้แต่ละชนิด

        (2) เป็นจำนวนที่สมควรและเหมาะสมแก่กิจการ

        (3) ไม่เป็นรายจ่ายที่กฎหมายห้ามมิให้หักเป็นรายจ่าย

        (4) ผู้มีเงินได้ต้องมีหลักฐานการหักใช้จ่ายพร้อม ที่จะให้พนักงานตรวจสอบได้

     ใน 1 ปีจะยื่นเสียภาษี 2 ครั้งโดยยื่นแบบ ภงด94 ภายในเดือน ก.ย. และยื่น ภงด 90ภายในเดือน มี.ค.ของปีถัดไป โดยสามารถหักลดหย่อยส่วนตัวได้ได้โดยเข้าไปศึกษาค่าลดหย่อนหรือวิธีการกรอกได้จากเวบของกรมสรรพากรค่ะ

2.นิติบุคคล ถ้าเสียภาษีนิติบุคคลก็ต้องจัดทำงบการเงินโดยมีผู้สอบบัญชีภาษีอากรหรือผู้สอบบัญชีเซ็นต์รับรองงบการเงินโดยยื่น ภงด 50 และ ภงด51 และนำส่งงบการเงินพร้อมแบบ สบช3 ต่อกรมพัฒนาธุรกิจปีละครั้งด้วย และต้องหักณ.ที่จ่าย 3% พร้อมออกหนังสือรับรองให้กับผู้จ่ายเงินด้วยนะคะและต้องจ้างผู้ทำบัญชีด้วยค่ะ เท่านี้ก่อนนะ

อ้วน:
ครับอย่างที่คุณตะวันถาม  ถ้าผมไม่ทราบว่าคุณหมูน้อยดำเนินธุรกิจในรูปของบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล  ก็จะทำให้การวิเคราะห์ไม่ต้องกับความต้องการครับ  จึงขอรบกวนให้ข้อมูลเพิ่มเติมด้วยครับ



1.  คุณหมูน้อย  ดำเนินธุรกิจในรูปของบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล

2.  กิจการของคุณหมูน้อย  มีรายได้จากอะไรบ้าง  และได้รับจากใคร  เช่น  ได้ค่าจัดวางโชว์สินค้า  จากเจ้าของผลิตภัณฑ์  เป็นต้น

3.  ลูกค้าของคุณส่วนใหญ่  เป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล

4.  รายจ่ายส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้น  จะมีอะไรบ้าง  เช่น  ค่าเช่า  และเงินเดือน เป็นต้น

5.  การรับเงินส่วนใหญ่  รับเป็นเงินสด เช็ค หรือโอนผ่านธนาคารครับ



ปล. แล้วคุยกันใหม่ครับ

หมูน้อย:
นิติบุคคลค่ะ

จากลักษณะงานก็เป็น การเหมาจัดงานแสดงสินค้า ครบวงจร และ การรับจัดงานประชุมสัมมนา การโชว์ผลงาน รวมถึง การจัดงานสมาคมต่างๆ ด้วยค่ะ รายได้ก็มาจากลูกค้าที่มาจ้างทำ ซึ่งเรามีหน้าที่ คิด วางแผนการจัดงาน เตรียมงาน ตกแต่ง ดูแลควบคุมงานที่เกิดขึ้น  

แต่สถานที่เราไปเช่าเค้าทำค่ะ อย่างเช่น โรงแรม รีสอร์ต หรือ ศูนย์แสดงสินค้า

ดิฉันไม่แน่ใจเกี่ยวกับธุรกิจของดิฉันเป็นการให้บริการ หรือ การรับจ้างทำของ กันแน่ค่ะ

แล้วกรณีการรับเงิน แบบไหนถึงจะดีคะ เงินสด หรือว่า โอนผ่านธนาคาร เพราะ งานแต่ละงานก็เป็นงานใหญ่ ค่าใช้จ่ายก็สุงน่ะคะ -- ถ้าในกรณีคิดในแง่ดีต่อการประหยัดภาษีน่ะค่ะ



อ้วน:
1.  ธุรกิจของคุณหมูน้อย  ดำเนินในรูปของนิติบุคคล  ซึ่งจะมีภาษีอากรที่เกี่ยวข้องดังนี้

1.1  ภาษีเงินได้นิติบุคคล  ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่

http://www.rd.go.th/publish/308.0.html



1.2  ภาษีมูลค่าเพิ่ม  ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่

http://www.rd.go.th/publish/307.0.html



1.3  ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย  ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่

http://www.rd.go.th/publish/14942.0.html



1.4  อากรแสตมป์  ( ในกรณีที่มีการทำเป็นสัญญาว่าจ้าง )  ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่

http://www.rd.go.th/publish/305.0.html



2.  จากข้อมูลอธิบายถึงลักษณะที่มาของรายได้  ผมพิจารณาแล้ว  มองว่าเป็นลักษณะของการจ้างทำของครับ ซึ่งการจ้างทำของก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของงานบริการครับ  ดังนั้นเวลาที่กิจการของคุณหมูน้อยรับเงิน  ก็จะต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 3  ครับ



3.  การรับจ้างทำของ  จะมุ่งเน้นผลสำเร็จของงานเป็นสำคัญ  คุณหมูน้อยจะเห็นได้ว่า  ลูกค้าที่มาจ้างแต่ละรายจะมีรายละเอียดของงานที่แตกต่างกัน  ผมจึงพิจารณาว่าเป็นการจ้างทำของครับ  ซึ่งการจ้างทำของก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของงานบริการ  เพราะคำว่าบริการ  เป็นความหมายที่กว้างมาก  จะเน้นถึงสิ่งที่จับต้องไม่ได้ครับ



4.  สำหรับธุรกิจนี้  จะมีอะไรบ้างที่เป็นรายจ่าย  ผมขอให้คุณหมูน้อยนึกถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ  ที่จะทำให้เกิดรายได้นั้นๆ ครับ  เช่น

-  มีรายได้จากการจัดสัมมนา  ซึ่งจะมีรายจ่ายได้แก่  บุคคลากร , ค่าสถานที่  ,  วิทยากร ,  อาหารหรือของว่าง , เครื่องดื่ม , เอกสารประกอบการสัมมนา , ของขวัญวิทยากร ( ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของ หรือตัวเงินสด )  และค่าใช้จ่ายในการเดินทาง  เป็นต้น



5.  การประหยัดภาษี  ไม่ได้ดูว่าจะรับเป็นเงินสด  เช็ค  บัตรเครดิต หรือโอนผ่านทางธนาคารครับ  แต่จะอยู่ที่ความสมบูรณ์ของเอกสารประกอบค่าใช้จ่ายครับ  ซึ่งตามประมวลรัษฏากร  จะกำหนดรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี เอาไว้ครับ  คุณหมูน้อยจึงต้องศึกษาและทำความเข้าใจเพื่อประโยชน์ในการเสียภาษีครับ  เช่น

-  เรามีการจ่ายเงินซื้อเครื่องดื่ม  เพื่อนำไปใช้ในงานสัมมนา  จำนวน  1,000 บาท  แต่เราไปซื้อตามร้านโชว์ห่วย  ซึ่งร้านลักษณะนี้จะไม่สามารถออกหลักฐานใบเสร็จรับเงินที่สมบูรณ์ให้เราได้   ซึ่งตามประมวลรัษฏากร  ก็จะกำหนดไว้ในมาตรา 65 ตรีครับว่า  หากรายจ่ายใดที่พิสูจน์ผู้รับไม่ได้  ก็จะไม่ให้ถือเป็นรายจ่าย  แต่ในทางกลับกันหากคุณหมูน้อย  ไปซื้อเครื่องดื่มเหล่านี้ที่ห้างโลตัส  หรือแม็คโค  เป็นต้น  ทางคุณหมูน้อย  ก็จะได้รับใบเสร็จรับเงินที่สมบูรณ์  พร้อมจะนำมาเป็นหลักฐานในการบันทึกรายจ่ายได้ครับ



ศึกษาเพิ่มเติมมาตรา 65 ตรีได้ที่

http://www.rd.go.th/publish/5939.0.html#mata65_3

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

ตอบ

ไปที่เวอร์ชันเต็ม